MSITBlog

MSITBlog

เป็น Blog สำหรับชาว IT เพื่อเเบ่งปันความรู้ ประสบการณ์ ระหว่าง อาจารย์ นักศึกษา ศิษย์เก่าเเละบุคคลที่สนใจทางเทคโนโลยีสารสนเทศ

ทัศนคติ

ผมทำงานในโรงงานอุตสาหกรรมมานาน สมัยแรก ๆ ก็ถูกสอนให้มองเรื่องความสูญเปล่า 7 ประการ (7 Waste) อันได้แก่

1) ความสูญเปล่าเนื่องจากการผลิตมากเกินความต้องการ (Overproduction)

2) ความสูญเปล่าเนื่องจากการเก็บวัสดุคงคลังมากเกินความจำเป็น (Inventory)

3) ความสูญเปล่าเนื่องจากมีการขนส่งมากเกินไป (Transportation)

4) ความสูญเปล่าเนื่องจากการเคลื่อนไหวที่ไม่จำเป็น (Motion)

Continue reading
  16 Hits
  0 Comments
16 Hits
0 Comments

เน้นให้ถูกเรื่อง

สมัยก่อนที่ผมเรียนหนังสือนั้น เรื่อง ๆ หนึ่งมักจะมีวิชาที่เรียนแยกจากกัน วิชาหนึ่งว่าด้วยเรื่อง “ตัวความรู้” และอีกวิชาหนึ่งจะว่าด้วยเรื่อง “การนำความรู้มาประยุกต์ใช้งาน”

หรือ พูดง่าย ๆ ก็คือ สมัยก่อนนั้น เรามองตัวความรู้ กับ การประยุกต์ใช้งาน แยกจากกัน

พอมาทำงานในช่วงแรก ๆ ก็จะติดนิสัยนี้ คือ จะมององค์ความรู้ (และการนำมาใช้งาน) ที่นำมาใช้งานแยกขาดจากกันเป็นเรื่อง ๆ เช่น พอมองไปที่วิศวกรคนหนึ่งที่กำลังทำงานอยู่ ก็จะมองในเชิงว่า ความรู้อะไรบ้างที่เขาต้องมีเพื่อจะทำให้เขาทำงานได้

พอทำงานมาสักพัก ผมต้องมานั่งถามตัวเองอยู่เหมือนกันว่า เราก็เรียนมาสารพัดเรื่อง สารพัดวิชา แต่มันก็มีไม่กี่เรื่องหรอกที่นำมาใช้งานจริง ๆ … ครั้นพอมองย้อนกลับไปตอนสมัยเรียน ก็มองเห็นว่าวิชาบางวิชามันก็เป็นพื้นฐานในการทำความเข้าใจวิชาอื่น ๆ บางวิชาที่ผมเรียนมาและคิดว่าไม่ได้ใช้ แต่เพื่อนฝูงกันที่ทำงานอยู่ที่บริษัทอื่นเขากลับใช้งาน ก็เลยเข้าใจว่า ทางสถานศึกษาเขาก็ต้องสอนให้คลุม ๆ เอาไว้ก่อน

มันก็เกิดคำถามขึ้นมาว่า ถ้าเช่นนั้นเราจะพิจารณาอย่างไรว่า ความรู้ไหนที่จำเป็นต้องมี ต้องคว้าจับ 

Continue reading
  31 Hits
  0 Comments
31 Hits
0 Comments

การคว้าจับความรู้ (ใหม่)

พอเราจัดเก็บความรู้เอาไว้แล้ว เราก็ต้องสร้างช่องทางให้พนักงานสามารถเข้ามาเรียนรู้ได้ ... อันนี้ไม่ค่อนยากสักเท่าใด

ปัญหาที่ทำให้ปวดประสาทระดับไมเกรนขึ้นก็คือ เราจะทำให้พนักงานอยากเข้ามาเรียนรู้ด้วยความเต็มอกเต็มใจ แล้วนำไปประยุกต์ใช้งานได้อย่างไร … บังคับน่ะมันง่าย แต่มันไม่เวิร์กหรอกครับ เพราะพอนานไปก็หายเรียบ

เห็นไหมครับ ตรงนี้มันก็จะไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องของคนอีกแหละครับ ... และต้องยุ่งกับคนจำนวนมากด้วย

ผมนิยมขยับจากกลุ่มเล็ก ๆ ไปก่อน เพราะมันสร้างแรงจูงใจได้ง่าย เราต้องทำให้เขาเห็นว่ามันเกิดประโยชน์ขึ้นกับตัวเขาจริง ๆ แล้วก็อาศัยคนกลุ่มนี้เป็นกระบอกเสียงเพื่อดึงคนมาเพิ่มเพื่อขยายจำนวนคนให้มากขึ้น

พอคนมากขึ้นถึงจุด ๆ หนึ่ง เราก็แบ่งออกเป็นสองกลุ่ม แล้วก็ให้แต่ละกลุ่มดึงคนเข้ามาอีก ก็ทำแบบนี้ไปเรื่อย ๆ มันก็จะเกิดการขยายตัวหรือ มีกลุ่มย่อยเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ... ช้าหน่อย แต่ก็มีความคล่องตัวในด้านการจัดการดี (ไม่ว่าจะกำหนดเวลา หรือ จัดการประชุมก็ตาม)  

