MSITBlog

MSITBlog

เป็น Blog สำหรับชาว IT เพื่อเเบ่งปันความรู้ ประสบการณ์ ระหว่าง อาจารย์ นักศึกษา ศิษย์เก่าเเละบุคคลที่สนใจทางเทคโนโลยีสารสนเทศ

การเข้ารหัสรับเชิงเเสง (Optical Cryptography)

sunlight

 

ทำไมแสงจึงสำคัญ ?

ในสภาวการณ์ปัจจุบัน การสื่อสารข้อมูลถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งทั้งในด้านของการทำธุรกิจ ในด้านของการใช้ชีวิตประจำวันของบุคคลทั่วไป เช่น การใช้งานของ Smart Phone หรือในการใช้งานเฉพาะด้าน โดยความต้องการหลักในการสื่อสาร คือ ความเร็วที่สูงมากขึ้นและความปลอดภัยที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งแสงสามารถจะตอบรับความต้องการเหล่านี้ได้ อีกทั้งในปัจจุบันการสื่อสารด้วยแสง (Optical Communication) มีการใช้งานแพร่หลายมากขึ้น เนื่องจากการสื่อสารด้วยแสง มีข้อดีที่เกิดจากคุณสมบัติของแสง คือ ให้แบนด์วิดท์ที่กว้าง กล่าวคือ การใช้คลื่นพาห์ที่มีความถี่สูงในระบบสื่อสารทำให้แบนด์วิดท์ของสัญญาณกว้างมากขึ้น มีขนาดเล็กและน้ำหนักเบา ใยแก้วนำแสงเพียงเส้นเดียวสามารถแทนสายทองแดงขนาดใหญ่ได้ มีการสูญเสียต่ำ ใยแก้วนำแสงมีค่าการสูญเสียเนื่องจากการลดทอนน้อยกว่าสายคู่บิดเกลียว (Twisted Pair) หรือสายเคเบิลร่วมแกน (Coaxial Cable) แสงไม่ถูกรบกวนจากคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า เนื่องจากใยแก้วนำแสงไม่ได้สร้างจากเส้นลวดโลหะ มีความคงทนและไม่ถูกรบกวนโดยสภาพดินฟ้าอากาศ เป็นต้น

การโจมตี (Attack) มีลักษณะอย่างไรบ้าง ? 

การโจมตีระบบหรือเครือข่าย ผู้บุกรุกจะโจมตีในลักษณะหรือรูปแบบที่แตกต่างกันทั้งนี้ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของการโจมตี โดยสามารถแบ่งออกได้ 4 ประเภท ดังนี้

  1. การโจมตีแบบ Interruption เป็นการโจมตีที่ทำให้ทรัพยากรของระบบถูกทำลาย ไม่สามารถให้บริการหรือไม่สามารถใช้งานได้อีก โดยหนึ่งในวิธีการโจมตีแบบ Interruption คือ Denial of Service
  2. การโจมตีแบบ Interception เป็นการโจมตีที่ไม่ได้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงข้อมูลต่าง ๆ ในระบบ แต่ผู้โจมตีสามารถเข้าถึงข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต
  3. การโจมตีแบบ Injection เป็นการโจมตีที่ทำให้เกิดการสร้างข้อมูลขึ้นมาใหม่โดยการปลอมแปลง
  4. การโจมตีแบบ Man in the Middle เป็นการโจมตีที่บุคคลที่ไม่ได้รับอนุญาตสามารถเข้าถึงข้อมูลและสามารถแก้ไขข้อมูลนั้นได้ด้วย

Optical Cryptography คืออะไร ?

