MSITBlog

MSITBlog

เป็น Blog สำหรับชาว IT เพื่อเเบ่งปันความรู้ ประสบการณ์ ระหว่าง อาจารย์ นักศึกษา ศิษย์เก่าเเละบุคคลที่สนใจทางเทคโนโลยีสารสนเทศ

พันธกิจ (Mission)

เราคุยกันเรื่องการกำหนดวิสัยทัศน์ (Vision) กันมาแล้ว คราวนี้เรามาดูเรื่องของพันธกิจ หรือ ภารกิจ (Mission) กันบ้าง เพราะมันจะมาคู่กันเสมอ

ถ้าว่ากันตามความเป็นจริงแล้ว เราคงไม่มีรูปแบบที่ตายตัวในการเขียนถ้อยแถลงพันธกิจหรอกครับ ดังนั้นแต่ละบริษัทต้องหาทางในการสื่อสารถึงวิสัยทัศน์ของเขาออกมาในรูปแบบของเขาเอง บางคนก็เขียนรวม ๆ กันในภาพรวม บางคนก็เขียนแยกเป็นข้อ ๆ โดยทั่วไป เราก็มักจะพิจารณาเอาจาก 6 พื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของเรา แล้วนำมาใส่ลงในถ้อยแถลงพันธกิจ เช่น:

1) สินค้าและการให้บริการ

แนวทางที่ง่ายที่สุดก็น่าจะเป็นการที่เราคิดถึงเป้าประสงค์ขององค์กรในเทอมของสินค้าหรือการให้บริการที่เราส่งมอบให้กับลูกค้า แต่เราก็ไม่ควรจะกล่าวถึงตัวสินค้าหรือการให้บริการตรง ๆ เราควรจะกล่าวในเทอมของการบรรลุความต้องการของลูกค้า (อรรถประโยชน์ที่ลูกค้าจะได้จากสินค้าหรือการให้บริการของเรา) ซึ่งเกิดขึ้นในช่วง strategic time เท่านั้น

Continue reading
  1609 Hits
  0 Comments
1609 Hits
0 Comments

ช่วงเวลาของกลยุทธ์ (Strategic Time)

มีผู้อ่านบอกว่า ช่วยขยายความ BHAG หน่อยได้ไหม … (จริง ๆ ก็ลูกศิษย์ผมนี่แหละ อ่านแล้วก็ไปถามในห้องเรียน) ผมก็เลยหยิบมาขยายความต่อ (ตามที่ผมพอจำได้นะครับ) … แต่ผมขอทึกทักเอาว่า ผู้อ่านได้อ่านเว็บที่ผมบอกเอาไว้แล้วนะครับ

คอลลินกล่าวว่า BHAG ของ US ในยุคปี 60 คือการนำยานอวกาศลงจอดบนดวงจันทร์ในตอนท้ายของทศวรรษ แต่ BHAG ของเราเองไม่จำเป็นต้องเป็นความฝันแบบนั้นก็ได้ แต่มันควรจะมีลักษณะเดียวกัน นอกเหนือจากความกล้าที่จะลงมือทำแล้ว BHAG ที่ดีควรตอบสนองความต้องการ 3 ด้านด้วยกัน กล่าวคือ:

1) ควรมีกรอบเวลากว้างขวางตั้งแต่ 10 ถึง 30 ปี สำหรับคอลลินแล้ว การเพิ่มยอดขายเป็นสองเท่าในระยะเวลาห้าปี ถือว่าระยะเวลาที่สั้นเกินไปและเป้าหมายค่อนข้างเจียมเนื้อเจียมตัวไปหน่อย มุมมองของเขาคิดว่า 10 ปีเป็นกรอบเวลาที่ดีสำหรับผู้ประกอบการ

2) ควรมีความชัดเจน น่าสนใจ และแสดงได้อย่างง่ายดายด้วยภาษาธรรมดา ถ้าเราต้องใช้การตีความเข้าช่วยแล้ว นั่นย่อมไม่ใช่ BHAG ตัวอย่างของ BHAG ชัดเจนซึ่งเป็นเป้าหมายของ General Electric (GE) คือ การเป็นที่หนึ่งหรือที่สองในทุกตลาดที่ให้บริการ เพื่อทดสอบความชัดเจน BHAG ของเรา เราควรลองพยายามกล่าวออกมาโดยการใช้คำที่แตกต่างกัน (แต่ความหมายไม่เปลี่ยนไป) แล้วจึงพิจารณาดูว่า อันไหนใช้ภาษาที่ธรรมดาและให้ความชัดเจนมากที่สุด

3) BHAG ควรจะสอดคล้องกับค่านิยมและวัตถุประสงค์ของขององค์กร เมื่อเฮนรี่ ฟอร์ด (เจ้าของโรงงานผลิตรถยนต์ในสมัยโน้น) กำหนด BHAG ของเขาโดยการให้รถยนต์เป็นทางเลือกเสรีของผู้คน มันก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีเลิศในการใช้เป็นเหตุผลสนับสนุนการดำรงอยู่ของบริษัทฟอร์ดมอเตอร์ (ซึ่งผลิตรถยนต์ขาย) ในทางกลับกัน ถ้าฟอร์ดเลือกที่จะปฏิวัติอุตสาหกรรมรถไฟ (ในขณะที่เขาผลิตรถยนต์) มันก็จะเป็น BHAG ที่ไม่ได้เรื่อง

Continue reading
  746 Hits
  0 Comments
746 Hits
0 Comments

จะกำหนดวิสัยทัศน์ตอนไหน?