Continue reading
  34 Hits
  0 Comments
34 Hits
0 Comments

ความรู้รั่วไหลได้

เมื่อเราปรับความรู้ให้เหมาะสมต่อการนำไปใช้งานแล้ว คราวนี้เราก็ต้องทำการจัดเก็บ และ กระจายออกไปยังคนที่ต้องการใช้ (หรือ ให้คนที่ต้องการใช้งานสามารถเข้าถึงความรู้ที่เราจัดเก็บเอาไว้ได้)

ถ้าเราเปลี่ยนความรู้ในสมองให้เป็นเอกสาร เป็นคู่มือ เราก็สามารถใส่แฟ้ม ใส่ตู้เอาไว้ได้ … แต่ถ้าเราเปลี่ยนให้อยู่ในรูปแบบอิเล็กทรอนิคส์ เช่น เป็นเอกสารแบบ pdf เราก็คงต้องใช้ IT เข้าช่วยแล้ว

พวกโปรแกรมประเภทระบบการจัดการเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ หรือ EDMS (Electronic Document Management System) ก็สามารถนำมาช่วยในการจัดเก็บเอกสารเหล่านี้ได้ง่าย มีของฟรีให้ใช้ และก็ใช้ง่ายด้วย โดยเราสามารถสร้างที่จัดเก็บเลียนแบบเหมือนตู้เอกสารได้เลย (เช่น ตู้เอกสาร A เราก็สร้างโฟลเดอร์ A ขึ้นมา ในตู่เอกสาร A มีชั้นให้เก็บ 4 ชั้น เราก็สร้างโฟลเดอร์ย่อยในโฟลเดอร์ A เป็น A1,  A2, A3,  A4 เพื่อใช้แทนชั้นเก็บ

ชั้น 1 ของตู้เอกสารมีแฟ้มอะไรบ้าง เราก็ไปสร้างโฟลเดอร์ย่อยในโฟลเดอร์ A1 (ซึ่งแทนชั้น 1 ของตู้ A) อีกทีหนึ่ง … จะเอากี่แฟ้มก็ได้สบายมาก … ขี้เกียจเก็บเอาไว้ในองค์กรก็โยนขึ้นคลาวด์ก็ได้ … สมัยผมทำงาน ผมก็อาศัยซอฟต์แวร์ EDMS นี้แหละมาเก็บพวกเอกสารความรู้ต่าง ๆ

Continue reading
  56 Hits
  0 Comments
56 Hits
0 Comments

ความรู้เพื่อใคร

การที่เราไปดึงความรู้ ทักษะ ความชำนาญ ออกมาจากสมองของคนเก่ง ๆ นั้น มองในแง่ของความรู้แล้ว มันก็ OK อยู่ เพราะมันเป็นของที่เขาสะสมมานาน … แต่ก็ขอให้พิจารณาต่อไปด้วยว่า ใครคือคนที่จะนำความรู้อันนั้นไปใช้งาน

สมมติว่าผมไปดึงความรู้เกี่ยวกับเทคนิคอะไรสักเรื่องหน่งออกมาจากพี่ Engineer เขา ผมก็รับรองได้ว่า มันจะได้องค์ความรู้และศัพท์แสงเฉพาะด้านออกมาเต็มไปหมด ถ้าผมเขียนออกมาเป็นเอกสารและเอาเรื่องนี้ไปให้พนักงานอ่าน เขาก็อ่านไม่รู้เรื่องหรอกครับ เพราะศัพท์แสงต่าง ๆ มันเป็นระดับ “เทพ” ทั้งนั้น เราต้องเอามาเรียบเรียงใหม่ให้ง่ายลง เพื่อเหมาะสมกับตัวผู้อ่าน

ถ้าจะเขียน ผมก็ขอให้นึกง่าย ๆ เอาไว้ว่า … เราเขียนเพื่อให้คนอื่นอ่าน ไม่ใช่เขียนเพื่อให้เราอ่านเอง (เพราะเรา เขียนเอง อ่านเอง ยังไง ๆ มันก็เข้าใจ)

นอกจากนั้น บางครั้งความรู้ที่ได้มาอาจจะยังไม่ครับถ้วน ขาดความสมบูรณ์ (เช่น เรากล่าวเฉพาะการปรุงอาหาร แต่ไม่ได้กล่าวถึง ขั้นตอนในการจัดเตรียมก่อนหน้านั้น เป็นต้น) หรือ บางส่วนล้าสมัย ตกยุคไปแล้ว เราก็ต้องมาเพิ่ม มาปรับเปลี่ยน เพื่อให้มันมีสมบูรณ์ มีความถูกต้อง และทันสมัยเข้ากับสถานการณ์

ดังนั้น ความรู้ที่ดึงออกมาจาก “เทพ” หรือ “เซียน” ทั้งหลาย จึงต้องถูกนำมา เพิ่ม และ ปรับ เพื่อให้มีความสมบูรณ์ และ เหมาะสมกับผู้นำไปใช้เสียก่อน แล้วจึงส่งออกไปยังกลุ่มเป้าหมาย … เราจึงมักได้ยินคำศัพท์ที่ใช้กันว่า “Refine Knowledge” หรือ ก็คือปรับความรู้ที่ได้มานั้นให้เหมาะสมต่อการใช้งานนั่นเอง

