MSITBlog

2 minutes reading time (369 words)

Digital Supply Chain

ผมอ่านบทความชื่อ “Transforming supply chains through digitization” โดย Dr Jag Srai, head of IfM’s Centre for International Manufacturing, The University of Cambridge

จาก https://www.themanufacturer.com/articles/transforming-supply-chains-through-digitisation/

ผู้เขียนบทความได้กล่าวถึงการปรับเปลี่ยนโซ่อุปทานผ่านทางการทำให้เป็นดิจิทัล โดยเขียนรูปเอาไว้ดังนี้

ผู้เขียนบทความนี้ (หมายถึง Dr Jag Srai) ได้ให้ความเห็นในการเปลี่ยนโซ่อุปทานแบบดั้งเดิมให้เป็นดิจิทัลเอาไว้ว่า ต้องทำ 10 เรื่องด้วยกัน กล่าวคือ

เรื่องแรกก็คือ Automated e-sourcing หรือ ทำกระบวนการจัดหา/จัดซื้อให้เป็นอัตโนมัตินรูปแบบของ e-Sourcing เพื่อให้เกิดความรวดเร็ว นอกจากนั้นถ้าเราทำข้อมูลดิจิทัลให้มองเห็นได้ (เช่น อยาในรูปกราฟ) เราก็จะสามารถเข้าใจและคาดการณ์ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้ ทำให้สามารถวางแผนแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้ล่วงหน้า โปรแกรม ERP รุ่นใหม่ ๆ จะมีฟังก์ชันของ e –Sourcing ให้อยู่แล้ว บางรายก็จับไปรวมอยู่ใน e – Procurement (e – Sourcing + e – Pirchasing)

เรื่องที่สองก็คือ Digital Factory Design หรือ ออกแบบโรงงานให้เป็นดิจิทัล แนวคิดก็คือทำให้ระบบต่าง ๆ ในโรงงานบูรณาการเข้าด้วยกัน (ทั้งโปรแกรมและข้อมูล) เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการสนองตอบต่อการเปลี่ยนไปต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว เราคุยกันเรื่องนี้มาเยอะทีเดียว

เรื่องที่สาม Real-time factory scheduling หรือ การกำหนดตารางการผลิตในโรงงานแบบเวลาจริง บล็อกที่แล้วที่แสดงให้เห็นถึง Manufacturing Execution System (MES) ที่มีระบบ Shop Floor Scheduling นั่นแหละครับ เมื่อเราใช้อุปกรณ์อัจฉริยะซึ่งนำมาเป็นเซ็นเซอร์ในการเก็บข้อมูลในพื้นที่การผลิต (Shop Floor Data Collection) ซึ่งผมเคยเล่าให้ฟังผ่านมาแล้ว  เราก็จะสามารถเก็บข้อมูลขึ้นมาแบบเวลาจริงแล้วนำไปเปรียบเทียบกับแผนการผลิตวางไว้ได้ทันที จะทำให้เราสามารถเฝ้าดูข้อมูลในสายการผลิตแบบเวลาจริงและสามารถคาดการณ์การบำรุงรักษาได้อย่างแม่นยำ อันนำไปสู่การเพิ่มผลิตผลและทำการส่งมอบได้เร็วขึ้น

เรื่องที่สี่ Flexible factory automation หรือ ทำให้ระบบในโรงงานให้เป็นอัตโนมัตและมีความยืดหยุ่น มันก็คือระบบ Flexible Manufacturing System ที่เราคุยกันผ่านมาแล้วนั่นเอง เราจะเห็นว่า ปัจจุบันนี้เทคโนโลยีเกี่ยวกับเรื่องการทำให้เป็นอัตโนมัติมีราคาถูกลง และมีหลายหลายระดับให้เลือก ตั้งแต่การทำงานร่วมกับคน ทำงานตามคำสั่งโดยอัตโนมัติ จนไปถึงการเรียนรู้ได้เอง เราสามารถเลือกนำมาประกอบกันให้ยืดหยุ่นเหมาะสมตามความต้องการได้ง่ายกว่าอดีต ระบบอัตโนมัติช่วยให้ต้นทุนต่ำ ตอบสนองต่อลูกค้าได้ง่ายและเร็วขึ้น