สองสามวันต่อมา ผู้ที่ผมสนทนาด้วยสงสัยจะเอาจริงเอาจังกับเรื่องกลยุทธ์ เพราะเขาโทรมาหาผมแล้วถามว่า เจ้าวิสัยทัศน์นั้นจะกำหนดกันตอนไหนแน่

ตอนผมอธิบายให้เขาฟังนั้นผมยกตัวอย่างในแบบกำหนดวิสัยทัศน์ขึ้นมาก่อน (ตามที่ผมเล่าให้ฟังในบล็อกที่ผ่านมา) แต่พอเขาค้นหาในอินเตอร์เน็ต บางเว็บก็กำหนดก่อนเป็นอันดับแรก บางเว็บก็กำหนดหลังกลยุทธ์ก็มี … ชักงงว่างั้นเถอะ

แหม … แบบนี้มันต้องหนับหนุนกันหน่อย … ผมก็เลยต้องอธิบายไปตามที่ผมรู้ พอจะหยิบมาเล่าให้ฟังได้ดังนี้

การกำหนดวิสัยทัศน์นั้น สามารถเริ่มทำได้ในขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่งต่อไปนี้

ก) กำหนดวิสัยทัศน์ก่อนทำการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายในและภายนอกขององค์กร โดยเน้นภารกิจหลักขององค์กร ในกรณีนี้มักจะกำหนดวิสัยทัศน์เชิงจินตนาการ (Imaginary Vision) หรือ พูดง่าย ๆ ก็คือวาดฝันไว้ก่อนว่า “องค์กรนี้จะเป็นผู้นำ” ในกิจการประเภทใด หรือ “องค์กรนี้จะเป็นเลิศ” ในด้านใด เช่น องค์กรนี้จะเป็นผู้นำในระดับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในเรื่องโน้นเรื่องนี้

Continue reading
  760 Hits
  0 Comments
760 Hits
0 Comments

คำถามที่รอคำตอบ (ก่อนคิดเรื่องกลยุทธ์)?

ผมจำได้ว่า หลังจากผมอธิบายให้ผู้ถามเข้าใจถึงภาพรวมในอนาคตและความหมายของกลยุทธ์แล้ว ผมก็ถามคำถามเขาหลายข้อ ทั้งนี้เพราะผมแปลกใจว่าทำไมเขาจึงถามคำถามเกี่ยวกับเรื่องกลยุทธ์ คำถามและคำตอบเท่าที่ผมจำได้ก็เช่น

1) มันมีเหตุผลอะไรที่ทำให้คิดถึงเรื่องกลยุทธ์ในขณะนี้ และเหตุผลนั้นเป็นเรื่องที่สมควรหรือไม่

เขากำลังคิดถึงเรื่องกลยุทธ์เพราะขณะนี้ความสำเร็จของเขาที่เคยได้รับกำลังลดน้อยลงไป หรือ กลยุทธ์ของเขาที่ใช้ในขณะนี้ไม่สอดรับกับสภาพรอบข้างของเขา หรือ เรามีแรงบันดาลใจที่อยากจะทำให้ธุรกิจของเขาขยายตัวออกไปอีก หรือ เขาอยากจะมีผลประกอบการดีขึ้น หรือ เขากำลังเผชิญกับการแข่งขันที่ไม่คาดฝัน …

เขาเงียบไปสักพักแล้วตอบว่า เขากำลังเผชิญกับการแข่งขันในรูปแบบดิจิทัลที่เขาไม่คุ้นเคยมาก่อนเลย … แล้วก็อธิบายให้ผมฟัง …

สรุปได้ว่า ชาวบ้านชาวช่องเขาก้าวไปสู่ยุคดิจิทัล 3.0 หรือ 4.0 กันแล้ว ตัวเองยังแค่ 0.4 อยู่ ก็เลยนึกว่า จะมีกลยุทธ์อะไรไหมที่จะเปลี่ยนผ่านจากยุค 0.4 ไปเป็น 4.0 เพื่อให้แข่งกับชาวบ้านเขาได้

Continue reading
  699 Hits
  0 Comments
699 Hits
0 Comments

ภาพในอนาคตที่อยากเป็นคืออะไร?

บล็อกที่แล้วผมเขียนเอาไว้ว่า เมื่อเรากำหนดภาพรวมหรือผลที่องค์กรต้องการเป็นหรืออยากได้ในอนาคตระยะยาวขึ้นมาแล้ว ภาพนั้นมันก็จะกลายเป็นเป้าหมายที่เราต้องเดินจากปัจจุบันนี้ไปหามันในอนาคต เส้นทางที่เราคาดว่าจะใช้เดินไปนั้นมันก็จะกลายเป็นทิศทางขององค์กรไปในทันที

โดยทั่วไปแล้ว เจ้าภาพรวมในอนาคตที่เราต้องกำหนดขึ้นมานั้นมักจะประกอบไปด้วย:

1) วิสัยทัศน์ (Vision) ซึ่งจะเป็นเป้าหมายโดยรวม แต่เป็นแบบกว้าง ๆ ไม่ได้ระบุลงไปในรายละเอียด เพียงแค่บอกความต้องการของเราในอนาคตระยะยาว (Long – Term) และมักจะระบุออกมาในเชิงของความเป็นเลิศด้านใดด้านหนึ่งที่ต้องการ เช่น การให้บริการที่ดีที่สุด การเป็นผู้นำในด้านใดด้านหนึ่ง เป็นต้น

ดังนั้นในการบอกความต้องการของเรานี้ มันจึงเป็นการรวบรวมแนวคิดของเรามาร้อยเรียงกันเพื่อฉายภาพให้เห็นว่าธุรกิจของเราจะเป็นอย่างไรในอนาคต และเมื่อคนอ่าน คนฟัง ข้อความในวิสัยทัศน์แล้ว มันต้องชัดเจน จุดประกาย สร้างความกระตือรือร้น กระตุ้นให้เกิดแรงบันดาลใจขึ้นมานะครับ …

Continue reading
  879 Hits
  0 Comments
879 Hits
0 Comments

องค์กรของเราต้องมีกลยุทธ์ไหม?

