MSITBlog

1 minute reading time (258 words)

Buy Side and Sale Side

F

บล็อกที่แล้วผมพูดแบบกว้าง ๆ แบบเล่าให้ฟังไปเรื่อย ๆ คราวนี้เพื่อให้เข้าใจได้ดีขึ้น ผมจะเขียนออกมาเป็นโฟล์วกิจกรรมทางด้าน Buy Side ขององค์กรเรา (ฝ่ายจัดซื้อในแง่ของ Purchasing) ที่ต้องสื่อสารกับ Vendor ดังรูปด้านล่าง โดยฝั่งขวามือจะเป็นกิจกรรมการจัดซื้อของเรา และฝั่งซ้ายมือจะเป็นกิจกรรมการขายของ Vendor … ส่วนตรงกลางก็จะเป็นสารสนเทศที่วิ่งกลับไปกลับมาระหว่างเรากับ Vendor

จากรูปที่แสดงไว้ เมื่อฝ่ายจัดซื้อระบุว่าอยากได้อะไร (Identify needs) แล้ว เขาก็จะเปิดดูใน e-Catalog ที่ Vendor ส่งมาให้  หรือ เข้าไปดูใน Website ของ Vendor หรือ ใช้ฐานข้อมูลของผู้ขายแต่ละราย (จะเกิดจากที่เราที่สร้างขึ้นมาเอง หรือ ผู้ขายส่งมาให้ก็ตาม) ว่า เขามีอะไรขายบ้าง

เมื่อได้ข้อมูลแล้ว ฝ่ายจัดซื้อก็กำหนดความต้องการขึ้นมา (Define Requirement) ว่าต้องการซื้อชิ้นส่วนนั้น อุปกรณ์นี้ จำนวนเท่านั้น ๆ แล้วก็ส่งข้อมูลไปให้ Vedor เพื่อขอราคาขาย (หรือ RFQ) ไปยัง Vendor หรือ Supplier ที่หมายตาเอาไว้

สมัยที่ผมทำงานใหม่ ๆ ก็ต้องพิมพ์ออกมาเป็นกระดาษ แล้วก็ Fax ไปให้ Vendor หรือ บางที่ก็ต้องส่งจดหมายไป แต่ตอนนี้ เราสามารถเปลี่ยนให้เป็น e-Document แล้วก็ส่งผ่าน email ได้ หรือ เข้าไปจิ้มเอาไปใน Web ของ Vendor ได้โดยตรง

หลังจาก Vendor ทั้งหลายรับข้อมูลและส่งใบ RFQ กลับมาแล้ว เราก็จะเปรียบเทียบราคาว่าเราจะซื้อจากใคร (Select Vendor) จากนั้นก็สร้างใบขอซื้อเพื่อขออนุมัติซื้อเพื่อให้ผู้บริหารอนุมัติ แล้วสร้างใบสั่งซื้อส่งไปให้ Vendor ที่เราต้องการซื้อของจากเขา (Create PR, PO and Send to Vendor) …

หลังจาก Vendor รับ PO แล้ว เขาก็จะตรวจว่าวัตถุดิบมีเพียงพอหรือไม่ (สมมติว่าพอก็แล้วกัน) ก็จะทำการยืนยันคำสั่งซื้อ (Check Availability and Confirm PO) และเรื่องการจัดส่ง (Arrange Shipment) … จากนั้น Vendor ก็ทำการจัดเตรียมสินค้าตามคำสั่งซื้อและส่งมาให้เราตามที่ตกลงกัน (Fulfil and Ship order) พร้อมใบเรียกเก็บเงิน (Create and Send Invoice) …

ในที่สุดเราก็รับสินค้า (Raw Mat. Receiving) และทำการตรวจรับ (Inspection) เพื่อดูว่า วัตถุดิบที่เข้ามาตรงกับที่เราสั่งซื้อและใบเรียกเก็บเงินหรือไม่ ถ้าตรงกัน ก็ส่งวัตถุดิบเข้าคลังสินค้า และลงบันทึก จากนั้นก็จ่ายเงินจ่ายทองให้กับ Vendor

ตามตัวอย่างที่ยกมานี้ เราจะเห็นว่าสิ่งที่วิ่งไปวิ่งมาทั้งในองค์กรเราและระหว่างเรากับ Vendor ก็คือ สารสนเทศ (Information) ดังนั้น ถ้าเราต้องการความเร็ว (Speed) ก็ทำให้เป็น e-Document ซะก็หมดเรื่อง จะรับ จะส่ง อะไรมันก็จะเร็วขึ้น

ถ้าจะให้เร็วขึ้นมาอีก เราก็ทำให้กระบวนการจัดหา จัดซื้อ ให้เป็นอัตโนมัติ (โดยใช้ IT เข้าช่วย) ซึ่งก็จะกลายเป็น e-Purchasing ไปในที่สุด

และถ้ากระบวนการขาย (Sale Process) ของ Vendor เป็นอิเล็กทรอนิกส์ด้วย มันก็ไปด้วยกันได้สบายซีครับ มันก็เหมือนต่อท่อส่งสารสนเทศเข้าด้วยกันตามที่ได้เคยกล่าวผ่านมาแล้ว ซึ่งก็คือการต่อท่อ Buy Side ของเราเข้ากับฝั่ง Sale Side ของ Vendor ดังรูปด้านล่าง 

โดยนัยเดียวกัน โรงงานของเราก็ต้องขายของให้ลูกค้าเหมือนกัน มันก็เสมือนกับว่า เราเป็น Supplier ของลูกค้า ดังนั้น เราก็จะมีอีกด้านหนึ่งที่เป็น Sale Side ด้วย ดังรูปด้านล่างด้านซ้ายมือของเรา เราก็จะใช้ Buy side ของเราไปเกาะกับ Sale Side ของ Supplier หรือ Vendor ที่ขายวัตถุดิบให้เรา ด้านขวามือของเรา เราก็จะใช้ Sale Side ของเราไปเกาะเข้ากับ Buy Side ของลูกค้า

ดังนั้น เราก็สามารถนำกิจกรรมด้าน Sale Side ของ Vendor ที่เราคุยผ่านมาแล้ว มาประยุกต์กับของโรงานเราได้เช่นกัน ผมสามารถแสดงทางด้าน Sale Side ดังรูปด้านล่าง (ตามเส้นประสีแดงซึ่งผมเขียนเอาไว้ว่าเป็น Sale Process) ซึ่งจะเห็นว่า มันประกอบไปด้วย Sale and Marketing, Outbound Logistics และ Service (ไม่ได้เขียนไว้ในรูป) ตามตัวแบบ Value Chain ของ Porter

 เราจะคุยในเรื่อง Sale Side ของเราในครั้งหน้านะครับ

 

เรื่องแทรก
Buy Side

Related Posts

 

Comments

No comments made yet. Be the first to submit a comment
Already Registered? Login Here
Guest
Monday, 10 December 2018