MSITBlog

2 minutes reading time (353 words)

ERP

ถ้าเรากลับมาดูภาพรวมที่ผมเขียนเอาไว้ในบล็อกที่แล้วอีกครั้ง

เราจะเห็นว่า กระบวนการตั้งแต่รับรู้ความต้องการของลูกค้า (Sale Order กับ Forecast) จนถึงส่งสินค้าไปให้ลูกค้านั้น มันเป็นกระบวนการที่เราต้องเข้าไปทำ เข้าไปจัดการ ส่วนจะใช้ซอฟต์แวร์อะไรเข้ามาช่วยก็แล้วแต่ความต้องการและความเหมาะสมของบริษัทนั้น ๆ

บริษัทเล็ก ๆ ก็อาจจะใช้ Excel บ้าง เขียนโปรแกรมขึ้นมาใช้เองบ้าง บริษัทใหญ่ขึ้นมาหน่อย ก็อาจซื้อซอฟต์แวร์สำเร็จรูปบางโมดูลเข้ามาใช้งาน เช่น โปรแกรมด้านบัญชี ที่เหลือก็พัฒนาขึ้นมาใช้เอง เพื่อให้เหมาะสมกับกระบวนการของเขา บริษัทที่ใหญ่ขึ้นมาอีก ก็อาจจะซื้อมาทั้งชุด อันนี้ก็ว่ากันไปตามความเหมาะสม

จากรูปที่แสดงเอาไว้ข้างต้น ถ้าเราแบ่งกระบวนการออกเป็นส่วน ๆ เพื่อดูว่าแต่ละส่วนจะไปเกี่ยวข้องกับฝ่ายใดบ้าง เราจะแบ่งได้เป็นสี่กลุ่มดังนี้

กลุ่มแรกคือ Manufacturing & Production เพราะมันก็คือเรื่องของการวางแผน การผลิต/กำลังการผลิต ความต้องการวัตถุดิบ การจัดซื้อ การควบคุมการผลิต การจัดส่งสินค้า ซึ่งหลัก ๆ แล้วมันก็คือ MRP II (ซึ่งรวม MRP เอาไว้ด้วย) … ดังนั้น โปรแกรม ERP จึงดึงเอาส่วนของ MRP และ MRP II เข้ามาไว้ในตัวมัน เพราะส่วนนี้ถือว่าเป็นงานหลักเลยทีเดียว

กลุ่มที่สอง เราจะเห็นว่าในขั้นตอนการวางแผน S&OP นั้น มันจะเกี่ยวข้องกับการวางแผนการเงิน หรือ Financial Planning ไปด้วยในแต่ละเดือน นอกจากนั้นเมื่อเราสั่งซื้อวัตถุดิบและรับวัตถุดิบเข้ามามันจะไปเกี่ยวกับ AP (และ GL) เมื่อเราส่งสินค้าออกไปให้ลูกค้า มันจะไปเกี่ยวกับ AR ในส่วนของการลงบัญชี และเมื่อลูกค้าชำระเงินค่าสินค้า มันจะไปเกี่ยวกับเรื่องการเงินด้วย ดังนั้น ERP จึงดึงเอาส่วนของ Accounting and Finance เข้ามาไว้ในตัวมันด้วย

กลุ่มที่สาม ในการผลิตเราจำเป็นต้องใช้พนักงานเข้ามาทำงานในสายการผลิต มีการกำหนดเวลาในการทำงาน ก็ย่อมมีการคำนวณชั่วโมงในการทำงาน การจ่ายค่าแรง ซึ่งจำนำไปคำนวณเป็นต้นทุน (Cost) … ERP ก็ใส่เรื่องพวกนี้เข้าไป กลายเป็นโมดูล Human Resources

กลุ่มที่สี่ ก็จะเกี่ยวกับเรื่อง Sale Order/Forecast (รวมถึง การตรวจเครดิตของลูกค้า) … ERP ก็นำมาใส่เอาไว้ด้วย ถือเป็นส่วน Sales and Marketing (จะเห็นว่า ส่วนนี้แค่ช่วยในเรื่องการรวบรม และประมวล Order เท่านั้น)

เราต้องไม่ลืมว่าทั้งสี่ส่วนนี้ต้องเป็นกระบวนการที่ต่อเนื่องกันไปตามที่อธิบายผ่านมาแล้ว และเพื่อความสะดวกรวดเร็วจึงใช้ฐานข้อมูลร่วมกัน (Centralized Database) ทำให้เราสามารถเขียนรูปง่าย ๆ ได้เป็นดังนี้

เมื่อรวมส่วนต่าง ๆ เข้าด้วยกันแล้ว จะเห็นว่ามันไปเกี่ยวข้องกับทุกฝ่ายทั่วทั้งองค์กร ไม่ใช่แค่เรื่องการผลิตอีกแล้ว จึงเรียกชื่อเป็น Enterprise Resource Planning หรือ  ERP นี่แหละครับ