Continue reading
  52 Hits
  0 Comments
52 Hits
0 Comments

คัมภีร์เทวดา

พอเราดึงความรู้ออกมาได้แล้ว เราก็ควรทำการแบ่งกลุ่ม หรือ จัดหมวดหมู่เสียให้เรียบร้อย เพื่อต่อไปจะได้ง่ายต่อการสืบค้น

ห้องสมุดเขายังจัดหมวดหมู่หนังสือเลย … ถ้าเราไม่กำหนดเอาไว้ก่อน พอได้ความรู้มาเป็นเอกสาร มันก็จะกองเต็มไปหมด ไม่รู้ว่าเอกสารฉบับนี้ เล่มนี้ เกี่ยวกับเรื่องอะไร

ตอนทำแรก ๆ นั้น ความรู้ที่ทำออกมาเป็นเอกสาร บางทีก็แค่เขียนใส่กระดาษเอาไว้บ้าง พิมพ์เป็นรายงานเอาไว้บ้าง มันจะไม่มากมายอะไรนักหรอก

พอมันหลายเรื่อง หลายแผ่นเข้า เราก็เก็บเข้าแฟ้ม ทำ Index ทำชื่อเรื่องเอาไว้ และแยกแฟ้มออกเป็นหมวดหมู่ … ต่อไปถ้าเราต้องการเก็บให้อยู่ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ มันก็จะทำได้เร็วขึ้น …

อย่ากังวลเรื่องต้องไปเตรียมพื้นที่จัดเก็บ เตรียมฮาร์ดดิสก์อะไรพวกนี้เลย เชื่อผมเถอะ เรื่องพวกนี้ง่าย ทำแป๊บเดียวก็เสร็จ … ในช่วงปีแรกเอกสารที่เขียนขึ้นมาแล้วเก็บสะสมไว้เป็นคลังความรู้ยังได้ไม่เต็มแฟ้มที่จัดเตรียมเอาไว้เลย ปลายปีเอาคนมานั่งพิมพ์ นั่งแสกน สองสามวันก็หมดแล้ว

Continue reading
  68 Hits
  0 Comments
68 Hits
0 Comments

แสวงหาความรู้

เมื่อเรากำหนดได้แล้วว่า ความรู้ใดที่สำคัญกับองค์กร เราก็ต้องหาแหละครับว่า ความรู้เหล่านั้นอยู่ที่ใครบ้าง

เราคงต้องเล็กไปที่คนเก่ง คนที่มีทักษะ คนที่มีประสบการณ์การทำงานมานาน เอาไว้ก่อนแหละครับ …

ประเด็นที่น่าสนใจก็คือ คนเหล่านี้เขาจะยอมแบ่งปันความรู้ให้แก่คนอื่นหรือไม่ และถ้ายอม เราจะดึงความรู้จากสมองเขาออกมาได้อย่างไร

ดังนั้นในช่วงนี้มันจึงเป็นเรื่องของ “คน (People)” และ “กระบวนการ (Process)” ที่ต้องนำมาใช้งานก่อน

เรื่องหนึ่งที่เราต้องยอมรับกันตรง ๆ ว่า มิใช่ว่าทุกคนจะยินดีให้ความรู้แก่คนอื่น และ/หรือ ให้ทั้งหมดด้วยความเต็มใจไม่มีกั๊กส่วนสำคัญ ๆ เอาไว้ … เราจะสร้างแรงจูงใจอย่างไรให้เขายินดีที่จะแบ่งปันความรู้กับผู้อื่น

Continue reading
  65 Hits
  0 Comments
65 Hits
0 Comments

ความรู้ที่จำเป็นสำหรับองค์กร

สองบล็อกที่ผ่านมา ผมกล่าวถึงความรู้ที่มีอยู่ในตัวแล้ว แต่มันก็ตกยุค ล้าสมัย จนไม่มีใครเขานิยมกันแล้ว เราก็ต้องหาความรู้ใหม่ ๆ เข้ามาเปลี่ยนแปลงตนเอง … กับ ความรู้มันย่อมเดินต้อย ๆ ตามพนักงานออกไปจากบริษัท (เมื่อเขาลาออก หรือ เกษียณงาน)

สิ่งเหล่านั้น มันย่อมมีความสำคัญต่อองค์กร เพราะองค์กรได้ลงทุน ลงแรง พัฒนามันขึ้นมา ... อยู่เฉย ๆ มันก็หายแว๊บออกจากองค์กรไป เราไม่เสียดายหรือ ... เรายอมรับเรื่องพวกนี้ได้หรือ

ถ้าเราสามารถดึงเอาความรู้ต่าง ๆ เหล่านั้นมาเก็บเอาไว้ใน “คลังความรู้” ขององค์กรได้ … มันก็จะทำให้พนักงานผู้เป็น “สมอง” ขององค์กรทั้งหลายได้เรียนรู้ และนำไปใช้งานให้เกิดประโยชน์ต่อองค์กรต่อไปได้ ... ในกรณีนี้ นอกจากความรู้มันไม่สูญหายไปจากองค์กรแล้ว ยิ่งมีคนนำไปใช้มากเท่าใด มูลค่าของมันก็จะเพิ่มขึ้นอีกด้วย

