MSITBlog

MSITBlog

เป็น Blog สำหรับชาว IT เพื่อเเบ่งปันความรู้ ประสบการณ์ ระหว่าง อาจารย์ นักศึกษา ศิษย์เก่าเเละบุคคลที่สนใจทางเทคโนโลยีสารสนเทศ

Real-time ASP.NET with SignalR

SignalR คืออะไร?

SignalR คือ Software library ที่พัฒนาขึ้นมาโดย Microsoft ถูกออกแบบมาให้ใช้งานร่วมกับ ASP.NET Web Application ความสามารถของ SignalR คือการทำให้ Web Application สามารถรับ-ส่งข้อมูลแบบ Real-time ได้ โดยไม่ต้อง Refresh หน้าจอ

SignalR เป็น Open source มีทั้ง .net framework version และ .net core version ทำให้ SignalR สามารถใช้งานได้ทั้งในฝั่งของ Windows และ Linux

Application ที่เหมาะกับ SignalR

Continue reading
  233 Hits
  0 Comments
233 Hits
0 Comments

ตรวจสอบ Traffic ในองค์กรด้วย ElasticFlow กัน

1-tT8mkvG0OQ3OCTvliA0cS_20190904-102714_1
 

Introduction

ก่อนอื่นเลยสิ่งที่เราต้องรู้จักก่อนคือ Elastic Stack ใน Stack นี้ก็จะรวมๆเครื่องมือหลายๆอย่างเอาไว้ให้เราได้เลือกใช้งาน และแน่นอนมันฟรี!

และสิ่งที่ต้องแนะนำเลยคือ Elasticsearch ถ้าเรียกตามชื่อก็นั่นแหละครับ ไม่ใช่อะไรมันเอาไว้ทำ search engine ของเราขึ้นมาเช่น การค้นหาสินค้า เอาสินค้าไปวิเคราะห์ ทำเกี่ยวกับเรื่อง Big data และมันก็ยังสามารถนำมาใช้ในเชิง technical เช่น หากเจอ log แบบนี้ระบบเสี่ยงที่จะถูกโจมตีไหม

โดยวันนี้เราจะมานำ log จาก Core Network ในครั้งนี้จะเสนอของ mikrotik โดยทาง mikrotik จะเป็น traffic flow ส่วน Cisco จะเป็น Netflow และจะทำการส่งข้อมูลเข้า elastic กันแบบง่ายๆ ด้วย tools 3 ตัวด้วยกันคือ

Application Log(traffic flow) > Logstash > Elasticsearch > Kibana

Continue reading
  174 Hits
  0 Comments
Tags:
174 Hits
0 Comments

การศึกษาการทำงานของ Application Discord

Discord-LogoWordmark-Black
แนะนำแอพพลิเคชันในภาพรวม

 

Discord เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนพฤษภาคม 2015 จากสองผู้ให้กำเนิดอย่าง Jason Citron ในตำแหน่ง CEO และ Stanislav Vishnevskiy ในตำแหน่ง CTO 

 

                             (ภาพประกอบ : https://www.modify.in.th/21304)                     

Jason Citron (ซ้าย) Stanislav Vishnevskiy (ขวา)

Continue reading
  119 Hits
  0 Comments
Tags:
119 Hits
0 Comments

การศึกษาการทำงานของโปรแกรม Zello ด้วย Wireshark

  

Zello คืออะไร

Application ที่ทำงานเลียนแบบการทำงานของวิทยุสื่อสาร โดยสามารถสื่อสารผ่านข้อความเสียง สามารถติดตั้งบนโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟน หรือติดตั้งบนเครื่องคอมพิวเตอร์ได้ โดยรองรับได้หลายระบบปฏิบัติการ เช่น Android, IOS, Windows

คุณสมบัติการทำงาน

ลักษณะการทำงานจะสื่อสารผ่านข้อความเสียงและจะทำงานในลักษณะ Push To Talk(PTT) โดยผู้ใช้ที่ต้องการจะสื่อสารให้กดปุ่มค้างไว้แล้วพูดส่งข้อความเสียงจากนั้นปล่อยมือออก ข้อความเสียงจะถูกส่งออกไปยังเครื่องรับที่อยู่ในช่องสัญญาณเดียวกัน  

Continue reading
  216 Hits
  0 Comments
216 Hits
0 Comments

Google Chrome with QUIC

Google Chrome with QUIC QUIC

Google Chrome with QUIC

 