อย่างไรก็ตาม จะเห็นว่า ERP รุ่นแรกนี้จะทำงานอยู่ส่วนหลัง (Back – Office) มากกว่า เพราะมันจะเป็นการวางแผนต่าง ๆ ซึ่งจะนั่งทำกันหลังจากได้ยอดขายมาแล้ว จะเห็นว่ามันยังขาดส่วนที่ไปเชื่อมต่อกับลูกค้าและซัพพลายเออร์ซึ่งอยู่ทางด้านหน้า (Front – Office) ไป

ดังนั้น แถว ๆ ปี 2000 - 2005 จึงมีการเพิ่มส่วนของ การจัดการความสัมพันธ์กับลูกค้า (Customer Relationship Management, CRM) กับ การจัดการโซ่อุปทาน (Supply Chain Management, SCM) เข้ามาดังรูป ผมเองคุ้น ๆ ว่า ตอนนั้น มันยังไม่ได้เชื่อมเข้าเป็นระบบเดียวกัน และเรียกกันว่า Extended ERP

 ในส่วนของ CRM นั้น คราวนี้จะใช้ในเรื่องของ Sales, Marketing และ Customer Service เป็นหลัก เพื่อช่วยในเรื่องของ การพยากรณ์ยอดขาย (Sales Forecassts) การกำหนดกลยุทธ์เกี่ยวกับการขาย (Sales Stretgies) และทำแคมเปญทางการตลาด (Marketing Campaigns) ทั้งนี้เนื่องจากมันเกี่ยวกับ การขาย การตลาด ดังนั้นผู้พัฒนาหลายรายก็นำไปรวมเอาไว้ในโมดูลของ Sales and Marketing

ส่วนของ SCM นั้น จะใช้ในเรื่องเกี่ยวกับลูกค้า ผู้ค้าปลีก (Resellers) คู่ค้า (Partner) ซัพพลายเออร์ และผู้กระจายสินค้า (Distributors) เพื่อช่วยในเรื่อง การดูความต้องการของตลาด (Market Demand) ข้อจำกัดของกำลังการผลิตและทรัพยากร (Resources and Cpacity Constraints) และการวางแผนแบบเวลาจริง (Real –Time Scheduling)

และถ้าเรามองในเชิงการไหลของวัสดุแล้ว เราจะเห็นว่า SCM จะอยู่ทางต้นน้ำ (Up – Stream) ส่วน CRM จะอยู่ทางด้านท้ายน้ำ (Down – Stream)

ต่อก็มีการเชื่อม (บูรณาการ หรือ Integrate) CRM เข้ากับ ERP ก่อน (ทำทางด้านท้ายน้ำก่อน) ถ้าจำไม่ผิดเขาจะเรียกว่า Customer Sychronized Resource Planning (CSRP) หรือ การวางแผนทรัพยากรให้สอดรับกับความต้องการของลูกค้า

จากนั้นก็บูรณาการเข้ากับ SCM ซึ่งอยู่ทางด้านต้นน้ำ ว่ากันว่า ช่วงนี้เริ่มเรียกชื่อว่า ERP II กัน และถือเป็นการเชื่อม Front – Office เข้ากับ Back – Office เรียบร้อยแล้ว หรือก็คือมันสามารถสนองตอบการใช้งานตั้งแต่ต้นน้ำยันท้ายน้ำ

หลังจากบูรณาการเข้าหากันหมดแล้ว เรามักจะเห็นรูปแบบด้านล่างบ่อย ๆ อันแสดงให้เห็นว่าเป็นการเข้าไปจัดการกระบวนการต่าง ๆ ผ่านทางระบบ ERP อันประกอบไปด้วย Manufacturing Resorce Planning (MRP), Finance Resource Management (FRM), Supply Chain Management (SCM), Human Resource Management, (HRM), Customer Relationship Management (CRM) และจะสังเกตเห็นได้ว่า มันมีเส้นเชื่อมโมดูลต่าง ๆ เข้าหากันอันแสดงถึงการบูรณาการเข้าด้วยกัน โดยมีลูกศรเชื่อมไปสู่ ERP System อันหมายถึง เป็นการจัดการโดยอาศัยระบบ ERP (เช่น ใช้ฐานข้อมูลร่วมกัน)

 ในช่วง Extended ERP นั้น นอกจากจะเพิ่ม CRM และ SRM เข้าไปแล้ว ยังมีการเพิ่มส่วนของ E- Business และ Business Intelligence (BI) เข้าไปด้วย ...

จากนั้นก็มีการปรับปรุงประสิทธิภาพมาเรื่อย และมีการเพิ่มส่วนอื่น ๆ เข้ามาอีก ... เอาไว้คุยกันในภายหลังนะครับ 

 

 

ซอฟต์แวร์ไม่ใช่ผี ...
สรุปภาพรวม

Related Posts

 

Comments 1

Guest - Orrawan on Wednesday, 21 November 2018 16:50

CRP คืออะไรเหรอคะ รบกวนด้วยค่ะ

CRP คืออะไรเหรอคะ รบกวนด้วยค่ะ;)
Already Registered? Login Here
Guest
Saturday, 15 December 2018