ผมประสบกับปัญหาบางประการทำให้ว่างเว้นจากการเขียนบล็อกไปพักหนึ่ง ในช่วงนี้ผมได้พบปะกับผู้คนมากหน้าหลายตา ทั้งเจ้านายเก่าบ้าง เพื่อฝูงเก่า ๆ บ้าง ลูกศิษย์เก่า ๆ ตั้งแต่รุ่นแรกมาถึงรุ่นปัจจุบัน ทำให้โอกาสนั่งได้นั่งคุยกันบ้าง ซักถามแลกเปลี่ยนข้อมูลกันบ้าง ผมคิดว่า มีบางเรื่องที่สามารถหยิบประเด็นมาเขียนบล็อกเพื่อเล่าสู่กันฟังได้

ประเด็นแรกที่ผมขอหยิบยกขึ้นมาก็คือ (มีคนถามผมว่า) องค์กรจำเป็นต้องมีกลยุทธ์ไหม? …

มันเป็นคำถามที่ตอบลำบากเหมือนกัน … ในความคิดผมนั้น ผมว่าจำเป็นหรือควรจะมีนะครับ ... แต่พอตอบแบบนี้ ก็อาจจะมีคนแย้งว่า องค์กรที่เขาทำงานอยู่ไม่เห็นต้องมีเลย องค์กรนี้ก็อยู่กันมานานและมีกำไรทุกปีด้วย เขาพูดแบบนี้ก็ถูกในมุมมองของเขาเหมือนกันนะครับ เพราะเขาไม่เคยมี เขาก็ไม่เห็นว่าทำไมจึงต้องมี ก็ไม่ใช่เรื่องผิดปกติอะไร

เรามาคุยกันสักหน่อยดีกว่า …

คำว่า “กลยุทธ์” นั้น ว่ากันว่ามาจากภาษากรีกคือคำว่า “Strategos” ซึ่งเกิดจากคำว่า “Stratos” อันหมายถึง “army” หรือ “กองทัพ” มาผสมกับคำว่า “agein” ซึ่งหมายถึง “lead” หรือ “นำหน้า” เมื่อผสมรวมกันก็น่าจะหมายไปในเชิง การนำกองทัพเข้าทำศึกสงคราม (เพื่อให้ชนะศึก) มันก็คงเหมือนกับ ผู้บริหารระดับสูงต้องนำธุรกิจของตนเข้าสู่สงครามการแข่งขันทางธุรกิจละกระมัง จึงมีนักวิชาการทางการบริหารแปลโดยหมายเอาว่า “leading the total organization” หรือ “การนำทางให้องค์กรโดยรวม” อันมีนัยทั้งเชิงจุดมุ่งหมายและวิธีการว่า ต้องการที่จะทำ “อะไร” ให้สำเร็จ และ จะต้องทำ “อย่างไร”

Continue reading
  662 Hits
  0 Comments
662 Hits
0 Comments

ถ้าเราไม่ควบคุมมัน มันก็จะเข้ามาควบคุมเรา

ผมไม่ได้เขียนบล็อกมาหนึ่งสัปดาห์ เพื่อให้ผู้อ่านได้อ่านเรื่องใหม่ ๆ กันบ้าง … เพราะถ้าผมเขียนสัปดาห์ละ 3 บล็อกเหมือนที่ผ่านมา เดี๋ยวบล็อกใหม่ ๆ ที่ผมเขียนมันจะดันบล็อกที่นักศึกษาเขาเขียนตกลงไปอยู่หน้าหลัง ทำให้มองไม่เห็นและไม่ได้อ่านกัน

บล็อกที่แล้ว ผมได้กล่าวถึงปัจจัยที่เราควบคุมไม่ได้ มันมักจะลุกขึ้นมาเล่นงานเราในภายหลัง และได้แสดงรูปเพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจเอาไว้ตามรูปด้านล่าง

จากรูปเราจะเห็นว่า ถ้ากระบวนการ D ซึ่งทำหน้าที่แปรรูป Input ให้เป็น Output ได้อย่างถูกต้องแล้ว ปัจจัยที่เกี่ยวข้องทั้งหลายจะต้องเป็นปัจจัยที่อยู่ภายใต้การควบคุมของเราทั้งสิ้น (หมายถึงเราต้องสามารถควบคุมปัจจัยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องได้ทั้งหมด) ถ้าเกิดมีปัจจัยที่เราควบคุมไม่ได้ (หรือ ไม่ได้ควบคุม) เกิดลุกขึ้นมาแผลงฤทธิ์ มันก็จะทำให้ Output ของเราเปลี่ยนแปลงไปจากที่ควรจะเป็นทันที

ผมขอยกตัวอย่างการออกแบบกระบวนการทำงานในโรงงานดังรูปด้านล่าง เวลาเราออกแบบกระบวนการหนึ่ง ๆ มันจะมีกลุ่มของปัจจัยหลายกลุ่มเข้าไปเกี่ยวข้องกับกระบวนการ โดยทั่วไปจะประกอบไปด้วย Material (หรือ วัสดุใด ๆ ที่ใส่เข้าไปในกระบวนการ เช่น วัตถุดิบ เอกสาร ข้อมูล) Machine (หรือ เครื่องมือ เครื่องจักร อุปกรณ์ที่ช่วยในการทำงาน) Measurement (หรือ วิธีการวัดให้ได้มาซึ่งข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการนี้ ดังนั้น Measurement เราจึงมองในเชิงของข้อมูลที่ได้ออกมาจากกระบวนการเป็นหลัก) Man (หรือ พนักงานที่ทำงานในกระบวนการนั้น ๆ เราจะมองไปที่ความรู้ ทักษะ และคุณลักษณะเฉพาะที่ต้องการ เช่น ความใส่ใจ ความละเอียดรอบคอบ) Method (หรือ วิธีการทำงานของพนักงานที่ต้องทำงานในกระบวนการนั้น ๆ) และ Mother Nature (หรือ สภาพแวดล้อมในการทำงานนั้น ๆ เช่น แรงดันไฟฟ้า แรงลม ความเข้มของแสงสว่าง อุณหภูมิ ความชื้น)    