 Google Chrome เป็นโปรแกรมเว็บบราวเซอร์ที่พัฒนาโดยบริษัท Google ซึ่งสามารถรองรับการใช้งานได้หลายระบบปฏิบัติการ มีความรวดเร็วในการทำงาน และมีความปลอดภัยสูง จึงทำให้ปัจจุบัน Google Chrome จึงเป็นที่นิยมของผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตในปัจจุบันอีกทั้งยังมีอัตราการใช้งานที่เพิ่มสูงขึ้นในทุกๆ ปี

Continue reading
  192 Hits
  0 Comments
192 Hits
0 Comments

iTunes Protocol

 

iTunes Protocol

 

 

What is iTunes?

Continue reading
  960 Hits
  0 Comments
960 Hits
0 Comments

ปิดท้ายของอนุกรม “Basic Problem Solving”

เรากลับมาที่กระบวนการแก้ปัญหากันสักหน่อย ซึ่งเป็นไปตามรูปด้านล่าง คราวนี้ผมใส่เครื่องมือในกลุ่ม 7 QC Tool และ 7 (New) QC Tool เข้าไปด้วย เพื่อแสดงว่า เราจะใช้เครื่องมือตัวใดที่ขั้นตอนใด

ผ่านมาหลายสิบบล็อก …เราคุยเครื่องมืออะไรกันบ้างเอ่ย … ทบทวนกันหน่อยดีไหมครับ

ในขั้นตอนของการนิยามปัญหา (Defining the problem) นั้น เราก็มักใช้ 5W2H (ก็พวก What, Where, When, Why … อะไรพวกนี้แหละครับ) มาช่วยกำหนดกรอบในการเขียน

ส่วนในขั้นตอนการวิเคราะห์ปัญหา (Analyzing the problem) ดูว่าเราต้องทำอะไร (Determining what to do) การนำแผนไปปฏิบัติ (Implement the plan) และ ประเมินความคืบหน้า (Evaluating progress) เรามีเครื่องมืออีกหลายตัวเข้ามาช่วยในการทำงาน เช่น

Continue reading
  689 Hits
  0 Comments
689 Hits
0 Comments

การวิเคราะห์ข้อมูลแบบแมตริกซ์ (Matrix Data Analysis)

ในผังแมตริกซ์ที่เราคุยกันผ่านมาแล้วนั้น เราเน้นไปที่การดูความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มของตัวแปรว่า มีมาก ปานกลาง หรือ น้อย แต่บางกรณีเราต้องการการตัดสินใจที่อาศัยตัวเลขที่มาจากการให้ค่าน้ำหนักในความสำคัญของข้อมูล ในแง่นี้เราควรจะใช้การวิเคราะห์ข้อมูลแบบแมตริกซ์

การสร้างตารางก็จะเหมือนกับผังแมตริกซ์ที่ผ่านมา เพียงแต่เราจะแสดงความสัมพันธ์ในลักษณะของตัวเลข … เราลองมาดูจากตัวอย่างง่าย ๆ สักตัวอย่างหนึ่ง

สมมติว่า เรามีตัวเลือกในการซื้อโทรศัพท์มือถืออยู่ 4 ยี่ห้อ คือ A, B, C และดี และเรามีเกณฑ์ที่นำมาใช้ตัดสินใจคือ น้ำหนักเบา แบตเตอรีใช้ได้นาน ความละเอียดของจอภาพ คุณภาพของเสียง ขนาดเหมาะมือ (เมื่อถือมือเดียว) โปรแกรมที่ติดตั้งให้มา และ ราคาไม่แพง

จากข้อมูลข้างต้นเราสามารถสร้างตารางแมตริกซ์ได้ดังรูปด้านล่าง

Continue reading
  355 Hits
  0 Comments
355 Hits
0 Comments

ผังโปรแกรมการตัดสินใจเชิงกระบวนการ (Process Decisions Program Chart) (2)

บล็อกนี้เรามาดูตัวอย่างกัน โดยผมขอเอาตัวอย่างจากบล็อกที่แล้วมาใช้นะครับ …

สมมติก่อนว่า ปัจจุบันนี้ เราไม่มีโปรแกรมออกรายงานโดยอัตโนมัติทำให้เราต้องทำรายงานด้วยมือ จึงเสียเวลาและเกิดข้อผิดพลาด ดังนั้นเราต้องการเขียนโปรแกรมเพื่อออกรายงานโดยอัตโนมัติขึ้นมาใช้งาน …