การที่เราจะเอาความรู้มากมายก่ายกองจากพนักงานเป็นร้อยเป็นพันคนเอามาเก็บไว้ทั้งหมด มันคงยุ่งยากและใช้เวลานานมาก เราก็จะโฟกัสไปที่ความรู้หลัก ๆ (Core Knowledge) ที่ต้องใช้สร้างผลิตภัณฑ์หลัก (Core Product) ขององค์กรเสียก่อน

นั่นหมายความว่า เราก็ต้องกำหนด หรือ ระบุ หรือ บ่งชี้ความรู้ที่จำเป็นสำหรับองค์กรให้ได้ เราจะเอาเฉพาะส่วนนี้ ความรู้อื่น ๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องเราเอาไว้ทีหลัง

Continue reading
  69 Hits
  0 Comments
69 Hits
0 Comments

Reinvent yourself

ในยุคนี้ เรามักจะได้ยินคำว่า Disruption กันจนคุ้นหูแล้วกระมัง ถ้าจะแปลให้ดูน่ากลัวหน่อย ก็ขอแปลว่า “การทำลายล้าง” ก็แล้วกัน … เราดูในแง่นี้แล้วก็จะเห็นว่าสิ่งหนึ่งเกิดขึ้นมาแล้ว สิ่งนั้นมันก็ทำสิ่งที่มีอยู่เดิมเสื่อมความนิยมไป

ถ้าเราดูด้านลบ มันคือการทำลาย แต่อีกด้านหนึ่งซึ่งเป็นด้านบวกของมันก็คือการสร้างสิ่งใหม่ที่ดีกว่าขึ้นมาแทนสิ่งเก่า

สมัยก่อนเราจะคุ้นกับคำว่า ถ้าเราไม่เปลี่ยนแปลงตัวเอง เดี๋ยวก็จะมีคนอื่นมาเปลี่ยนเรา (มาบังคับให้เราต้องเปลี่ยนแปลง) ต่อมาก็แรงขึ้นเป็นในเชิงถ้าเราไม่ทำก็ต้องตาย (Do or Die) หรือ ถ้าไม่เปลี่ยนวันนี้ ก็ไม่มีวันหน้าแล้ว (Disrupt or be disrupted) … มันออกไปในเชิงจะอยู่หรือจะไป (แบบทำลายกันสิ้นซากกันไปเลยทีเดียว)

ในแง่นี้ เราจะเห็นว่านวัตกรรมใหม่ ๆ ที่ออกมา ไม่ว่าจะเป็น นวัตกรรมด้านสินค้า (Product Innovation) นวัตกรรมทางด้านการให้บริการ (Service Innovation) หรือ นวัตกรรมทางด้านกระบวนการ (Process Innovation) ก็ตาม มีตัวอย่างให้เราเห็นมากมายที่พอมันเกิดขึ้นปุ๊บ มันก็ทำลายของเก่าจนล้มหายตายจากไปเลย

Continue reading
  63 Hits
  0 Comments
63 Hits
0 Comments

เมื่อความรู้มันเดินตามเจ้าของออกไปจากบริษัท

บล็อกที่แล้ว ผมกล่าวเกี่ยวกับพนักงานที่ใช้ความรู้เป็นฐานในการทำงาน หรือ Knowledge Worker ว่า เราควรมองเขาว่าเป็นสินทรัพย์ที่สามารถพัฒนาให้เกิดคุณค่าเพิ่มแก่องค์กรได้ตลอดเวลา

เราไม่ควรมองเขาเหมือนเป็นปัจจัยในการผลิตที่จ้องแต่จะลด/ตัดต้นทุนอยู่ตลอดเวลา

สิ่งที่เราสามารถพัฒนาได้ก็คือความรู้นั่นเอง และเจ้าสิ่งนี้มันอยู่ในสมองของพนักงานผู้มีความรู้เสียด้วย … ถ้าพนักงานออกไปจากองค์กร เจ้าสมองนี้ก็ย่อมติดตามพนักงานออกนอกองค์กรไปด้วย

ดังนั้นบล็อกที่แล้วจึงปิดท้ายเอาไว้ว่า “องค์กรมีนโยบายส่วนบุคคลเป็นอย่างไร อะไรคือสิ่งดึงดูดและรักษาพนักงานผู้ทรงความรู้ผู้ซึ่งสามารถกำเนิดผลิตผลในระดับสูงเหล่านั้นให้อยู่กับองค์กรได้ อะไรคือสิ่งจำเป็นที่จะใช้เพิ่มผลิตผลของเขาเหล่านั้น และอะไรคือสิ่งจำเป็นในการเปลี่ยนผลิตผลที่เพิ่มขึ้นข้างต้นให้เป็นความสามารถอันทรงประสิทธิภาพขององค์กร”

Continue reading
  87 Hits
  0 Comments
87 Hits
0 Comments

Knowledge Worker

ปัจจุบันนนี้ เราจะเห็นว่าสังคมบ้านเราต้องการพนักงานที่ต้องใช้ความรู้เป็นฐานในการทำงานกันเป็นส่วนมาก หรือ กล่าวให้ชัดเจนลงไปก็คือ เราต้องการพนักงานที่มีความรู้เฉพาะเรื่อง เฉพาะด้าน เข้ามาทำงานในองค์กรกันมากขึ้น