Continue reading
  5258 Hits
  0 Comments
5258 Hits
0 Comments

ระบบของผมมันแย่ …

วันก่อนผมได้ไปนั่งกินข้าวกับเพื่อนผู้ซึ่งยังทำงานอยู่ที่บริษัทแห่งหนึ่ง ระหว่างกินกันไปก็คุยกันไป … เรื่องที่คุยกันก็เรื่อยเปื่อยตามประสาคนแก่แหละครับ … เรื่องครอบครัวบ้าง เรื่องอดีตเก่า ๆ บ้าง เรื่องการงานบ้าง ก็ว่ากันไป

ในเรื่องการงานนั้น เขาเล่าให้ฟังว่า มีระบบระบบหนึ่งภายใต้การดูแลของเขา มันไม่ดีเอาเลย … พอเขาเล่าจบ ผมก็บอกว่า ก็ไล่ Process ที่ไม่ดีออกไปซีวะ … แล้วต่างคนก็ต่างหัวเราะ เพราะต่างคนต่างรู้นัยของความหมายนี้

ผมจะอธิบายให้ฟัง ว่ากันแบบง่าย ๆ เร็ว ๆ ก็คือ กระบวนการหนึ่ง ๆ (เช่น Process A) ก็คือ การเปลี่ยนอินพุตให้เป็นเอาต์พุต

Continue reading
  753 Hits
  0 Comments
753 Hits
0 Comments

แลกเปลี่ยนมุมมอง

อีกเรื่องหนึ่งที่นักศึกษา 2-3 คนได้ยกขึ้นมาคุย คือ เรื่องหนังสือเรียน … ประเด็นของเขาน่ารักดีครับ คือ ทำไมหนังสือ Text Book ต่าง ๆ มันเยอะหน้าจัง (หรือ ยาวจัง) หาเล่มที่มันน้อยหน้า (หรือ สั้น ๆ) กว่านี้มาใช้สอนได้ไหม

เรื่องนี้โดนใจผมเหมือนกัน … ก็มีเรื่องให้คุยกันต่อ

สมัยก่อน ตอนผมเรียนนั้น หนังสือ Text Book มันก็เล่มหนา ๆ ทั้งนั้น เพราะมันมีหลายเรื่อง หลายหัวข้อที่ต้องเรียน แต่ละเรื่องก็มีการอธิบาย มีตัวอย่างเพื่อให้ผู้อ่านทำความเข้าใจ … พอยุคสมัยมันเปลี่ยนไป เทคโนโลยีมันพัฒนาขึ้น หัวข้อใหม่ ๆ ก็ถูกใส่เข้าไป ส่วนหัวข้อเก่า ๆ ก็ลดเนื้อหาลงบ้างแต่ก็ยังคงมีอยู่เพื่อให้รู้เอาไว้เป็นพื้นฐาน … ยังไง ๆ มันก็ยังหนาอยู่ดีแหละครับ …

ทีนี้พอต่อมาไปได้หนังสือเรื่องเดียวกัน แต่เล่มบาง ๆ มาอ่าน ผู้เขียนเขาก็เขียนแบบสรุป ๆ พอให้เข้าใจได้ง่าย หรือ อธิบายหลักการพอให้เข้าใจแต่ไม่ลึกลงไปในรายละเอียด เพราะเป้าหมายของผู้เขียนเขาต้องการแค่นั้น ดังนั้นถ้าเราเอาหนังสือนี้มาอ่านกันในครั้งแรก มันก็ดูเหมือนง่ายและเข้าใจดี แต่มันไม่มีความลึกซึ้งในองค์ความรู้

ประเด็นก็คือ เราต้องการให้ผู้เรียนเข้าใจในระดับใด … แค่ใช้คอมพิวเตอร์เป็นและเข้าใจฟังก์ชันการทำงานของคอมพิวเตอร์  หรือ ใช้คอมพิวเตอร์ได้ เข้าใจฟังก์ชันต่าง ๆ จนสามารถเขียนโปรแกรมควบคุมได้ ออกแบบได้ สร้างได้ … ความเข้มข้นหรือความลึกซึ้งของเนื้อหาย่อมแตกต่างกันไป ตำหรับตำราที่ใช้อ้างอิงก็ย่อมแตกต่างกันไปด้วย   

Continue reading
  537 Hits
  0 Comments
537 Hits
0 Comments

จากไม่รู้ กลายเป็นจุดอ่อน และปมด้อย

เสาร์ที่ผ่านมา ผมสอนนักศึกษาระดับ ป. ตรี เป็นคาบสุดท้ายเพราะสัปดาห์หน้าก็จะสอบกันแล้ว ดังนั้นก็มีการปิดคอร์สในเรื่องเนื้อหาที่ต้องเรียนกันไป ช่วงท้ายคาบมีเวลาเหลือสักครึ่งชั่วโมง ก็ได้มีโอกาสคุยกันในเรื่องทั่ว ๆ ไปในทำนองใครอยากจะยกเรื่องอะไรขึ้นมาคุยก็ว่ามา

มีนักศึกษาคนหนึ่งถามว่า เขาอ่อนเรื่อง ๆ หนึ่ง ทำให้เขารู้สึกว่ามันเป็นปมด้อยของตัวเขา ทำให้เขาเกิดความไม่มั่นใจว่าเมื่อจบออกไปแล้วเขาจะทำงานได้หรือไม่ และก็มีนักศึกษาอีก 2 – 3 คนก็รู้สึกเช่นเดียวกัน ... ก็ได้คุยเรื่องนี้กันยาวทีเดียว