ทีมได้เขียนวัตถุประสงค์ (Goal) ลงในบัตรข้อมูลว่า “ทำรายงานโดยอัตโนมัติ” แล้วแปะลงด้านล่างของแผ่นกระดาษ/พื้นโต๊ะ/ฝาผนัง และเขียนจุดเริ่มต้นซึ่งเป็นสถานการณ์ปัจจุบันลงในบัตรข้อมูลว่า “เสียเวลาทำรายงานด้วยมือ” แล้วนำไปแปะเอาไว้ด้านบนให้ตรงกัน โดยเว้นที่ระหว่างกลางเอาไว้

จากนั้นทีมได้ช่วยกันระดมความคิดว่า จาก Start ไปบรรลุ Goal นั้น ต้องทำกิจกรรมอะไรบ้างและเขียนลงในบัตรข้อมูล  จากนั้นสมาชิกของทีมได้ช่วยกันนำบัตรข้อมูลไปแปะอยู่ระหว่าง Start กับ Goal โดยเรียงกันไปตามลำดับ … สมมติว่า ได้ออกมาดังรูป

Continue reading
  284 Hits
  0 Comments
284 Hits
0 Comments

ผังโปรแกรมการตัดสินใจเชิงกระบวนการ (Process Decisions Program Chart) (1)

เวลาเราวางแผนจะทำอะไรสักอย่างหนึ่ง เราก็มักจะเขียนเรื่องที่ต้องทำเป็นบล็อก (Block) เรียงกันไป เช่น ทำ A แล้วก็ไปทำ B แล้วก็ไปทำ C ไปเรื่อย ๆ … ทีนี้ถ้าแต่ละบล็อกมันมีปัญหา หรือ มีอุปสรรคกีดขวางขึ้นมา เราก็ต้องเสียเวลามาคิดหาทางแก้ไข … อันนี้ก็ทำให้เสียเวลา

ในบล็อกผังลูกศรนั้น เราจะกำหนดเส้นทางที่วิกฤติได้ และหมายเอาว่า งานในเส้นทางที่วิกฤติก็คืองานที่ไม่สามารถล่าช้าได้เลย เพราะจะทำให้โครงงานในภาพรวมล่าช้าไปด้วย … ถ้าเราคิดเอาไว้ก่อนล่วงหน้าว่า แต่ละงานที่เราต้องทำนั้นมันน่าจะเกิดปัญหาหรืออุปสรรคอะไรขึ้นบ้าง แล้วเราวางแผนแก้ไขเอาไว้ล่วงหน้า … ตรงนี้ก็จะทำให้เราสามารถตัดสินใจได้ว่า เราต้องทำอะไรเมื่อสิ่งนั้น ๆ เกิดขึ้น …มันเป็นการช่วยลดความเสี่ยงเอาไว้แต่เนิ่น ๆ … นี่แหละครับคือแนวทางการนำผังโปรแกรมการตัดสินใจเชิงกระบวนการมาใช้งาน

ผังโปรแกรมการตัดสินใจเชิงกระบวนการถือเป็นเครื่องมือที่ใช้ช่วยหาแนวทางในการจัดการกับปัญหา หรือ อุปสรรคที่อาจเกิดขึ้นในกระบวนการทำงานของแผนงาน เพื่อช่วยให้แผนงานนั้นบรรลุวัตถุประสงค์/เป้าหมายที่กำหนดไว้

ข้อดีของ Process Decisions Program Charts (PDPC’s)

1) ช่วยให้ทีมสามารถระบุจุดที่อาจเกิดปัญหา หรือ อุปสรรค ได้ตั้งแต่เริ่มทำการวางแผน

Continue reading
  238 Hits
  0 Comments
238 Hits
0 Comments

ผังแกนต์ (Gantt Chart)

ในบล็อกที่ผ่านมา เราได้อนุกรมของกิจกรรมที่ต้องทำพร้อมระยะเวลาแล้ว เวลาเราลงมือทำจริง ๆ มันต้องมีการกำหนดเวลาเริ่มต้น เวลาแล้วเสร็จ ลงไปในปฏิทิน และมีการติดตามผลว่า กิจกรรมต่าง ๆ ดำเนินไปถึงไหนแล้ว … ผังแกนต์ หรือ Gantt Chart จะนำมาใช้เพื่อช่วยเรื่องนั่นแหละครับ