เมื่อเป็นเช่นนี้ เราก็ต้องไม่ลืมว่า ความต้องการของพนักงานที่มีความรู้ประการหนึ่งก็คือ พวกเขาต้องสามารถกำหนดกิจกรรมที่ต้องทำและผลลัพธ์ที่ได้ด้วยตัวเขาเอง เพราะว่าพนักงานที่มีความรู้เหล่านี้ต้องการความเป็นอิสระในการกำหนดสิ่งที่เขาต้องทำและผลลัพธ์ที่ได้

การที่เขาต้องการเช่นนี้ก็เพราะว่า ความรู้นั้นมันมีความแตกต่างกันในแต่ละเรื่อง แม้ว่าพวกเขาจะทำงานอยู่ในพื้นที่เดียวกันก็ตาม แต่พนักงานแต่ละคนจะมีกลุ่มความรู้เป็นลักษณะเด่นเฉพาะตัวของเขา และด้วยความรู้ที่มีลักษณะเด่นและพิเศษออกไปนี้ เขาจึงต้องการทราบเรื่องราวในด้านที่เฉพาะเจาะจงมากกว่าพนักงานคนอื่น ๆ ในองค์กร

เมื่อเราให้ข้อมูลอันเป็นเรื่องราวในด้านที่เฉพาะเจาะจงแก่เขาแล้ว เขาจะกำหนดกำหนดกิจกรรมที่ต้องทำด้วยตัวของเขาเอง  งานของเขาก็จะถูกปรับเปลี่ยนรูปแบบขึ้นมาให้เหมาะสมกับตัวเขา เขาก็จะสามารถคาดหมายถึงวิธีการทำงานของเขาและมีความรับผิดชอบกับงานเหล่านั้น

Continue reading
  88 Hits
  0 Comments
88 Hits
0 Comments

บุญของเป็ดน้อย

หลังจากเป็ดน้อยหรือคุณเอของผมสบายใจขึ้นแล้ว เขาก็เริ่มคิดที่จะออกเดินทางไล่ล่าหาประสบการณ์ในชีวิตต่อไป … ถ้าบริษัทใหญ่ ๆ มันไม่มีที่ให้เรายืน เราก็ลองหาที่ยืนในบริษัทเล็ก ๆ ดูก็แล้วกัน เห็นมีคนเขาว่าเป็นหัวหมาดีกว่าเป็นหางราชสีห์มิใช่หรือ … เอาวะลองลุยกันอีกสักตั้ง เป็นไงเป็นกัน

เมื่อตัดสินใจแล้ว คุณเอก็เริ่มมองหาบริษัทที่มีลักษณะงานเหมือนหรือใกล้เคียงกับที่งานเคยทำมาจากบริษัทที่แล้ว แล้วโฟกัสไปที่บริษัทที่มีขนาดเล็กหน่อยแต่มีโอกาสในการเติบโตในอนาคต จากนั้นก็เริ่มค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับสภาพการทำงานในองค์กรเหล่านั้น ตลอดจนการพัฒนาพนักงาน และวิสัยทัศน์ของผู้บริหารจากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ แล้วส่งใบสมัครงานไปยังบริษัทที่หมายตาเอาไว้ …

เหมือนฟ้ามีตา สวรรค์มีใจ … คุณเอได้รับการติดต่อจากบริษัทหนึ่งให้ไปสัมภาษณ์งาน

ผู้สัมภาษณ์ได้ให้คุณเอเล่าให้ฟังว่าทำงานอะไรมาแล้วบ้าง … คุณเอก็เล่างานต่าง ๆ ที่เคยทำในฐานะ “คุณบุญช่วย” บ้าง ในฐานะ “ผู้มีความคิดริเริ่ม” บ้าง ในฐานะที่ “ต้องทำงานแทนคนอื่น” บ้าง และตบท้ายด้วยความจริงใจว่า “ตัวผมเองเคยทำมาหลายเรื่อง แต่ยังไม่มีเรื่องใดที่ผมเก่งสักเรื่อง จนคนเขาว่าผมเก่งแบบเป็ด ๆ”

Continue reading
  104 Hits
  0 Comments
104 Hits
0 Comments

กรรมของเป็ดน้อย

ผมคิดว่าพวกเราคงเคยกับคำพูดที่ว่า “ไปช่วยเขาหน่อย นึกว่าเอาบุญ” กันอยู่บ้าง วันนี้ผมขอเล่าเรื่องเบา ๆ ให้ฟังสักเรื่องหนึ่ง

คุณเอเพิ่งเข้ามาทำงานในบริษัทหนึ่ง ปกติคุณเอเป็นคนมีน้ำใจ ชอบช่วยเหลือคน ใครขอความช่วยเหลือคุณเอมักจะไม่ปฏิเสธ อะไรช่วยได้ก็ช่วยกันไป เขาก็แค่คิดว่า ใช่ใครที่ไหน มันก็เพื่อนร่วมงานกันทั้งนั้น ช่วยกันได้ก็ช่วยกันไป งานจะได้เสร็จไว ๆ …

