MSITBlog

MSITBlog

เป็น Blog สำหรับชาว IT เพื่อเเบ่งปันความรู้ ประสบการณ์ ระหว่าง อาจารย์ นักศึกษา ศิษย์เก่าเเละบุคคลที่สนใจทางเทคโนโลยีสารสนเทศ

Value Chain (2)

A

เรามาคุยกันต่อนะครับ

ถ้าผมเอากรอบกิจกรรมหลักตั้งขึ้นมาก่อน ตามบล็อกสีแดง (ผมตัด Service ออกไปก่อนนะครับ เพราะเขียนแล้วมันล้นกระดาษ) แล้วผมก็เขียนกระบวนการธุรกิจแต่ละส่วนที่เกิดขึ้นตามบล็อกสีแดง (แบบคร่าว ๆ พอเป็นแนวคิดนะครับ) และ IT เป็นไปตามรูปด้านล่าง 

ผมขอเริ่มต้นในส่วนของ Sales and Marketing ก่อน โดยสมมติเอาว่า ฝ่ายขายโทรไปคุยกับลูกค้า (Sales Call) เพื่อเสนอขายสินค้าให้ลูกค้า ในที่สุดลูกค้าก็สั่งซื้อสินค้า (Sale Order) มาว่า เขาต้องการซื้อสินค้าอะไร จำนวนเท่าใด ต้องส่งสินค้าให้เขาเมื่อไหร่ ทางไหน ... ผมขอเรียกส่วนนี้ว่า กระบวนการขาย (Sale Process) ก็แล้วกัน ซึ่งจะอยู่ในด้าน Sale side (หรือ ด้านขาย)

ตรงนี้ เราก็มามองต่อไปว่า เราจะใช้ IT เข้าไปช่วยอะไรได้บ้าง ผมจะแยกพูดในภายหลังนะครับ ขออธิบายกระบวนการที่อิงกับตัวแบบให้จบไปรวดเดียวก่อน

หลังจากฝ่ายขายได้รับคำสั่งซื้อแล้ว เขาก็ทำการตรวจสอบในฐานข้อมูลสินค้าที่พร้อมขาย (Finished Good Database) ว่ามีสินค้าที่ลูกค้าต้องการพอที่จะขายหรือไม่

ถ้ามี เขาก็จะอนุมัติให้ทำการขาย (Order Approved) แล้วแจ้งไปยังคลังสินค้าเพื่อให้ทำการจัดส่งสินค้า (Finished Good to Shipping) ไปให้ลูกค้า คลังสินค้าก็จะทำการส่งสินค้าขึ้นรถ (FG Ship out) ส่งไปให้ลูกค้า ซึ่งส่วนนี้ถือเป็น Outbound Logistics … จากนั้นก็ทำการอัพเดตข้อมูลของสินค้าที่ส่งไปให้ลูกค้าแล้ว (Shipped Order Update)

ถ้าสินค้าที่ลูกค้าต้องการไม่มี หรือ มีไม่พอ ฝ่ายขายก็จะแจ้งไปยังฝ่ายผลิต เพื่อให้ผลิตสินค้าให้

เมื่อฝ่ายผลิตได้รับคำสั่งผลิตมา เขาก็จะตรวจดูในฐานข้อมูล Raw Material Database ว่ามีวัตถุดิบเพียงพอต่อการนำมาใช้ในการผลิตหรือไม่ ถ้าพอก็เบิกไปผลิต ถ้าไม่พอก็จะแจ้งไปยังฝ่ายจัดซื้อ (Purchasing) ให้จัดซื้อจัดหาวัตถุดิบเข้ามา

ฝ่ายจัดซื้อก็จะตรวจสอบความต้องการใช้วัตถุดิบจากฐานข้อมูล Raw Material Database ว่าต้องทำการจัดซื้อวัตถุดิบอะไรบ้าง ปริมาณเท่าใด จากนั้นก็เปิดคำสั่งซื้อไปยังซัพพลายเออร์ (Order Placed)

หลังจากซัพพลายเออร์ได้รับคำสั่งซื้อแล้วก็จะจัดส่งวัตถุดิบเข้ามาให้โรงงาน หลังจากทำการตรวจรับวัตถุดิบแล้ว ก็จะทำการอัพเดตเข้าไปในฐานข้อมูลของวัตถุดิบ (Raw Material Received Update) และโหลดวัตถุดิบเข้าคลังสินค้า (Raw Material & Components) …. เราจะเห็นว่า ส่วนนี้จะอยู่ในส่วนของ Inbound Logistic ... และผมขอเรียกฝั่งทางด้าน่ายจัดซื้อว่า Buy side หรือ ด้านซื้อ

จากนั้นฝ่ายผลิตก็จะทำการเบิกวัตถุดิบเพื่อนำไปใช้ทำการผลิต (Raw Material Use) … หลังจากผลิตสินค้าออกมาจนแล้วเสร็จเป็น Finished Good แล้ว ฝ่ายผลิตก็จะส่งไปเก็บ (FG Produced) ที่คลังสินค้า แล้วทำการอัพเดตยอดสินค้า (Production Update) เข้าสู่ฐานข้อมูล Finished Good Database และอัพเดตยอดวัตถุดิบที่นำมาใช้ (Raw Material Used Update) เข้าไปใน Raw Material Database … ส่วนนี้ก็จะเป็นกลุ่มของ Operations ตามที่กล่าวไว้ในตัวแบบของ Value Chain นั่นเอง

 

 

Rate this blog entry:
Buy Side
Value Chain Model (1)

Related Posts

 

Comments

No comments made yet. Be the first to submit a comment
Already Registered? Login Here
Guest
Tuesday, 20 February 2018