MSITBlog

2 minutes reading time (312 words)

การถอดแบบ (Clone) คนที่ทำงานดี

พวกเราเคยสังเกตเรื่องนี้ไหมครับ ... เราเห็นพนักงานที่เข้ามาทำงานในองค์กรในเวลาใกล้เคียงกัน ระดับการศึกษาก็พอ ๆ กัน ทำงานในตำแหน่งเดียวกัน การงานก็ให้ทำเหมือน ๆ กัน การฝึกอบรมก็ไม่แตกต่างกัน พอเวลาผ่านไปสักปีสองปี เรามักจะเห็นว่ามันมีผลงานที่ได้แตกต่างกัน

ถ้าสังเกตต่อไปอีก ... พวกเราจะเห็นว่า หัวหน้างานหรือผู้จัดการส่วนมากมักจะโฟกัสไปที่ความรู้ โดยคิดเอาว่า คนที่ผลงานด้อยกว่านั้น น่าจะมีความรู้ไม่เพียงพอ ก็จะส่งไปอบรมบ้าง ส่งไปเทรนบ้าง

ตัวอย่างเช่น หัวหน้างานสังเกตเห็นว่า เวลาให้คุณ ก ไปติดต่องานกับแผนกอื่น ๆ มักจะมีปัญหาทุกที แต่เมื่อให้คุณ ข ไปทำบ้าง มันไหลราบรื่น ... หัวหน้างานก็สรุปเอาเองว่า คุณ ก น่าจะมีปัญหาเรื่องการติดต่อสื่อสารแล้ว ... เจ้านายก็เลยส่งคุณ ก ไปเข้าคอร์สการอบรมเรื่อง การสื่อสารอย่างมีประสิทธิผล ... หลังจากอบรมกลับมาแล้ว ผลงานที่ได้จากคุณ ก ก็ยังเป็นเช่นเดิม ... คราวนี้หัวหน้าชักจะกลุ้มใจแล้ว

แต่ถ้าหัวหน้าท่านนี้เข้าใจว่า การติดต่อประสานงานนั้น มันไม่ใช่สมรรถนะในหมวดความความรู้ แต่มันไปอยู่ในหมวดของ Skill (หรือ Ability) ... เขาก็จะไม่แปลกใจเลยว่า ต่อให้ส่งไปเข้าคอร์สเพื่อให้ "ความรู้" เกี่ยวกับการติดต่อสื่อสารอีกครั้ง มันก็ยังได้ผลเหมือนเดิม

เวลาผมอ่านข้อความในประกาศรับสมัครงาน ผมจะพบเห็นว่า เขาใช้ประโยคว่า "มีทักษะในการสื่อสารในระดับยอด " หรือ "มีความสามารถ (Ability) ในการสื่อสารในระดับเยี่ยม" ... ผมไม่เห็นมีใครเขียนว่า "มีความรู้เรื่องการสื่อสารอย่างยอดเยี่ยม" เลย ... พวกเราเคยสังเกตกันบ้างไหมครับ 

บ่อยทีเดียวที่ผมมักจะถูกถามว่า จะทำอย่างไรจะให้พนักงานทำงานได้ดีกว่านี้ เทรนก็แล้ว อบรมก็แล้ว มันไม่ได้ผล หรือ บางคนก็ถามกันตรง ๆ ว่า ทำอย่างไรจะโคลนคนที่ทำงานดีได้ (เช่น โคลน คุณ ข ขึ้นมาสัก 2 - 3 คน)

คำตอบของผมก็คือ มันยากอยู่นะ แต่ก็พอมีหวังถ้าอยากทำจริง ๆ ...

ลองดูเถิดครับ (จากประสบการณ์ของผม) ถ้าลองสังเกตดูจริง ๆ แล้วมักจะเป็นดังนี้

1) คนที่มีผลงานดีกว่า (ต่อไปผมจะเรียกกลุ่มนี้ว่า Top Performer ซึ่งมีน้อย) จะมีตัวสมรรถนะที่เป็น Soft Skills บางตัวซึ่งคนที่มีผลงานด้อยกว่า (ต่อไปผมจะเรียกกลุ่มนี้ว่า Medium Performer ซึ่งมีมาก) ไม่มี หรือ

2) ถ้ามีตัวสมรรถนะที่เป็น Soft Skills เหมือน ๆ กัน กลุ่ม Top Performer จะมีระดับสมรรถนะของ Soft Skills เหล่านั้นสูงกว่ากลุ่ม Medium Performer … หรือ

3) เป็นไปได้ทั้งข้อ 1 และ 2

ทีนี้มาดูกันครับ ประเด็นในข้อ 1 นั้นง่าย ถ้าเราจับพวก Top Performer กับ Midium Performer มาถอดสมรรถนะในตัวพวกเขาออกมา แล้วจับมาเทียบกัน เราจะเห็นสมรรถนะที่แตกต่างกันทันที เราก็เอาตัวที่แตกต่างนั้นมาพัฒนากลุ่ม Medium Performer เพื่อยกระดับผลงานของเขา ทำแบบนี้ก็เหมือนเป็นการพัฒนาต่อยอดขึ้นไป

