MSITBlog

1 minute reading time (266 words)

IT ... จัดไป

เรื่องบางเรื่องนั้น (เช่น IT หรือ กระบวนการทางธุรกิจ) เราอยู่กับมันจนคุ้นชิน ทำให้คิดไปว่า ที่อื่น ๆ เขาก็ทำแบบนี้ เป็นแบบนี้แหละ แล้วก็สบายใจ

แต่จริง ๆ แล้ว กระบวนการมันอาจเหมือนกันแต่สิ่งอำนวยความสะดวกที่เราเอาเข้าไปช่วยงานมันอาจจะมีประสิทธิภาพแตกต่างกันไป ส่งผลให้ความมีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผลของกระบวนการย่อมแตกต่างกันออกไปด้วย

ผมทำงานในโรงงานประเภทเดียวกันมานานสักยี่สิบกว่าปี กระบวนการผลิตนั้น มันก็เหมือน ๆ กันแหละครับ คนก็ถูกอบรมมาเหมือน ๆ กัน แต่เครื่องมือ เครื่องจักร เทคโนโลยีที่นำมาใช้งานนั้น มันแตกต่างกัน นอกจากนั้น มันพัฒนาสืบต่อกันมาเรื่อย ๆ (เครื่องจักรที่ทำกระบวนการหนึ่ง มันได้รับการพัฒาขึ้นมาทั้งในแง่ของความเร็ว ความคล่องตัว ความสามารถในการทำงานแบบอัตโนมัติ และการป้องกันข้อบกพร่อง) …

ถ้าเราอัพเกรดกันไปเรื่อย ๆ ตามโอกาส ผ่านไปสักสิบปี โรงงานที่ทำการอัพเกรดไปเรื่อย ๆ กับโรงงานที่ไม่มีการอัพเกรดเลย ประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการทำงานมันจะแตกต่างกันมาก แม้จะกระบวนการผลิตหลัก ๆ แล้วมันจะไม่เปลี่ยนแปลงไปเลยก็ตาม

เรื่องของเรื่องก็คือ ผมกับเพื่อน ๆ 2-3 คนเคยทำงานโรงงานในลักษณะเดียวกัน กระบวนการเหมือนกัน เครื่องจักรรุ่นเดียวกัน ขีดความสามารถเหมือน ๆ กัน แล้วต่างคนต่างก็แยกย้ายกันไป คนหนึ่งอยู่ที่เดิม ผมมาอยู่โรงานใหม่ อีกสองคนไปทำงานในโรงงานต่างจังหวัด แต่ก็ยังทำงานในโรงงานในลักษณะเดียวกัน

อีกสัก 10 ปีมาเจอกันในงานหนึ่ง ผลปรากฏว่าคุยกันไม่รู้เรื่องว่า ทำไมโรงงานนั้นทำแบบนี้ได้ แต่อีกแห่งหนึ่งทำไม่ได้ (และเขาก็ไม่เชื่อด้วยว่า คนอื่นจะทำได้ เพราะกระบวนการเหมือน ๆ กัน ถ้าเขาทำไม่ได้ คนอื่นก็ไม่น่าจะทำได้) เราก็เลยมาทำการเทียบเคียงสมรรถนะของกระบวนการ (Process Benchmarking) กัน ผลออกมาเล่นเอาหงายท้องกันเป็นแถว เพราะความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี (เครื่องมือ เครื่องจักร เทคโนโลยีการผลิต และ IT) มันห่างกันชั้นกันมาก

ผู้จัดการของบริษัทหนึ่งเขาเกิดอาการแบบนี้แหละครับ ทุก ๆ วันเขาก็ใช้ IT สนับสนุนการทำงานตามปกติของเขาจนคุ้นชิน  เขารู้จักกับผมและมีโอกาสได้นั่งกินข้าวคุยกัน ก็คุยเรื่องโน่นนี่นั่นไปเรื่อย ในที่สุดผมก็จับทางออก และบอกเขาว่า IT ของท่านน่าจะตกยุคไปแล้วมั๊ง เขาก็ไม่เชื่อ

ด้วยความที่รู้จักกันมานาน ผมก็บอกเขาว่าให้เอาตัวเลข (ข้อมูล) มาชุดหนึ่ง แล้วใช้ซอฟต์แวร์ของเขาดำเนินการและผมก็ใช้ซอฟต์แวร์ที่ผมใช้งานอยู่ดำเนินการ แล้วลองเอาเวลาในการประมวลผลจนแล้ว้สร็จมาเทียบกันดู สุดท้ายผมใช้เวลา 20 นาทีแต่เขาใช้เวลาไปชั่วโมงเศษ เขาก็ยังไม่เชื่ออยู่ดีว่ามันจะส่งผลอะไรกับการทำงานของเขา เพราะเขาก็ยังใช้งานของเขาอยู่ทุก ๆ วันไม่เห็นจะมีปัญหาอะไร