ผังแกนต์เป็นผังที่ช่วยในเรื่องการกำหนดเวลาทำงาน โดยมีการกำหนดหัวข้อกิจกรรม หรือ การดำเนินงานต่าง ๆ ในแต่ละช่วงเวลา โดยอาศัยเส้นแถบ (Bar) แสดงให้เห็นตามแนวนอนดังรูปด้านล่าง

จากรูป เราจะเห็นว่า แถวด้านบนเป็นสุดก็จะเป็น “ระยะเวลา” ที่เราดำเนินกิจกรรม เราจะใส่เป็นวัน เป็นสัปดาห์ เป็นเดือน หรือ ตัวเลขตามปฏิทินก็ได้ … ส่วนคอลัมน์ด้านซ้ายสุดที่ชื่อ "กิจกรรม" เราก็จะใส่ชื่อกิจกรรมลงไป โดยเราจะใช้แถบเส้นแสดงระยะเวลาที่ต้องทำกิจกรรมเอาไว้ให้ตรงกัน จากตัวอย่างนี้ เราจะเห็นว่า กิจกรรมที่ 1 เป็นกิจกรรมแรกที่ต้องทำให้แล้วเสร็จก่อนเริ่มกิจกรรมที่ 2 โดยใช้เวลาทำ 1 สัปดาห์ กิจกรรมที่ 2 จะเริ่มที่ต้นสัปดาห์ที่ 2 และต้องแล้วเสร็จภายใน 2 สัปดาห์ ในขณะเดียวกัน พอเริ่มสัปดาห์ที่ 3 เราต้องทำกิจกรรมที่ 3 ขนานไปกับกิจกรรมที่ 2 โดยต้องแล้วเสร็จภายใน 1 สัปดาห์ (หรือ พร้อมกับกิจกรรมที่ 2) จากนั้นจึงเริ่มกิจกรรมที่ 4

เวลานำไปใช้งาน เราก็ต้องมาร์กตามเวลาที่ดำเนินไป มันก็ต้องมีการแสดงให้เห็นว่า แผนที่วางไว้เป็นแบบนี้ ตอนนี้มาถึงไหนแล้ว … เราอาจเปลี่ยนสีของแถบเส้น

Continue reading
  596 Hits
  0 Comments
596 Hits
0 Comments

ผังลูกศร (Arrow Diagram) (2)

บล็อกที่แล้ว เราพูดเรื่องหลักการกันไปแล้ว คราวนี้เราลองมาดูตัวอย่างกันบ้างนะครับ …

สมมติว่า ทีมได้มอบหมายให้พัฒนาโปรแกรมประยุกต์เพื่อออกแบบรายงานขึ้นมาโปรแกรมหนึ่ง ทีมจึงได้ช่วยกันระดมความคิดกิจกรรมที่ต้องทำพร้อมเวลาที่ต้องใช้ทำกิจกรรมออกมาดังนี้

1. รวบรวมความต้องการ       5             วัน

2. ออกแบบรายงาน              5              วัน

3. ออกแบบหน้าจอ               6              วัน

Continue reading
  392 Hits
  0 Comments
392 Hits
0 Comments

ผังลูกศร (Arrow Diagram) (1)

เรามาคุยกันหน่อยไหมว่า เรามาถึงไหนกันแล้ว …

เมื่อข้อมูลที่เราได้มานั้นเป็นข้อมูลเชิงคำพูด (เช่น เกิดจากการระดมความคิดของสมาชิกในทีมที่ตั้งขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหา) ข้อมูลเหล่านั้นเกิดจากความรู้สึกของสมาชิกแต่ละคนและมีจำนวนมาก จนอาจทำให้เราสับสนจับต้นชนปลายไม่ถูก เราควรจัดกลุ่ม/หมวดหมู่ข้อมูลเสียก่อนเพื่อให้ดูง่าย … ตรงนี้เราจะใช้ผังกลุ่มเชื่อมโยง (Affinity Diagram) เข้ามาช่วยครับ … แต่ถ้าข้อมูลมันมีความเป็นเหตุเป็นผล (Logic) ซึ่งกันและกัน ก็ให้ใช้ผังความสัมพันธ์ (Relations Diagram) มาแสดงถึงความสัมพันธ์ของข้อมูล (เรื่องนี้เกิดขึ้น แล้วจึงทำให้เรื่องนี้เกิดขึ้น แล้วทำให้เรื่องนั้นเกิดขึ้น)