ในงานวิจัยของผู้เขียน Optical Cryptography หรือการเข้ารหัสลับเชิงแสง หมายถึง ระบบการเข้ารหัสลับโดยใช้แสงและอุปกรณ์เชิงแสงในการประมาณผลสัญญาณทั้งหมด โดยที่อุปกรณ์เชิงแสงเป็นอุปกรณ์ที่มีขนาดเล็กระดับไมโครเมตร คือ วงแหวนเพิ่มหรือลดสัญญาณ (Add Drop Filter) และวงแหวนสั่นพ้องรูปแพนด้า (PANDA Ring Resonator) เป็นต้น โดย Optical Cryptography มีการออกแบบและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถป้องกันการโจมตีในลักษณะต่าง ๆ (Interruption, Interception, Injection และ Man in the Middle) ที่กล่าวมาแล้วข้างต้นได้ทั้งหมด (จะกล่าวรายละเอียดในบทความถัด ๆ ไป) 

ตัวอย่างระบบ Optical Cryptography ที่มีการเผยแพร่ในงานประชุมวิชาการ

ผู้เขียนของยกตัวอย่าง 2 งานวิจัยของผู้เขียนเอง ที่พัฒนาระบบ Optical Cryptography ที่ได้รับการตอบรับให้เผยแพร่ในงานประชุมวิชาการระดับนานาชาติแล้ว (จะกล่าวถึงภาพรวมของงานวิจัยและจะกล่าวรายละเอียดในบทความถัด ๆ ไป) ดังนี้

  • งานวิจัย “Highly Secured Tunnel by Optical Crypto Carrier Transmission using Ring Resonator System” ได้รับการตอบรับให้เผยแพร่ในงานประชุมวิชาการ ECTI-CON 2017 (IEEE Conference Record Number #38636) เป็นงานประชุมวิชาการนานาชาติครั้งที่ 14 ที่จัดโดยสมาคมวิชาการไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์ โทรคมนาคม และสารสนเทศแห่งประเทศไทย จัดขึ้นที่ ภูเก็ต ประเทศไทย โดยงานวิจัยนี้นำเสนอท่อการสื่อสารที่มีความปลอดภัยสูง เรียกว่า “Optical Crypto Carrier” ซึ่งพัฒนาจากอุปกรณ์เชิงแสงขนาดเล็กดังกล่าวข้างต้น มีแผนภาพดังนี้
  • งานวิจัย “Multi-Optical Private Carrier Generation for High Speed and High Security using Ring Resonator System” ได้รับการตอบรับให้เผยแพร่ในงานประชุมวิชาการ The 32nd International Technical Conference on Circuits/Systems, Computers and Communications (ITC-CSCC 2017) จัดขึ้นที่ ปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ โดยงานวิจัยนี้นำเสนอการสร้างช่องสัญญาณแสงจำนวนมากเพื่อเพิ่มความเร็วในการสื่อสารอีกทั้งช่องสัญญาณแสงที่สร้างขึ้นยังถูกซ่อนไปในสัญญาณ Noiselike เพื่อความปลอดภัยในการสื่อสารข้อมูล

บทความถัดไป - อุปกรณ์เชิงแสงมหัศจรรย์ “Ring Resonator”


”การใช้งานแสงจะมีบทบาทมากขึ้นในการพัฒนาเทคโนโลยีในอนาคต รวมถึง Optical Cryptography จะมีการใช้งานมากขึ้นในอนาคตอันใกล้ เทคโนโลยีนี้จะอยู่ใกล้ตัวเรามากขึ้น” 


บทความโดย ดร. ภากร  จูเหล็ง

http://www.msit.mut.ac.th/index.php/about/professors/item/308-2017-03-09-09-10-07

 

 

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม

Master of Science Program in Network Engineering and Information Security แขนงความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Cyber Security):
http://www.msit.mut.ac.th/index.php/curriculum/msne-is/security

ระดับปริญญาโท - เอก: www.msit.mut.ac.th

ค่าใช้จ่ายทุกหลักสูตร: goo.gl/ZxZTkn

#MSMUT #MSNE-IS #MSIT #PhDIT

 

Rate this blog entry:
6 Big Data Trends to Watch in 2017
บล็อคเชน (Blockchain) เทคโนโลยีเปลี่ยนโลก
 

Comments

No comments made yet. Be the first to submit a comment
Already Registered? Login Here
Guest
Tuesday, 17 October 2017