หลายคนเห็นคนเอช่วยเหลือคนอื่น ก็พากันบอกกับคุณเอในเชิงที่ว่า “ดีแล้ว “ช่วย”คนได้ “บุญ” ด้วยนะ” ในที่สุดคุณเอก็กลายเป็น “คุณบุญช่วย” ไปโดยปริยาย

ฉากสถานการณ์แรก ... ก็ด้วยความที่เป็นคนที่ชอบช่วยเหลือเพื่อนฝูง คุณเอจึงเดินไปหาคุณบีแล้วถามว่า มีอะไรให้ช่วยไหม คุณบีก็ตอบรับ โดยบอกว่างั้นคุณเอาเรื่องนี้ไปช่วยผมทำหน่อย … คุณเอก็รับมาช่วยทำให้

วันต่อมา เจ้านายของคุณเอโทรมาหาแต่เช้าแล้วถามว่าเรื่อง XYZ ไปถึงไหนแล้ว … คุณเอชักงง ๆ  จึงถามว่า เรื่อง XYZ คืออะไรครับ เจ้านายก็ตอบว่า อ้าว … ก็เรื่องที่คุณ B บอกว่าคุณรับอาสาไปทำนั่นไง เร็ว ๆ เข้า ผมต้องการใช้ด่วนตอนบ่ายวันนี้

Continue reading
  205 Hits
  0 Comments
205 Hits
0 Comments

เรื่องที่น่าสนุกของผู้ชี้ชะตา

ผมได้คุยกับผู้ที่ทำงานอยู่ในบริษัทแห่งหนึ่ง เขาเล่าให้ผมฟังว่า เดือนหน้าเขาต้องเข้าไปประมูลงาน ๆ หนึ่งซึ่งเจ้านายบอกว่า ต้องเอาให้ได้ ถึงจะไม่มีกำไรก็ยอม ...

แหม ... เปิดประเด็นแบบนี้ น่าสนใจนะครับ เพราะอะไรถึงอยากเหนื่อยโดยไม่ได้กำรี้กำไรแบบนั้น ด้วยความสงสัยผมก็ถามเขาว่า องค์กรธุรกิจตั้งขึ้นมาเพื่อแสวงหากำไรไม่ใช่หรือ ถ้าไม่มีกำไรแล้วเราจะทำไปทำไม หรือว่าองค์กรที่คุณทำงานเป็นองค์กรที่ไม่แสวงหากำไร

เขาก็ตอบว่า เป็นองค์กรธุรกิจแน่นอน เพียงแต่เจ้านายบอกว่าเขาหวังกำไรที่งานหน้า ดังนั้นงานนี้จึงเสมือนเป็นการเปิดตัวให้คนรู้จัก

อ้อ ... ต้องการเปิดตัว ผมก็ถามเขาต่อไปว่า แล้วถ้างานหน้าไม่มีกำไรอีก ก็ไม่เป็นไร ค่อยไปหวังงานหน้าไปเรื่อย ๆ อย่างนั้นหรือ

เขาก็ตอบว่า ไม่รู้เหมือนกัน คงอย่างงั้นมั๊ง ... จากนั้นผมกับเขาก็คุยกันต่ออีกนานพอควร

Continue reading
  151 Hits
  0 Comments
151 Hits
0 Comments

หวงจังนะ

เมื่อใดที่ผมเห็นการทำ Big Cleaning Day (เรื่องเกี่ยวกับ 5ส) ทีใด ผมยิ้มได้ทุกทีเพราะมันเห็นมุมที่เหมือน ๆ กันมานานแล้ว ผมว่านานตั้งแต่ผมยังหนุ่มมาก (เมื่อเข้าทำงานในโรงงานและเคยทำเรื่องนี้) จนเดี๋ยวนี้ความหนุ่มเหลือน้อยแล้ว

ลองนึกภาพดูนะครับ … ในช่วงเช้าของวันทำ Big Cleaning Day ผมจะเห็นพนักงานพากันโยนเอกสาร สิ่งของ ที่เขาคิดว่าเขาจะไม่ใช้แล้วจากโต๊ะทำงาน จากตู้ จากชั้นเก็บ ลงในถุงขยะสีดำหรือกล่องกระดาษเพื่อจะได้ขนไปทิ้ง (หรือ เก็บไว้ในที่อื่นตามความเหมาะสม) ซึ่งดูแล้วก็มากมายเอาเรื่องอยู่

หลังจากโยนเสร็จแล้วก็ยืนมอง พลางนึกว่า “แหม … วันนี้เราน่าจะ clean ขยะออกไปจากสถานที่ทำงานของเราได้เยอะทีเดียว”

จากนั้นก็หันมาปัดกวาดเช็ดถู ตู้ โต๊ะ ชั้นวาง จนสะอาดเอี่ยมอ่อง พลางยิ้งย่องด้วยความภาคภูมิใจ … “อืม สะอาดขึ้นเยอะเลยนะ ไม่มีฝุ่น มีของที่ไม่ต้องการใช้แล้ว”