พอทำตรงนี้เสร็จ เราจะสามารถมองปัญหาและความซับซ้อนได้ง่ายขึ้น ต่อไปเราก็จะเดินไปสู่ขั้นตอนในการตัดสินใจและแก้ปัญหาครับ … ตรงนี้เราจะมีเครื่องมือช่วยในขั้นตอนนี้อีกสองตัว โดยเราจะใช้ผังแมตริกซ์ (Matrix Diagram) มาแม็พ (map) เพื่อช่วยตัดสินใจ ช่วยดู ว่าแนวทางการแก้ปัญหานั้นมันสัมพันธ์กับความต้องการของเราหรือไม่ หรือ มันสอดคล้องกับสิ่งที่เราต้องการหรือไม่ และเราจะใช้ผังต้นไม้ (Tree Diagram) เพื่อแยกย่อยวัตถุประสงค์หรือแนวทางการแก้ปัญหาให้เห็นรายละเอียดมากขึ้น

ต่อจากนี้ เราก็ต้องจัดทำแผนซึ่งประกอบไปด้วยขั้นตอนในการดำเนินงานเพื่อแก้ปัญหา (หรือกิจกรรมที่ต้องทำ) เรียงกันไปตามลำดับเวลา … เราก็จะมีเครื่องมาช่วยอีกแหละครับ โดยเราจะใช้ผังลูกศร (Arrow Diagram) เพื่อเชื่อมโยงกิจกรรมที่ต้องทำตามแผนที่วางเอาไว้ตามลำดับเวลา และเราจะใช้ผังขั้นตอนการตัดสินใจในกระบวนการ (Process Decision Program Chart, PDPC) มาใช้วางแผนฉุกเฉินและความไม่แน่นอนที่เราคาดการณ์เอาไว้ล่วงหน้า

Continue reading
  503 Hits
  0 Comments
503 Hits
0 Comments

ผังแมตริกซ์ (Matrix Diagram) (2)

เรามาคุยกันในผังแมตริกซ์ที่เหลือกันครับ …

3) แมตริกซ์รูปตัววาย (Y-Type Matrix) ก็เกิดมาจากการนำแมตริกซ์รูปตัวแอล 3 ตารางมาประกบกัน หรือ ถ้าพูดให้สืบเนื่องกับข้อ 2) ก็คือ เกิดมาจากการนำแมตริกซ์รูปตัวที 3 มาประกบกับแมตริกซ์รูปตัวแอล ดังนั้น มันจึงต้องมีข้อมูลอยู่ 4 ชุดด้วยกัน (คือ A, B, C, D) โดยมีข้อมูล 2 ชุดเป็นตัวกลางเชื่อมระหว่างข้อมูลอีกสองชุด (B จะเป็นตัวเชื่อมระหว่าง A กับ C และ A จะเป็นตัวเชื่อมระหว่าง B กับ D) …แต่เราดูความสัมพันธ์แค่สามด้านเท่านั้น (ในที่นี้คือ A กับ D …. A กับ B …. B กับ C)

อาจจะนึกภาพไม่ออก … ลองดูนึกภาพตัวอักษร “X” ดูครับ … พอเราตัดขาด้านล่างของตัว X ทิ้งไปขาหนึ่ง (เราไม่ดูความสัมพันธ์ในส่วนนี้) แล้วขยับขาที่เหลือมาอยู่ตรงกลาง … มันก็จะเป็นตัว “Y” นะครับ

สมมติว่า ผู้จัดการโรงงานแห่งหนึ่ง รู้ว่าลูกค้าต้องการในเรื่อง “On – time delivery (การจัดส่งให้ทันเวลา)” และ “Product availability (การมีสินค้าพร้ออมขาย)” เขาอยากรู้ว่า ส่วนนี้มันไปสัมพันธ์กับเรื่องอะไรบ้าง และแผนกใดต้องเข้ามาเกี่ยวข้องบ้าง … เขาจึงตั้งทีมทำงานขึ้นมาเพื่อดูเกี่ยวกับเรื่องนี้

Continue reading
  190 Hits
  0 Comments
190 Hits
0 Comments

ผังแมตริกซ์ (Matrix Diagram) (1)