ผมว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าสนใจนะครับ เพราะเมื่อเขารู้สึกไม่มั่นใจในความรู้ที่มีอยู่ในตัวเขา เมื่อไปคุยกับคนอื่นที่มีความรู้มากกว่าเขา ก็จะทำให้เขาทึกทักเอาเองว่า เขามีปมด้อยในเรื่องนั้น ทำให้ไม่กล้าพูด ไม่กล้าแสดงความคิดเห็นใด ๆ … อันนี้ผมก็เข้าใจนะครับ เพราะสมัยก่อนผมก็รู้สึกอย่างนั้นเหมือนกัน (ปมด้อยในที่นี้ผมหมายถึงเรื่องของความรู้นะครับ … ไม่ใช่เรื่องทางกายภาพ หรือ บุคคลิก ท่าทางใด ๆ)

ปมด้อยข้างต้น ผมว่าเราเป็นคนสร้างมันขึ้นมาเอง … เราสร้างมันขึ้นมาบนจุดอ่อนของเรา (คือความไม่รู้) … ความไม่รู้นี้ ไม่ใช่เรื่องของ สมองทื่อ หรือ ความโง่ใด ๆ ที่เราคิดโทษตัวเราเอง … มันเป็นเรื่องของความไม่รู้ (หรือ ไม่เข้าใจ) ในเรื่องใดเรื่องหนึ่งเท่านั้น ไม่มีเรื่องอื่นใดนอกจากนี้

ดังนั้นถ้าเรารู้ เราเข้าใจ เรื่องนั้น ๆ จุดอ่อนก็จะหายไป ปมด้อยข้างต้นก็จะหายไปด้วยใช่ไหมครับ … เมื่อรู้อย่างนี้ เราก็สามารถเพิ่มพูนความรู้ขึ้นมาได้ เช่น หาหนังสือมาอ่าน ซักถามเพื่อนฝูง ครูบาอาจารย์ หรือ ผู้รู้ทั้งหลาย เป็นต้น

Continue reading
  542 Hits
  0 Comments
542 Hits
0 Comments

สงสัยจะตกยุคสมัย

เมื่อวานนี้ ผมไปหาซื้อของที่ศูนย์สรรพสินค้าแห่งหนึ่งก็ได้ไปเจอเพื่อนเก่าคนหนึ่งโดยบังเอิญ เขาลากผมเข้าไปนั่งคุยในวงเพื่อน ๆ ของเขาที่นั่งอยู่ในร้านขายกาแฟด้วย หลังจากสั่งกาแฟให้ผมแล้ว เขาก็แนะนำชื่อเสียงเรียงนามกันรอบวงแหละครับ ผมก็จำชื่อไม่ได้หรอกมันหลายคน แต่ก็ฟังดูเหมือนจะเป็นระดับบริหารกันทั้งนั้น

ผมก็นั่งกินกาแฟไฟ ฟังเขาคุยกันไป ก็พอจับความได้ว่า ปัจจุบันนี้เขาทำอย่างนั้นอย่างนี้ เมื่อจับสิ่งที่ทำมารวมกันมันน่าจะเป็นภาพแบบนี้ และนี่คือภาพในอนาคตขององค์กรของเขา … พูดง่าย ๆ ก็คือ รวมภาพย่อย ๆ ให้เป็นภาพรวมหรือภาพใหญ่ขึ้นมา

ผมก็รู้สึกแปลก ๆ เพราะในความคิดของผม ผู้บริหารมันต้องกำหนดภาพรวม (หรือภาพใหญ่) ขึ้นมาก่อน หลังจากนั้นจึงแยกย่อยออกมา เช่น เราต้องกำหนดวิสัยทัศน์หรือภาพขององค์กรในอนคตขึ้นมาก่อน จากนั้นก็แปลมาเป็นของแผนก ของทีม อะไรแบบนี้ … แต่ที่เขาคุยกัน มันกลับทิศกัน คือ ทีมนั้นทำแบบนี้ ทีมนี้ทำแบบนั้น เมื่อรวมกันแล้วแผนกก็จะได้แบบนี้ เมื่อรวมหลาย ๆ แผนกเข้าด้วยกัน มันก็น่าจะเป็นแบบนี้ และนี่คือภาพในอนาคต

ผมก็งานกร่อยและครับ … ไม่กล้าออกความเห็นใด ๆ … พอเพื่อนหันมาถามความคิดเห็นก็ได้แต่บอกว่า ไม่รู้โว๊ย ไม่เคยทำ

Continue reading
  552 Hits
  0 Comments
552 Hits
0 Comments

เสาะหาและพัฒนา

คนบางคนอาจจะมีแนวความคิดดี ๆ แล้วไม่มีโอกาสนำเสนอขึ้นมา คนบางคนก็มีจุดแข็งบางเรื่องอยู่ในตัวเขาแต่ก็ไม่มีโอกาสนำสิ่งเหล่านั้นมาใช้งาน

นี่เป็นมุมมองหนึ่ง

ในขณะที่คนบางคนซึ่งมีตำแหน่งเป็นผู้บริหาร เอาแต่นั่งบริหารจัดการหรือประชุมอยู่แต่ในห้อง ทำการสั่งงานในเชิงการใช้รีโมตคอนโทรล (เช่น ทางโทรศัพท์ ทางอีเมล) จึงไม่มีโอกาสออกมาพบปะพูดคุยกับพนักงานของเขาเลย

นี่เป็นอีกมุมมองหนึ่ง

ประเด็นที่น่าสนใจก็คือ คนสองกลุ่มนี้จะมีโอกาสพบปะพุดคุยกันมากน้อยเท่าใด พนักงานจะมีโอกาสนำเสนอความคิดดี ๆ ให้ผู้บริหารฟังในตอนไหน … พนักงานจะใช้จุดแข็งของเขามาช่วยพัฒนาองค์กรให้ดีขึ้นได้อย่างไร … องค์กรจะพัฒนาสินทัพย์เหล่านี้ให้งอกงามขึ้นมาเพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ต่อองค์กรได้อย่างไร