จากนั้นเขาก็หันมามองกองเอกสาร สิ่งของ ด้วยสายตาอยากรู้อยากเห็นว่า เราทิ้งอะไรไปบ้างหนอ … ด้วยความสงสัย เขาก็เริ่มลงมือรื้อค้นกองสิ่งของข้างต้น โดยการหยิบมาดูทีละชิ้น ๆ  

Continue reading
  188 Hits
  0 Comments
188 Hits
0 Comments

บางสิ่งบางอย่างที่เหือดแห้งไป

สัปดาห์ที่ผ่านมาก็มีวันหยุดหลายวันผนวกเข้ากับวันอังคารซึ่งผมไม่ได้ทำงาน ถ้านับแบบเอาแบบทั่วไปผมก็ได้หยุดถึง 4 วัน … 

หลังจากหยุดไป 4 วัน วันนี้ซึ่งเป็นวันแรกของการทำงาน เมื่อผมมาถึงที่ทำงานตอนเช้าก็มีคนรู้จักมักคุ้นถามผมว่า "หยุดหลายวันไปเที่ยวไหนมา"

ผมก็ตอบว่า “ไม่ได้ออกต่างจังหวัดไปไปเที่ยวที่ไหนหรอก ก็อยู่ในกรุงเทพนี่แหละ ไปวัดทำบุญบ้าง ไปทานอาหารนอกบ้านบ้าง ว่าง ๆ ก็อ่านหนังสือ ดูทีวีไปตามเรื่อง”

เขาก็คุยต่อว่า “อาจารย์ขยันนะ” …. ผมก็ถามว่า “ขยันในแง่ไหน” ... เขาก็ตอบว่า “ก็ยังขยันอ่านหนังสืออยู่”

ผมก็ยิ้ม ๆ และถามเขาว่า “ทำไมอ่านหนังสือมันถึงต้องขยันด้วย อยากอ่านก็อ่าน ไม่เห็นต้องขยันอะไรเลย”

Continue reading
  170 Hits
  0 Comments
170 Hits
0 Comments

จับถูกหรือจับผิด

สักสามทุ่มครึ่งของคืนวันพฤหัสที่ผ่านมา ผมและลูกชายได้นั่งรถไฟฟ้าจากสถานีพร้อมพงษ์ไปลงที่สถานีหมอชิต … ก็เผอิญว่ามีหนุ่ม ๆ สองสามคนที่นั่งติดกับผมคุยกันเรื่องงานเสียงดังหน่อย ผมก็เลยนั่งฟังไปด้วยโดยปริยาย เรื่องที่เขาคุยกันก็ประมาณว่า พวกเขามีความสามารถในการจับผิดของพนักงานได้เก่งมาก พนักงานจะเขี้ยวลากดินอย่างไรก็ไม่สามารถรอดสายตาอันแหลมคมของเขาไปได้ ผมนั่งฟังไปเรื่อยก็เพลินดี ในที่สุดพวกเขาก็ลงที่สถานีสะพานควาย

ระหว่างทางที่ผมกับลูกชายเดินจากสถานีหมอชิต (บนดิน) ลงไปยังสถานีจตุจักร (ใต้ดิน) เพื่อต่อรถไฟใต้ดินไปยังสถานีลาดพร้าวซึ่งผมจอดรถไว้ที่นั่น ลูกชายก็คุยกับผมว่า พวกเขา (หมายถึงผู้โดยสารที่นั่งคุยกันข้าง ๆ ผม) น่าจะเก่งนะ เพราะจับผิดพนักงานได้หลายกรณีและแต่ละกรณีก็ดูเหมือนว่าจะเป็นเรื่องที่สำคัญ ๆ เสียด้วย …

ผมหัวเราะแล้วบอกลูกชายว่า … อย่าไปวิจารณ์เขาเลย เพราะเราไม่รู้ภูมิหลังของเขา วิจารณ์ไปก็ไม่ถูกหรอก เช่น ถ้าเขาเป็นผู้ตรวจประเมิน ก็น่าจะเก่งนะ เพราะหาจุดผิดพลาดได้ เมื่อพบแล้วก็ทำการแก้ไขเสีย แต่ถ้าเป็นหัวหน้าคน แล้ววัน ๆ เอาแต่นั่งคอยจับผิดคนอื่น มันก็จะเป็นหนังคนละม้วนแล้ว …

ประเด็นที่ผมยกขึ้นมาเล่าให้ฟังในวันนี้ก็คือ เรื่องการจับผิด จับถูก นี่แหละครับ … ลองคิดดูซิครับ ถ้าตัวเราซึ่งเป็นผู้จดการนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน แล้วมองไปยังพนักงานทั้งหลายที่ทำงานอยู่ วัน ๆ หนึ่ง เรามองเห็นถูกหรือผิดมากกว่ากัน

Continue reading
  186 Hits
  0 Comments
186 Hits
0 Comments

จับคู่ผู้นำกับผู้ตาม

จากเรื่องผู้ตามในบล็อกที่ผ่านมา ก็มีคนนำมาเขียนเป็นรูปผู้ตามทั้ง 5 แบบเอาไว้ดังรูปด้านล่าง พร้อมตั้งชื่อให้เสร็จสรรพ ทั้งนี้เพื่อให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น โดยแกนนอนก็มองในเชิงการทำงาน (เฉื่อยชา กับ กระตือรือร้น) ส่วนแกนตั้งก็มองในเชิงความคิด การวางแผนการทำงาน (พึ่งพาตนเองได้และมีความคิดสร้างสรรค์ กับ ต้องพึ่งพาผู้อื่น ไม่มีความคิดสร้างสรรค์)