ผังแมตริกซ์นี้ เรามักนำมาใช้ในการทำให้ปัญหามีความชัดเจนมากขึ้นโดยนำข้อมูลที่เกิดจากการคิดแบบหลาย ๆ มิติมาเปรียบเทียบกัน ตัวอย่างเช่น กลุ่มข้อมูลในมิติของความต้องการของลูกค้า ถูกนำมาเปรียบเทียบกับ กลุ่มข้อมูลในมิติของการออกแบบ ทั้งนี้ก็เพื่อดูว่า ข้อมูลในสองมิตินี้มันมีความสัมพันธ์กันมากน้อยอย่างไร หรือ พูดง่าย ๆ ก็คือ สิ่งที่ออกแบบขึ้นมานั้น มันตรงกับความต้องการของลูกค้ามากน้อยเพียงใด

เราเปรียบเทียบได้แค่ข้อมูลสองมิติเท่านั้นหรือ … ไม่ครับ … เราจะเปรียบเทียบแบบสามมิติ (เช่น มิติความต้องการของลูกค้า กับ มิติการออกแบบ กับ มิติกระบวนการผลิต) หรือ สี่มิติก็ได้ … ดังนั้น เราจึงมีผังแมตริกซ์ให้เลือกใช้หลายแบบ ดังรูปด้านล่าง

ข้อดีของแผนผังแมตริกซ์โดยสรุปก็คือ ช่วยให้เราสามารถนำข้อมูลจากความคิดมาใช้งานได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และมองความสัมพันธ์กันได้อย่างชัดเจน ซึ่งทำให้ปัญหาโดยรวมและตัดสินใจได้ทันที

ทีนี้ เราจะใช้แผนผังแมตริกซ์เมื่อไร

Continue reading
  382 Hits
  0 Comments
382 Hits
0 Comments

ผังต้นไม้ (Tree Diagram) (2)

เรามาสมมติตัวอย่างเพื่อให้เข้าใจกันมากขึ้น สมมติว่า ผู้จัดการร้านอาหารต้องการให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจในร้านอาหารของเขา เขาจึงตั้งทีมขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหานี้ (ตัวอย่างเราก็เอาแบบง่าย ๆ นะครับ)

1) เพื่อให้ประโยคเป้าหมายสั้น กระชับ เข้าใจได้ง่าย ทีมจึงเขียนลงในบัตรข้อมูลว่า “ลูกค้าพึงพอใจร้านอาหาร” จากนั้นก็ไปแปะเอาไว้ซ้ายมือ ตรงกลาง ของแผ่นกระดาษขนาดใหญ่

ถ้าเป้าหมายนี้มีข้อจำกัด หรือ ข้อกำหนด หรือ เงื่อนไขใด ๆ ก็ให้เขียนข้อความเหล่านั้นลงในบัตรข้อมูลอีกใบหนึ่งแล้ววางลงด้านล่างของบัตรเป้าหมาย … ในที่นี้สมมติว่า ไม่มีก็แล้วกันนะครับ

2) จากนั้นสมาชิกก็ช่วยกันระดมความคิดเพื่อหาว่ามีวิธีการใดบ้างที่สามารถนำมาใช้เพื่อให้บรรลุความสำเร็จตามเป้าหมายนั้น ซึ่งในขั้นตอนนี้เราจะได้ “มาตรการขั้นที่ 1” ออกมา เราก็นำไปแปะเอาไว้บนกระดาษทางด้านขวาของเป้าหมายให้ทุกคนมองเห็น

Continue reading
  408 Hits
  0 Comments
408 Hits
0 Comments

ผังต้นไม้ (Tree Diagram) (1)

ผังความสัมพันธ์ที่เราคุยกันผ่านมาแล้วนั้นจะใช้เป็นตัวบอกถึงปัญหาต่าง ๆ รวมถึงความสัมพันธ์ซึ่งกันและกันในเชิงเมื่อสิ่งนั้นเกิดขึ้นก็จะทำให้สิ่งนี้เกิดขึ้น พอมาถึงการแก้ปัญหาเราก็ต้องการผังที่แสดงให้เห็นถึงแนวทางการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบเพื่อให้การแก้ปัญหาสำเร็จลุล่วงไปตามที่เราต้องการ … ผังต้นไม้ หรือ Tree Diagram จะนำมาใช้ในลักษณะนี้

กล่าวโดยรวมแล้ว ประโยชน์ของผังต้นไม้ก็คือ ใช้ผลักดันแนวทางแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบเพื่อให้สำเร็จตามวัตถุประสงค์ที่ต้องการ ช่วยให้พัฒนาแนวทางที่เป็นเหตุเป็นผลซึ่งกันและกันได้อย่างเป็นระบบชัดเจน ทำให้สมาชิกเข้าใจ เกิดความมั่นใจ และตกลงกันได้ง่าย

ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่า เราจะใช้ผังต้นไม้ เมื่อต้องการแก้ปัญหาโดยมีการกำหนดแนวทางเอาไว้อย่างเป็นระบบ โดยแสดงความสัมพันธ์ของปัญหากับมาตรการแก้ไขในรูปของแผนผังที่ง่ายต่อการทำความเข้าใจ และ เมื่อต้องการให้สมาชิกมีความเข้าใจไปในทิศทางเดียวกัน ทำให้ง่ายต่อการลงมติหรือตัดสินใจ ... รูปร่างหน้าตาของผังต้นไม้เป็นดังรูปด้านล่าง

วิธีการสร้างผังต้นไม้

Continue reading
  649 Hits
  0 Comments
649 Hits
0 Comments

ผังความสัมพันธ์ (Relations Diagram) (2)

บล็อกที่แล้ว เราก็คุยกันเรื่องหลักการหรือแนวทางในการสร้างผังความสัมพันธ์ บล็อกนี้เรามาดูตัวอย่างกันนะครับ … สมมติว่า ผู้จัดการของบริษัทหนึ่งเป็นกังวลใจว่า การออกแบบสินค้ารุ่นใหม่ ๆ ของบริษัทมักจะไม่ได้รับการตอบรับจากลูกค้าในท้องตลาดสักเท่าใดนัก เขาจึงตั้งทีมงานขึ้นมาแก้ปัญหานี้

1) หลังจากสมาชิกของทีมงานได้เข้าใจถึงประเด็นปัญหาแล้ว ก็ได้ตั้งหัวข้อว่า “สินค้าใหม่ที่ออกสู่ตลาดไม่เป็นที่นิยมของลูกค้า” … จากนั้นทีมก็ได้เขียนหัวข้อวางลงตรงกลางแผ่นกระดาษขนาดใหญ่ (หรือ โต๊ะ หรือ ผนัง ก็แล้วแต่สะดวก)

2) จากนั้นสมาชิกได้ช่วยกันระดมความคิดถึงสาเหตุที่เกิดขึ้น แล้วก็เขียนความคิดลงไปในบัตรข้อมูล โดยเขียนบัตรละความคิดตามที่เราเคยทำผ่านมาแล้วในเรื่องของ Affinity Diagram นั่นแหละครับ … จากนั้นสมาชิกก็นำไปบัตรข้อมูลที่เขียนความคิดลงไปแล้วไปวางเรียงกันบนแผ่นกระดาษ (หรือ โต๊ะ หรือ ผนัง) เพื่อให้ทุกคนมองให้ได้ทั่วกัน

Continue reading
  280 Hits
  0 Comments
280 Hits
0 Comments

ผังความสัมพันธ์ (Relations Diagram) (1)

ย้อนกันสักนิด … เมื่อเราได้ข้อมูลมาแล้ว (เช่น จากการระดมสมอง) ถ้าข้อมูลนั้นเราไม่สนใจในความเป็นเหตุเป็นผล (ไม่ว่ามันจะมี หรือ ไม่มีก็ตาม) เราจะเลืกใช้ผังเชื่อมโยงมาจับกลุ่ม แต่ถ้าข้อมูลนั้นเป็นตรรกะหรือเป็นเหตุเป็นผลกัน (และเราต้องการดูในลักษณะนั้น) เราจะใช้ผังความสัมพันธ์เข้าช่วยแสดงให้เห็นความสัมพันธ์ในเชิงอันนี้เกิดแล้วอันนี้จึงเกิดที่แฝงอยู่ …

แผนผังความสัมพันธ์ คือ แผนผังที่นำข้อมูลที่ได้จากการระดมความคิด มีอธิบายให้เป็นเหตุเป็นผลที่มีความเป็นตรรกะมากยิ่งขึ้น เป็นเครื่องมือที่ใช้สำหรับแก้ไขเรื่องยุ่งยากโดยการคลี่คลายการเชื่อมโยงกันอย่างมีเหตุผล (Logical connection) ระหว่างสาเหตุและผลที่เกิดขึ้น ซึ่งเกี่ยวข้องกัน (หรือ วัตถุประสงค์ และกลยุทธ์ที่จะบรรลุความสำเร็จในเรื่องนี้)