Continue reading
  488 Hits
  0 Comments
488 Hits
0 Comments

นักฆ่านวัตกรรม

บล็อกที่แล้ว เราได้คุยกันไปในเรื่องความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมกันนิด ๆ หน่อย ๆ พอหอมปากหอมคอ … ส่วนหนึ่งก็ได้กล่าวเอาไว้ว่า นวัตกรรมนั้นมักจะเกิดจากความคิดสร้างสรรค์ และก่อนที่จะเกิดความคิดสร้างสรรค์ได้นั้น เราก็ต้องมองเห็นปัญหาเสียก่อน

หรือ ถ้ากล่าวให้สั้นลงก็จะได้ว่า นวัตกรรมย่อมเริ่มมาจากความคิด (ในการแก้ปัญหา) ก่อนเสมอ …

โดยส่วนตัวแล้ว ผมคิดว่ามันควรจะปัญหาที่ส่งผลกระทบในเรื่องใหญ่ ๆ (เช่น ส่งผลกระทบต่อคนหมู่มาก หรือ ความเป็น ความตาย ของบริษัท) ไม่ใช่ปัญหาแบบจุกจิก หยุมหยิม หรือ ปัญหาเฉพาะเรื่องของคนใดคนหนึ่ง … ความคิดแบบนี้ผมเรียกว่า Big Idea ก็แล้วกัน

ก็ด้วยความสดใหม่ของความคิดนี้ มันจึงยังไม่สมบูรณ์ รูปร่างยังไม่ชัดเจน และผู้นำเสนอความคิดในช่วงแรกก็มักจะเป็นเพียงแค่คำมั่นสัญญาว่าจะทำให้สำเร็จ (โดยยังไม่มีการลงมือทำเพื่อให้บรรลุเป้าหมายแต่ประการใด) … ตรงนี้มันก็เหมือนการขายฝันอยู่เหมือนกันนะครับ

จุดที่น่าสนใจมันอยู่ตรงนี้แหละครับ … ความคิดที่สดใหม่เหล่านั้นมักจะถูกฆ่าตายโดยผู้บริหารระดับสูง หรือ ผู้มีอำนาจทั้งหลายที่นั่งอยู่ในที่ประชุม (เมื่อเจ้าของความคิดเข้าไปนำเสนอ) ผ่านทางคำกล่าวที่ล้วนแล้วแต่ทำให้หมดกำลังใจ เช่น "ความคิดนี้มันห่วยแตก" หรือ "เป็นความคิดที่เหลวไหล เสียเวลาเปล่า" หรือ “ความคิดนี้ ไม่มีทางเป็นจริงได้หรอก เชื่อผมเถอะ” เป็นต้น ...

Continue reading
  438 Hits
  0 Comments
438 Hits
0 Comments

อยากมีนวัตกรรมในองค์กร

ผมมักจะถูกถามด้วยคำถามในเชิงว่า จะทำอย่างไรให้เกิดนวัตกรรมใหม่ ๆ ขึ้นมาภายในองค์กร … เป็นคำถามที่ตอบยากอยู่เหมือนกัน เพราะผมเองก็ไม่ใช้คนเก่งทางด้านนี้สักเท่าใด … แต่ผมก็มักจะถามผู้ที่ถามผมกลับไปว่า แล้วจะเอานวัตกรรมมาใช้ทำอะไรในองค์กร … ผู้ถามผมก็มักจะตอบผมได้ไม่ชัดเจนเหมือนกันว่า จะเอานวัตกรรมมาทำอะไร มาใช้ตรงไหน

เรามาคุยกันเรื่องนี้สักหน่อยก็ดีเหมือนกันนะครับ …

สองคำที่ผมพบว่า ผู้บริหารทั้งหลายมักจะแยกกันไม่ค่อยออกคือ ความคิดสร้างสรรค์ (Creative) กับ นวัตกรรม (Innovation) ว่า มันคืออะไร แตกต่างกันอย่างไร หรือ สัมพันธ์กันอย่างไร

ถ้ากล่าวง่าย ๆ แล้ว ความคิดสร้างสรรค์ก็คือ ความสามารถหรือการกระทำในเชิงของการสร้างแนวคิดใหม่ ๆ โดยการรวมแนวคิดที่มีอยู่ก่อนแล้วเข้าด้วยกัน จากนั้นก็นำแนวคิดเหล่านั้นไปสู่ผู้คนเพื่อให้เขานำไปใช้กับอะไรก็ได้

ส่วนนวัตกรรมเป็นสิ่งที่กระทำ (ผ่านทางความคิดสร้างสรรค์) เพื่อกำหนดสิ่งใหม่ ๆ ขึ้นมา หรือ เกิดทำลายล้างสิ่งเก่า ๆ เรื่องใดเรื่องหนึ่งหรือหลายเรื่อง และสิ่งที่กระทำนั้นมักจะเป็นการแก้ปัญหาต่าง ๆ ที่เฉพาะเจาะจง … ดังนั้น นวัตกรรมจึงเน้นไปที่การแก้ปัญหาที่มีอยู่แล้ว ด้วยแนวทางใหม่ ๆ หรือ ทำลายแนวทางเดิมทิ้งไป

Continue reading
  474 Hits
  0 Comments
474 Hits
0 Comments

การเปลี่ยนแปลงที่เราต้องสร้างขึ้นมา

ในยุค 4.0 ตามที่เขาว่ากันนี้ ผมเห็นหลายองค์กรพยายามลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงองค์กรของตนเองเพื่อให้สอดรับกับยุคสมัย  บ้างก็ส่งคนไปอบรมสัมนา บ้างก็เชิญวิทยากรไปให้ความรู้แก่พนักงานในองค์กร ตอนนี้เรื่องที่นิยมกันก็มักจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับยุคดิจิทัล 4.0 นี่แหละครับ

