แนวทางการทำโครงงานหลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต
สาขาวิชาวิศวกรรมเครือข่ายและสาขาวิชาความมั่นคงทางระบบสารสนเทศ

โครงงานของหลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต แบ่งออกเป็น 3 แนวทางดังนี้
1. โครงงานเกี่ยวกับการศึกษา ปรับปรุงและพัฒนางานวิจัยหรือเทคโนโลยีที่มีอยู่ในปัจจุบัน
โครงงานแนวทางนี้เป็นการศึกษาเทคโนโลยีที่มีการใช้งานอยู่ในปัจจุบันเพื่อนำมาปรับปรุงหรือนำไปใช้งานในแง่มุมต่างๆ นอกจากนี้ โครงงานแนวนี้ยังเป็นการงานวิจัยในเชิงทฤษฎีและทำการทดลองเพื่อทดสอบผลเพื่อพิสูจน์การนำเทคโนโลยีดังกล่าวไปใช้งานจริง
ตัวอย่างของโครงงานแนวนี้ได้แก่
1) การศึกษาและพัฒนาระบบการส่งข้อความผ่านโพรโทคอล SIP
2) การศึกษาและปรับปรุงคุณภาพการให้บริการของโพรโทคอล TCP/IP
3) การพัฒนาระบบการถ่ายโอนไฟล์แบบรวมศูนย์
เกณฑ์การพิจารณาโครงงานแนวทางนี้ มีรายละเอียดดังต่อไปนี้
1) โครงงานดังกล่าวเป็นการศึกษาเทคโนโลยีหรืองานวิจัยในแง่มุมต่างๆ
2) การดำเนินโครงการนั้นสามารถทำได้โดยการเขียนโปรแกรม หรือใช้โปรแกรมจำลองการทำงาน (Simulator) เพื่อจำลองลักษณะการทำงานของเทคโนโลยีต่างๆ และการดัดแปลงเทคโนโลยีนั้นๆ เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่คาดไว้ โดยไม่จำเป็นที่จะต้องนำไปใช้งานจริงในองค์กร
3) การประเมินผลงานจะพิจารณาจากวัตถุประสงค์ที่ได้ตั้งไว้ โครงงานจะต้องมีการสรุปว่าผลการทดลองที่ได้เป็นไปตามวัตถุประสงค์หรือไม่ หากไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ จะต้องมีเหตุผลมารองรับ

2. โครงงานประเภทกรณีศึกษาการจัดการระบบโดยนำ Software Module มาใช้เป็นส่วนประกอบในการทำโครงงาน

โครงงานประเภทนี้เป็นการศึกษาถึงปัญหาที่เกิดขึ้นกับการใช้งานจริงภายในองค์กร โดยมีการพัฒนาระบบเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดและช่วยอำนวยความสะดวกในการดำเนินงานภายในองค์กร
ตัวอย่างของโครงงานแนวทางนี้ได้แก่
1) การพัฒนาระบบควบคุมการใช้งานอินเทอร์เน็ทภายในหอพัก
2) การพัฒนาระบบ Network Monitoring สำหรับบริษัท กขค จำกัด
3) การพัฒนาระบบ Authentication Gateway ผ่านลีนุกซ์
เกณฑ์การพิจารณาโครงงานแนวทางนี้ มีรายละเอียดดังต่อไปนี้
1) โครงงานประเภทนี้จะต้องเกิดจากกรณีศึกษา (Case Study) เท่านั้น ไม่อนุญาตให้จำลองระบบขึ้นมา
2) Software Module ที่ใช้นั้นจะต้องเป็นประเภท Open Source เท่านั้นและต้องมีการปรับแต่ง (Customization) ของโมดูลที่นำมาใช้ รวมทั้งมีการพัฒนาขึ้นเองในบางส่วน
3) โครงงานนั้นต้องเป็นการพัฒนาระบบโดยเน้นเรื่องการจัดการและการแก้ไขปัญหาของระบบที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน โดยมีการใช้ Software Module ดังกล่าวเป็นเครื่องมือเสริมเท่านั้น ไม่ใช่เครื่องมือหลักในการพัฒนา
4) การประเมินผลนั้นวัดจากผลการนำเอาระบบที่พัฒนาขึ้นไปใช้งานเพื่อแก้ไขปัญหาที่เป็นอยู่จริงๆ ไม่อนุญาตให้ใช้การทดลองในห้องปฏิบัติการเป็นสภาพแวดล้อมในการพัฒนาระบบ นอกจากนี้โครงงานดังกล่าวจะต้องมีเอกสารเป็นลายลักษณ์อักษรจากทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าได้มีการนำระบบที่พัฒนาขึ้นไปทดลองใช้งานในหน่วยงานดังกล่าวจริง

3 โครงงานแนวเอกสาร

โครงงานแนวนี้เป็นการนำเอาทฤษฎี มาตรฐาน แนวปฏิบัติ มาพัฒนาและบังคับใช้กับองค์กรที่เป็นกรณีศึกษา และมีการเก็บข้อมูล เพื่อสรุป ประเมินผลการทำโครงงาน โดยมีเอกสารเป็นลายลักษณ์อักษรจากองค์กร
ตัวอย่างของโครงงานแนวทางนี้ ได้แก่
1) การตรวจสอบความมั่นคงปลอดภัยของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร
2) การจัดทำนโยบายทางด้านความมั่นคงปลอดภัยโดยใช้มาตรฐาน ISO27001 สำหรับบริษัท นายแสนดี จำกัด
นักศึกษาจะต้องเป็นผู้ที่สามารถเข้าถึงระบบที่เลือกมาจัดทำโครงงาน
เกณฑ์การพิจารณาโครงงานแนวทางนี้มีรายละเอียดดังต่อไปนี้
1) เป็นโครงงานที่เน้นระเบียบวิธีคิดและมีกระบวนการวิเคราะห์ตามหลักการ
2) โครงงานแต่ละโครงงานจะต้องมีการนำเอาเครื่องมือทางด้านระบบเครือข่ายมีใช้งาน เช่น ใช้ในการทดสอบความปลอดภัยของระบบ ไม่อนุญาตให้ทำเพียงแค่งานเอกสารเท่านั้น
3) โครงงานจะถือว่าสำเร็จได้ก็ต่อเมื่อมีผู้ที่มีอำนาจภายในบริษัทรับรอง

นักศึกษาจะต้องทำโครงงานด้วยตนเองทั้งหมด ไม่อนุญาตให้บุคคลอื่นพัฒนาระบบให้ หากฝ่าฝืนจะถูกปรับตกในวิชาโครงงานทันที