เรื่องที่ห้า Digital production processes หรือ ทำให้กระบวนการผลิตเป็นดิจิทัล ก็คือ การนำกระบวนการผลิตแบบดิจิทัล (เช่นการผลิตแบบเพิ่มเข้าไป (เช่น 3D Printing) และการประมวลผลแบบต่อเนื่อง) ผนวกเข้ากับการวิเคราะห์ขั้นสูงก็จะช่วยให้สามารถออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ และปรับแต่งได้ดียิ่งขึ้น จำตัวอย่างเรื่องแก้วน้ำที่ใช้ CAD/CAE/CAM มาทำงานร่วมกันได้ไหมครับ

เรื่องที่หก E-Commerce fulfillment หรือ การนำ E – Commece มาใช้เพื่อการเติมเต็มง่าย ๆ ก็คือ นอกจากเราจะทำ E – Business โดยอาศัย Web Technology เพื่อนำเสนอสินค้า กำหนดราคา และจัดการกับการสั่งซื้อแล้ว เรายังสามารถใช้ก่อให้เกิดคุณค่าเพิ่มเติมได้อีกด้วย เช่น ใช้ตรวจสอบประสบการณ์การใช้สินค้าอย่างต่อเนื่องและปรับแต่งการเสนอขายให้เหมาะสม เป็นต้น

เรื่องที่เจ็ด Extended supply chain (near) real-time monitoring หรือ เฝ้าดูโซ่อุปทานที่ขยายออกไปในแบบเวลาจริงหรือใกล้เวลจริงให้มากที่สุด จำบล็อกที่ผมเขียนว่าเราต้องยืดหัว ยืดท้าย ของโซ่อุปทานออกไปนอกองค์กรได้ไหมครับ ถ้าเราไม่สามารถเฝ้าดูสิ่งที่เกิดภายนอกองค์ได้ เราก็ไม่สามารถคาดการณ์เรื่องต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นในโซ่อุปทางในส่วนที่ขยายออกไปได้ เราก็จัดการกับโซ่อุปทานไม่ได้ ... ถ้าเรากำหนดตัววัดที่ใช้ร่วมกันขึ้นมาเพื่อช่วยให้มองเห็นการร่วมมือกันในโซ่อุปทาน เราก็สามารถใช้ข้อมูลแบบเวลาจริงมาทำการวิเคราะห์เชิงคาดการณ์ เราสามารถการจัดการความเสี่ยงแบบเรียลไทม์ และการเพิ่มประสิทธิภาพทรัพยากรแบบพลวัตร (มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา) และก่อให้เกิดการสนับสนุนการตัดสินใจแบบพลวัตร

เรื่องที่แปด Digital product quality หรือ ทำให้คุณภาพของสินค้าอย่ในรูปแบบดิจิทัล หมายถึง การสร้างระบบจัดการคุณภาพของสินค้าให้อยู่ในรูปแบบดิจิทัล เช่น ทำให้ข้อมูลอันเป็นความต้องการของลูกค้าไหลผ่านไปจนถึงซัพพลายเออร์ด้วย ก็จะสมาชิกในโซ่อุปทานทั้งหลายสามารถป้องกันปัญหาที่อาจเกิดได้เร็วขึ้น ก่อให้เกิดความพึงพอใจแก่ของลูกค้าสูงขึ้น และยังเป้นการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานต่างให้ดีขึ้นด้วย

เรื่องที่เก้า Digital supply network design หรือ ออกแบบเครือข่ายโซ่อุปทานให้เป็นดิจิทัล จำเรื่องการ Connect ที่ผมเล่าให้ฟังได้ไหมครับ เราสามารถใช้แบบจำลองและเครื่องมือแสดงภาพเพื่อออกแบบหรือแสดงเครือข่ายซัพพลายทั้งหมดขึ้นมาได้ เมื่อเรามองเห็นภาพของเครือข่ายโดยรวม เราก็อาจสามารถสร้างหรือขยายหรือออกแบบเครือข่ายใหม่ ๆ ขึ้นมาได้ นอกจากนั้นยังก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางด้านการร่วมมือกันทางด้านการซัพพลายสิ่งต่าง ๆ ผ่านการตั้งเว็บไซต์ การโฆษณาประชาสัมพันธ์ และการตอบสนองตอบต่อลูกค้าให้ดีขึ้นได้