บางองค์กรก็เพิ่งขยับตัว ก็เริ่มมองในมุมกว้าง ๆ ก่อน เช่น เศรษฐกิจยุคดิจิทัลเป็นยังไงบ้างเอาแบบว่าปูพื้นกันก่อน แต่บางองค์กรก็ไปโน่นเลยครับ … Big Data, AI, IOT, Bitcoin, Blockchain อะไรไปโน่น … มันจะกลายเป็นการขึ้นต้นไม้ทางยอดหรือเปล่าก็ไม่รู้

ทีนี้พอได้ความรู้กันมาแล้ว ก็ทำให้พอมองเห็นว่าองค์กรควรจะปรับเปลี่ยนอย่างไร … เรียกว่า มองเห็นเป้าหมายอยู่ไกล ๆ แล้ว … เขาก็เริ่มจะหยิบยกขึ้นมาคุยกันในองค์กรบ้าง ระหว่างกลุ่มผู้บริหารบ้าง อันนี้ก็ว่ากันไป

คำถามที่มักจะได้ยินกันบ่อย ๆ ก็คือ เราจะจัดการเปลี่ยนแปลงภายในองค์กรให้ทันหรือเป็นไปตามกระแสการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในโลกภายนอกได้อย่างไร

ผมเคยเจอคำถามแบบนี้ผมก็ตอบเขาไม่ได้เหมือนกัน เพราะมันเป็นเรื่องของเขา เป็นองค์กรของเขา ซึ่งผมไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องอะไรด้วย ผมจึงไม่รู้ว่า จะให้คำแนะนำเขาอย่างไรเหมือนกัน

Continue reading
  510 Hits
  0 Comments
510 Hits
0 Comments

ทัศนคติ

ผมทำงานในโรงงานอุตสาหกรรมมานาน สมัยแรก ๆ ก็ถูกสอนให้มองเรื่องความสูญเปล่า 7 ประการ (7 Waste) อันได้แก่

1) ความสูญเปล่าเนื่องจากการผลิตมากเกินความต้องการ (Overproduction)

2) ความสูญเปล่าเนื่องจากการเก็บวัสดุคงคลังมากเกินความจำเป็น (Inventory)

3) ความสูญเปล่าเนื่องจากมีการขนส่งมากเกินไป (Transportation)

4) ความสูญเปล่าเนื่องจากการเคลื่อนไหวที่ไม่จำเป็น (Motion)

Continue reading
  417 Hits
  0 Comments
417 Hits
0 Comments

เน้นให้ถูกเรื่อง

สมัยก่อนที่ผมเรียนหนังสือนั้น เรื่อง ๆ หนึ่งมักจะมีวิชาที่เรียนแยกจากกัน วิชาหนึ่งว่าด้วยเรื่อง “ตัวความรู้” และอีกวิชาหนึ่งจะว่าด้วยเรื่อง “การนำความรู้มาประยุกต์ใช้งาน”

หรือ พูดง่าย ๆ ก็คือ สมัยก่อนนั้น เรามองตัวความรู้ กับ การประยุกต์ใช้งาน แยกจากกัน

พอมาทำงานในช่วงแรก ๆ ก็จะติดนิสัยนี้ คือ จะมององค์ความรู้ (และการนำมาใช้งาน) ที่นำมาใช้งานแยกขาดจากกันเป็นเรื่อง ๆ เช่น พอมองไปที่วิศวกรคนหนึ่งที่กำลังทำงานอยู่ ก็จะมองในเชิงว่า ความรู้อะไรบ้างที่เขาต้องมีเพื่อจะทำให้เขาทำงานได้

พอทำงานมาสักพัก ผมต้องมานั่งถามตัวเองอยู่เหมือนกันว่า เราก็เรียนมาสารพัดเรื่อง สารพัดวิชา แต่มันก็มีไม่กี่เรื่องหรอกที่นำมาใช้งานจริง ๆ … ครั้นพอมองย้อนกลับไปตอนสมัยเรียน ก็มองเห็นว่าวิชาบางวิชามันก็เป็นพื้นฐานในการทำความเข้าใจวิชาอื่น ๆ บางวิชาที่ผมเรียนมาและคิดว่าไม่ได้ใช้ แต่เพื่อนฝูงกันที่ทำงานอยู่ที่บริษัทอื่นเขากลับใช้งาน ก็เลยเข้าใจว่า ทางสถานศึกษาเขาก็ต้องสอนให้คลุม ๆ เอาไว้ก่อน

มันก็เกิดคำถามขึ้นมาว่า ถ้าเช่นนั้นเราจะพิจารณาอย่างไรว่า ความรู้ไหนที่จำเป็นต้องมี ต้องคว้าจับ 

Continue reading
  427 Hits
  0 Comments
427 Hits
0 Comments

การคว้าจับความรู้ (ใหม่)

พอเราจัดเก็บความรู้เอาไว้แล้ว เราก็ต้องสร้างช่องทางให้พนักงานสามารถเข้ามาเรียนรู้ได้ ... อันนี้ไม่ค่อนยากสักเท่าใด

ปัญหาที่ทำให้ปวดประสาทระดับไมเกรนขึ้นก็คือ เราจะทำให้พนักงานอยากเข้ามาเรียนรู้ด้วยความเต็มอกเต็มใจ แล้วนำไปประยุกต์ใช้งานได้อย่างไร … บังคับน่ะมันง่าย แต่มันไม่เวิร์กหรอกครับ เพราะพอนานไปก็หายเรียบ

เห็นไหมครับ ตรงนี้มันก็จะไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องของคนอีกแหละครับ ... และต้องยุ่งกับคนจำนวนมากด้วย

ผมนิยมขยับจากกลุ่มเล็ก ๆ ไปก่อน เพราะมันสร้างแรงจูงใจได้ง่าย เราต้องทำให้เขาเห็นว่ามันเกิดประโยชน์ขึ้นกับตัวเขาจริง ๆ แล้วก็อาศัยคนกลุ่มนี้เป็นกระบอกเสียงเพื่อดึงคนมาเพิ่มเพื่อขยายจำนวนคนให้มากขึ้น