แต่บางแห่งก็ทำการถอดแบบสมรรถนะของคนเก่งออกมา แล้วก็สมรรถนะที่ถอดออกมานั้นไปพัฒนาพนักงานใหม่ (รวมถึงพนักงานเดิมด้วย) แบบนี้ก็ถือเป็นการ “Clone” พนักงานให้เหมือนคนเก่ง เพื่อให้ทำงานในลักษณะเดียวกัน หรือ ตำแหน่งเดียวกัน

ที่กล่าวมานี้ ผมว่ามันเหมาะกับตำแหน่งงานใด ๆ ที่มีพนักงานจำนวนมากและมีการทำงานเหมือน ๆ กัน (เช่น พนักงานในสายการผลิต) สมัยที่ผมทำงานอยู่นั้น ก็ได้นำเทคนิคนี้มาใช้ถอดแบบคนเก่งในสายการผลิตอยู่หลายครั้ง

โดยส่วนตัวแล้ว ผมคิดว่า พอทำการถอดแบบคนเก่งออกมาแล้ว เราก็พอรู้ได้ว่าสมรรถนะตัวใดควรจะต้องเพิ่มเข้าไป แต่มันจะได้ผลหรือไม่ได้ผล มันจะขึ้นอยู่กับว่าเราสามารถพัฒนาสมรรถนะตัวนั้นขึ้นมาในตัวพนักงานได้หรือไม่

ส่วนประเด็นในข้อ 2 นั้น ถ้าเราไม่ได้มีตัวแบบสมรรถนะที่มีการจัดระดับการประเมินเอาไว้ ก็จะมองเห็นระดับที่แตกต่างกันได้ยาก ดังนั้นเราอาจจะต้องทำตัวแบบขึ้นมาก่อน (ผมถึงคุยตัวแบบสำเร็จรูปให้ฟังในบล็อกก่อน ๆ เพื่อให้ผู้อ่านรู้จัก คราวนี้จะนำไปใช้ในการถอดแบบคนเก่ง หรือ ทำตัวแบบสรรถนะขึ้นมามันก็จะง่ายหน่อย) แล้วนำไปประเมินระดับของสมรรถนะเทียบกัน จากที่ผมเคยทำมานั้นพบว่า ส่วนมากสมรรถนะทางด้าน Soft Skils ของกลุ่ม Top Performer มักจะอยู่ในระดับที่สูงกว่ากลุ่ม Medium Performer เป็นส่วนมากและหลายตัวด้วย

เรื่องที่ยากก็คือการพัฒนา Soft Skills นี่แหละครับ มันมีหลายวิธีด้วยกัน แต่ละวิธีก็ต้องใช้เวลาทั้งนั้น เพราะต้องทำอย่างต่อเนื่อง ผู้บริหาร/หัวหน้างาน ก็มักจะใจร้อน จะเอาให้ได้ในภายใน 2 – 3 สัปดาห์ มันเป็นไปได้ยากครับ ตรงนี้แหละครับที่มันทำให้การพัฒนาสมรรถนะทางด้าน Soft Skills จึงไม่ค่อยเวิร์กสักเท่าใด ฝ่าย HR จึงบอกว่า หาคนตรง ๆ เข้ามาเลยดีกว่าไหม ง่านกว่าเยอะ

Soft Skills มันเหมือนนิสัยอยู่เหมือนกันครับ ถ้าใครนิสัยไม่ดี เราก็มักจะได้ยินคำว่า ต้อง ดัดนิสัยคนนี้เสียบ้าง เราไม่ค่อยได้ยินคำว่า เราต้อง เปลี่ยนนิสัยหรือ แก้นิสัยใช่ไหมครับ

ผมว่า คนที่คิดคำพูดนี้ขึ้นมาย่อมเข้าใจดีว่า นิสัยมันต้องค่อย ๆ ปรับ ค่อย ๆ ดัดไปเรื่อย ๆ ดังนั้นมันจึงต้องใช้เวลา ดังนั้น จะให้มันเปลี่ยนแปลงนิสัยภายในสามวัน เจ็ดวัน มันเป็นไปได้ยาก

เวลา ดัดหรือ ปรับนั้น มันต้องมีทั้ง ผู้ที่ทำการดัดหรือปรับ ผู้ที่ถูกดัดหรือปรับ และสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับการดัดหรือปรับ

เหมือนกับเราจะดัดไม้ไผ่ มันต้องมีเราเป็นผู้ดัด มีไม้เป็นตัวถูกดัด และส่วนสภาพแวดล้อมก็เช่น ใช้ความร้อน (ไฟ) เข้าช่วย เพื่อให้ดัดง่ายขึ้น บางทีดัดแล้ว มันจะเด้งคืนตัว (หรือ พลิกกลับไปสู่นิสัยเดิม) มันก็ต้องมีเครื่องมือบางอย่างมาช่วยล็อกเอาไว้เพื่อไม่ให้ไม่ไผ่มันเด้งกลับคืนด้วยใช่ไหมครับ

 

เราพัฒนาสมรรถนะหรือแค่ฝึกอบรม
Hard Skills กับ Soft Skills

Related Posts

 

Comments

No comments made yet. Be the first to submit a comment
Already Registered? Login Here
Guest
Wednesday, 15 August 2018