เรื่องที่สิบ Product lifecycle management หรือ การจัดการกับวงรอบชีวิตของสินค้า ข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าตลอดช่วงชีวิตของมันจะเพิ่มมากขึ้นตลอดเวลา ทั้งในแง่ข้อมูลของตัวสินค้าเอง ตลอดจนข้อดี ข้อด้อย ประสบการณ์ และความต้องการใหม่ ๆ จากผู้ใช้ ข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาสินค้าในรุ่นต่อไป ดังนั้นจึงควรมีการอัพเดตข้อมูลให้กับสมาชิกในโซ่อุปทานได้ทราบและทำไปตลอดช่วงชีวิตของสินค้านั้น ๆ อันจะก่อให้เกิดการทำงานข้ามสายงาน ข้ามองค์กร ในการออกแบบสินค้ารุ่นใหม่ได้อย่างรวดเร็ว สามารถออกสู่ตลาดได้เร็วขึ้น  

การเปลี่ยนผ่านโซ่อุปทานให้เป็นดิจิทัลตามมุมมองของ Dr Jag Srai นี้ เราจะเห็นว่า มันต้องทำให้เป็นดิจิทัลทั้งภายในและภายนอกองค์กร และถ้าลองกลับไปอ่านบล็อกที่ชื่อว่า SCM ก็จะเห็นว่า มันต้องทำภายในก่อน (เรื่องที่ 2, 3, 4, 5) ให้แล้วเสร็จก่อน จากนั้นจึงยืดออกไปทางด้านซัพพลายเออร์ (เรื่องที่ 1) และ ยืดออกไปด้านหลัง (เรื่องที่ 6) แล้วจึงขยายออกไปสู่ซัพพลายเออร์ของซัพพลายเออร์ และ ลูกค้าของลูกค้า (เรื่องที่ 7, 8, 9, 10) และกลายเป็นเครือข่าย Supply กระจายออกไปสู่โลกกว้าง ในที่สุดแล้ว มันจะกลายเป็น Digital Supply Network ไปในที่สุด

จากที่ผมเล่ามาเรื่อย ๆ นั้น จะเริ่มด้วยการแนะนำให้รู้จักซอฟต์แวร์ว่า ชื่ออะไร ทำอะไร แล้วก็เอามาร้อยเรียงกันผ่านกระบวนการในโรงงานโดยแบ่งออกเป็น Sale Side, Buy Side และ Manufacturing Side ว่ามันใช้ซอฟต์แวร์ตัวไหน ใช้เพื่ออะไร แล้วก็เจาะลึกลงไปในระบบการผลิตว่า เขาใช้ซอฟต์แวร์อะไรบ้าง เชื่อมต่อกันอย่างไร และไปเชื่อต่อกับระบบทางด้าน Business Side อย่างไร ถ้าผู้อ่านอ่านตามมาเรื่อย ๆ มันจะเสมือนเป็นการเปลี่ยนผ่านมาสู่ยุค Digital Supply Chain หรือ เรียกให้ใหญ่หน่อยก็คือ Digital Supply Networks นี่แหละครับ

จากรูปนั้น รูปด้านล่างจะเห็นว่า มันเป็นการสอดประสาน หรือ ทำงานร่วมกันของ Digital Technologies, Business และ Supply Chains โดยมี Business เป็นแกนกลาง ... จนกลายเป็น Digital Supply Network นั่นเอง

คราวนี้เราน่าจะขยับไปคุยกันต่อไปในเรื่อง Digital Economy หรือ เศรษฐกิจยุคดิจิทัลและอุตสาหกรรมยุค 4.0 กันได้แล้วนะครับ

 

เศรษฐกิจดิจิทัล หรือ Digital Economy
ฝัน ... (ไปเถอะ)

Related Posts

 

Comments

No comments made yet. Be the first to submit a comment
Already Registered? Login Here
Guest
Friday, 21 September 2018