พอคนมากขึ้นถึงจุด ๆ หนึ่ง เราก็แบ่งออกเป็นสองกลุ่ม แล้วก็ให้แต่ละกลุ่มดึงคนเข้ามาอีก ก็ทำแบบนี้ไปเรื่อย ๆ มันก็จะเกิดการขยายตัวหรือ มีกลุ่มย่อยเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ... ช้าหน่อย แต่ก็มีความคล่องตัวในด้านการจัดการดี (ไม่ว่าจะกำหนดเวลา หรือ จัดการประชุมก็ตาม)  

Continue reading
  503 Hits
  0 Comments
503 Hits
0 Comments

ความรู้รั่วไหลได้

เมื่อเราปรับความรู้ให้เหมาะสมต่อการนำไปใช้งานแล้ว คราวนี้เราก็ต้องทำการจัดเก็บ และ กระจายออกไปยังคนที่ต้องการใช้ (หรือ ให้คนที่ต้องการใช้งานสามารถเข้าถึงความรู้ที่เราจัดเก็บเอาไว้ได้)

ถ้าเราเปลี่ยนความรู้ในสมองให้เป็นเอกสาร เป็นคู่มือ เราก็สามารถใส่แฟ้ม ใส่ตู้เอาไว้ได้ … แต่ถ้าเราเปลี่ยนให้อยู่ในรูปแบบอิเล็กทรอนิคส์ เช่น เป็นเอกสารแบบ pdf เราก็คงต้องใช้ IT เข้าช่วยแล้ว

พวกโปรแกรมประเภทระบบการจัดการเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ หรือ EDMS (Electronic Document Management System) ก็สามารถนำมาช่วยในการจัดเก็บเอกสารเหล่านี้ได้ง่าย มีของฟรีให้ใช้ และก็ใช้ง่ายด้วย โดยเราสามารถสร้างที่จัดเก็บเลียนแบบเหมือนตู้เอกสารได้เลย (เช่น ตู้เอกสาร A เราก็สร้างโฟลเดอร์ A ขึ้นมา ในตู่เอกสาร A มีชั้นให้เก็บ 4 ชั้น เราก็สร้างโฟลเดอร์ย่อยในโฟลเดอร์ A เป็น A1,  A2, A3,  A4 เพื่อใช้แทนชั้นเก็บ

ชั้น 1 ของตู้เอกสารมีแฟ้มอะไรบ้าง เราก็ไปสร้างโฟลเดอร์ย่อยในโฟลเดอร์ A1 (ซึ่งแทนชั้น 1 ของตู้ A) อีกทีหนึ่ง … จะเอากี่แฟ้มก็ได้สบายมาก … ขี้เกียจเก็บเอาไว้ในองค์กรก็โยนขึ้นคลาวด์ก็ได้ … สมัยผมทำงาน ผมก็อาศัยซอฟต์แวร์ EDMS นี้แหละมาเก็บพวกเอกสารความรู้ต่าง ๆ

Continue reading
  445 Hits
  0 Comments
445 Hits
0 Comments

ความรู้เพื่อใคร

การที่เราไปดึงความรู้ ทักษะ ความชำนาญ ออกมาจากสมองของคนเก่ง ๆ นั้น มองในแง่ของความรู้แล้ว มันก็ OK อยู่ เพราะมันเป็นของที่เขาสะสมมานาน … แต่ก็ขอให้พิจารณาต่อไปด้วยว่า ใครคือคนที่จะนำความรู้อันนั้นไปใช้งาน

สมมติว่าผมไปดึงความรู้เกี่ยวกับเทคนิคอะไรสักเรื่องหน่งออกมาจากพี่ Engineer เขา ผมก็รับรองได้ว่า มันจะได้องค์ความรู้และศัพท์แสงเฉพาะด้านออกมาเต็มไปหมด ถ้าผมเขียนออกมาเป็นเอกสารและเอาเรื่องนี้ไปให้พนักงานอ่าน เขาก็อ่านไม่รู้เรื่องหรอกครับ เพราะศัพท์แสงต่าง ๆ มันเป็นระดับ “เทพ” ทั้งนั้น เราต้องเอามาเรียบเรียงใหม่ให้ง่ายลง เพื่อเหมาะสมกับตัวผู้อ่าน

ถ้าจะเขียน ผมก็ขอให้นึกง่าย ๆ เอาไว้ว่า … เราเขียนเพื่อให้คนอื่นอ่าน ไม่ใช่เขียนเพื่อให้เราอ่านเอง (เพราะเรา เขียนเอง อ่านเอง ยังไง ๆ มันก็เข้าใจ)

นอกจากนั้น บางครั้งความรู้ที่ได้มาอาจจะยังไม่ครับถ้วน ขาดความสมบูรณ์ (เช่น เรากล่าวเฉพาะการปรุงอาหาร แต่ไม่ได้กล่าวถึง ขั้นตอนในการจัดเตรียมก่อนหน้านั้น เป็นต้น) หรือ บางส่วนล้าสมัย ตกยุคไปแล้ว เราก็ต้องมาเพิ่ม มาปรับเปลี่ยน เพื่อให้มันมีสมบูรณ์ มีความถูกต้อง และทันสมัยเข้ากับสถานการณ์

ดังนั้น ความรู้ที่ดึงออกมาจาก “เทพ” หรือ “เซียน” ทั้งหลาย จึงต้องถูกนำมา เพิ่ม และ ปรับ เพื่อให้มีความสมบูรณ์ และ เหมาะสมกับผู้นำไปใช้เสียก่อน แล้วจึงส่งออกไปยังกลุ่มเป้าหมาย … เราจึงมักได้ยินคำศัพท์ที่ใช้กันว่า “Refine Knowledge” หรือ ก็คือปรับความรู้ที่ได้มานั้นให้เหมาะสมต่อการใช้งานนั่นเอง

Continue reading
  439 Hits
  0 Comments
439 Hits
0 Comments