แม้ว่าผังความสัมพันธ์นี้มีความคล้ายคลึงกับผังแสดงเหตุและผล (Cause and Effect Diagram) คือใช้ดูว่าแต่ละส่วนย่อย ๆ ของปัญหา หรือ สาเหตุที่เกิดขึ้นนั้น มีความสัมพันธ์กันอย่างไร แต่ผังความสัมพันธ์จะสามารถแสดงความเชื่อมโยงทุก ๆ หน่วยย่อยของปัญหาให้สัมพันธ์กันทุกด้านทุกมุม แต่ผังแสดงเหตุและผลนั้นจะแสดงความสัมพันธ์ของสาเหตุซึ่งเป็นก้างปลาหนึ่งก้างกับปัญหาที่หัวปลาหนึ่งปัญหาเท่านั้น โดยที่สาเหตุแต่ละก้างปลามิได้แสดงความสัมพันธ์กันเลย กล่าวคือ เราจะไม่เห็นความสัมพันธ์กันของ Machines, Methods, Materials, Measurements, Environment และ People เลย … นี่คือจุดอ่อนจุดหนึ่งของผังก้างปลา

ในลักษณะนี้ จึงกล่าวได้ว่าข้อดีของแผนผังความสัมพันธ์ก็เช่น ทำให้ทีมมองเห็นภาพพจน์ของสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างครบถ้วนในขั้นตอนการวางแผน ทำให้สมาชิกของทีมเกิดการการพัฒนาและ/หรือเปลี่ยนกระบวนการคิดของพวกเขาให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทีมสามารถกำหนดลำดับความสำคัญเพื่อชี้บ่งได้อย่างแม่นยำเพราะมองปัญหาที่เกิดจากความสัมพันธ์ของหลายสาเหตุได้อย่างชัดเจน ในที่สุดก็จะทำให้สามารถลงความเห็นเป็นเอกฉันท์ได้ง่าย

Continue reading
  644 Hits
  0 Comments
644 Hits
0 Comments

ผังความสัมพันธ์ระหว่างกัน (Interrelationship Diagram)

ผังนี้ไม่อยู่ในกลุ่ม 7 (New) QC Tool นะครับ … แต่ผมหยิบมาเล่าให้ฟัง เพราะบางทีมันอาจจะต้องใช้ต่อเนื่องกันไปกับผังเชื่อมโยง … ผมจะอธิบายแค่พอเข้าใจผ่านทางการยกตัวอย่างก็แล้วกัน

ผังความสัมพันธ์ระหว่างกัน (Interrelationship Diagram) ใช้ระบุและสำรวจความสัมพันธ์เชิงความเป็นเหตุเป็นผล (Cause and Effect) ระหว่างแนวคิดหรือเรื่องที่เกี่ยวข้องกัน โดยมันแสดงให้เห็นว่าทุกความคิดสามารถเชื่อมโยงเชิงกับความคิดอื่น ๆ ได้มากกว่าหนึ่งครั้ง ตรงนี้มันจะช่วยให้ทีมงานเกิดการคิดออกไปด้านข้าง (Lateral thinking) ทำให้มองเห็นบางสิ่งที่แฝงอยู่ เทคนิคนี้มักจะใช้หลังจากผังเชื่อมโยงได้ทำให้แสดงการจัดกลุ่มของเรื่องราวหรือปัญหาแล้ว

ย้อนกลับไปหน่อยครับ … จากบล็อกที่แล้ว สมมติว่าเราได้เรื่องที่จำเป็นต่อการกำหนดวิสัยทัศน์ออกมาดังรูป

(เพื่อให้มีข้อมูลมากหน่อย ตอนนำมายกตัวอย่าง) สรุปได้ก็คือ Customer Value, Work Environment, Customer Service, ROI, Technology, Product Innovation … พอผู้จัดการได้ข้อมูลเหล่านี้ ก็เกิดคำถามว่า ที่ว่ามาทั้งหมดนั้น ตัวใดมันมันส่งผลต่อตัวใด ตัวใดเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก จะได้ขับเคลื่อนไปได้อย่างถูกต้อง ผู้จัดการจึงขอให้ทีมช่วยทำการยืนยันให้หน่อย … ทีมได้ตัดสินใจใช้ Interrelationship Diagram เข้ามาช่วย โดยทีมได้เขียนเรื่องต่าง ๆ ลงในกระดาษดังนี้

Continue reading
  237 Hits
  0 Comments
237 Hits
0 Comments