ตอนนั้นผมก็ถือเป็นเรื่องของเขา ผมขี้เกียจไปนั่งเถียงด้วย เดี๋ยวเสียเพื่อนเสียฝูงกันเปล่า ๆ ต่อมาอีกสัก 2 – 3 ปี เขาก็โทรมาบอกว่า เขาเปลี่ยนซอฟต์แวร์แล้ว เพราะมีจำนวนลูกค้ามากขึ้น แต่ละคนก็ต้องการไว ๆ กันทั้งนั้น ซอฟต์แวร์ตัวเดิมทำให้เขาเสียโอกาสไปมาก เพราะมันประมวลผลช้า

ผมว่าไอ้เจ้าความคุ้นชินนี่แหละครับ มันจะทำให้เรานิ่งนอนใจ ไม่ทำการปรับปรุงกระบวนการของเรา มารู้ตัวอีกที มันก็ลำบากแล้ว ที่ว่าลำบากก็คือ มันจะเปลี่ยนโฉมจากการทำแบบเดิม ๆ มา On – demand ภายในสามวัน เจ็ดวัน มันยาก

ไอ้เรื่องที่น่าขำมากกว่านั้นก็คือ ผู้บริหารบางคนมองว่ามันเป็นเรื่อง App. มันเป็นเรื่องของ e-commerce, e-marketing … เอ้า … IT เอาไปจัดการก็แล้วกัน มันไม่ยากหรอก แถมยังแนะนำอีกด้วยว่า คุณก็ทำ Digitization ก่อนโดยทำเอกสารให้เป็นอิเล็กทรอนิกส์ แล้วก็ทำ Digitalization คือทำให้กระบวนการเป็นอัตโนมัติ จากนั้นก็ทำ Digital Transformation เพื่อให้คนของเราใช้งานให้เป็น

 ฝ่าย IT ฮาแตกจนน้ำตาเล็ด อยากจะกำมือชูขึ้นฟ้า แล้วร้องเพลงเก่า ๆ ว่า อย่างงี้ต้องลาออก อย่างงี้ล่ะต้องออก จะขอลาออกรู้แล้วรู้รอดไป...

ไอ้การเปลี่ยนข้อมูลที่มีอยู่ให้เป็นดิจิทัลนั้น มันไม่ยากสักเท่าใดดอก แต่พอมาถึงการทำ Digitalization นั้น มันเป็นการปรับเปลี่ยนกระบวนการแบบเดิม ๆ ให้กระบวนการมันทำงานได้ในเชิงดิจิทัล คือ ให้กระบวนการสร้างข้อมูลเป็นแบบดิจิทัลแล้วให้มันไหลไปโดยผ่านกระบวนการที่เป็นอัตโนมัติโดยใช้ IT

แค่ตรงนี้ มันก็แย่แล้ว ... เพราะเราต้องเอากระบวนการเดิมมาวิเคราะห์ก่อนว่า ขั้นตอนใดในกระบวนการเดิมไม่ก่อนให้เกิดคุณค่า (เกิดความสูญเปล่า หรือ Waste) ขั้นตอนใดเกิดคุณค่า ... จากนั้น เราก็ต้องขจัดขั้นตอนที่ไม่เกิดคุณค่าออกไปให้มากที่สุด เพื่อให้กระบวนการมีความเหมาะสมมากที่สุด (Optimize)

คนโดยทั่วไปก็จะคิดว่า จากนั้นเราก็จะมาดูว่าขั้นตอนใดทำให้เป็นอัตโนมัติได้บ้าง แล้วเราก็ทำให้เป็นอัตโนมัติเป็นส่วน ๆ ไป ... แบบนี้มันแค่เป็นการปรับปรุงกระบวนการเท่านั้น ... ไม่ไหวครับ มันรอบรับ On-demand ไม่ได้หรอกครับ ... มันต้องออกแบบขึ้นมาใหม่เลย แบบที่เรียกว่า Reinvent หรือ Reengineering นั่นแหละครับ ทั้งนี้เพื่อให้กระบวนการเป็นดิจิทัลไปทั้งกระบวนการ ... งานช้างนะครับ

พอมาถึงการทำ Digital Transformation ซึ่งมันต้องเล่นกันทั้งองค์กร ... มันงานระดับไดโนเสาร์แล้ว (หนัก ใหญ่ และล้าสมัย) ... ท่าน (IT) คนเดียวถือไม้เรียวเล็ก ๆ ไปไล่ตีมัน ... จะไหวหรือครับ ... ผมว่ามันเหยีบเอาตายเปล่า    

 

แก้ไว ... แต่จะตายไปเรื่อย ๆ
Business – IT Alignment มันสำคัญมากแค่ไหน

Related Posts

 

Comments

No comments made yet. Be the first to submit a comment
Already Registered? Login Here
Guest
Thursday, 23 May 2019