แน่นอนแหละว่า เราย่อมต้องการผู้ตามแบบมีประสิทธิผลแหละครับ เพราะพึ่งพาตนเองได้ คิดเองได้ วางแผนกำหนดวิธีการทำงานได้ และทำงานอย่างกระตือรือร้น …

แต่โดยทั่วไปองค์หนึ่ง ๆ มักจะไม่กี่คนหรอกครับ (ถ้าองค์กรไหนมีเยอะ ผมก็อนุโมธนา สาธุ ยินดีด้วยนะครับ รักษาเอาไว้ให้ดีก็แล้วกัน) … คำถามก็คือแล้วผู้ตามในแบบอื่น ๆ เราจะทำอย่างไร ... 

ในหนังสือผู้นำตามสถานการณ์ของ Hersey และ Blanchard (1982) เขากล่าวเอาไว้ว่า ผู้นำต้องปรับสไตล์ภาวะผู้นำในตัวของเขาให้สอดรับกับสถานการณ์ หรือ ผู้ตาม ซึ่งน่าจะจับคู่ได้ดังนี้

Continue reading
  206 Hits
  0 Comments
206 Hits
0 Comments

ภาวะผู้ตาม (Followship)

วันจันทร์และอังคารที่ผ่านมา ผมต้องไปอบรมนอกสถานที่แต่เช้า เลยไม่สามารถเขียนบล็อกในเช้าวันจันทร์ได้ ก็ต้องขออภัยผู้อ่านนะครับ

วันนี้อยากจะคุยเรื่องภาวะผู้ตามสักหน่อย เพื่อให้ไปทางเดียวกับบล็อกที่ผ่านมา

สมัยก่อนนั้น องค์กรต่าง ๆ มักจะมีการจัดคอร์สการอบรมเรื่องผู้นำและภาวะผู้นำ (Leader and Leadership) กันมาก แต่คอร์สอบรมเรื่องภาวะผู้ตาม (Followship) กลับไม่ค่อยมีการจัดฝึกอบรม ... ทั้ง ๆ ที่ผมคิดว่ามันสำคัญนะครับ เพราะโดยส่วนตัวแล้ว ผมเชื่อว่าถ้าเรายังเป็นผู้ตามที่ดีไม่ได้ ก็ยากที่จะเป็นผู้นำที่ดีและขึ้นอยู่ระดับแถวหน้าได้

ในอดีตเรามักจะได้ยินประโยคที่ว่า “ทำตามเขาไป เดี๋ยวก็เป็นเอง” กันบ่อย ๆ ก็เลยคิดกันไปว่า ถ้าทำตามเขาไปเรื่อย ๆ แล้ว ก็จะมีสภาวะผู้ตามเกิดขึ้นมาเองโดยอัตโนมัติ

Continue reading
  171 Hits
  0 Comments
171 Hits
0 Comments

การขาดสมดุลระหว่างการบริหารกับการนำ

สองสามวันที่ผ่านมา ผมได้คุยกับเพื่อนคนหนึ่งซึ่งปัจจุบันนี้ยังทำงานอยู่ … ก็คุยกันเรื่อยเปื่อยตามประสาคนแก่ (มันออกไปทางบ่นกันไปเสียแหละมากกว่า) … คุยกันไป คุยกันมา มันมีประเด็นน่าสนใจที่เก็บมาเล่าสู่กันฟังได้อยู่เหมือนกัน

ถ้าเราตั้งกรอบว่า ทำการรักษาสภาพเดิม กับ ทำการเปลี่ยนแปลงไปจากสภาพเดิม … เราก็พอจะกล่าวได้ว่า การบริหาร หรือ Management จะออกไปในแนวทางทำการรักษาสภาพเดิมเอาไว้ (เช่น รักษากฏกติกา หรือ ควบคุมให้เป็นไปตามแผน) ส่วนการนำ (Leadership) จะออกไปในแนวทางการนำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงออกไปจากสภาพเดิม

ผู้ที่จะมาทำหน้าที่นี้จะเรียกว่า ผู้บริหาร หรือ ผู้นำก็ได้ … จะเป็นคน ๆ เดียวกัน หรือ คนละคนกันก็ได้ … แต่โดยทั่วไป เราก็คาดหมายว่า ผู้บริหารนอกจากจะทำหน้าที่บริหารแล้วจะต้องทำหน้าที่ในการนำด้วย

เราจะเห็นระบบต่าง ๆ ที่เรารู้จักกัน เช่น ISO หรือ TQM มักจะขึ้นต้นข้อแรก ๆ ด้วยคำว่า “Leadership” หรือ การนำ อันหมายความว่า ผู้บริหารต้องลุกขึ้นมา “นำ” เพื่อเอาระบบเหล่านี้มาใช้งาน ธำรงรักษาไว้ และปรับปรุงให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ

Continue reading
  338 Hits
  0 Comments
338 Hits
0 Comments