MSITBlog

2 minutes reading time (355 words)

(Business) Goals and Objectives

ผมขอยกตัวแบบที่เราเคยคุยกันผ่านมาแล้วเอามาแสดงอีกครั้งดังรูปด้านล่าง ทั้งนี้เพื่อใช้ขยายความเรื่องที่จะคุยกันต่อไปนะครับ

ถ้าเราจับ Vision, Mission (และ Core Values) มาเขียนรวมกันเพื่อใช้สื่อสารให้กับคนทั่วไปให้เข้าใจว่าเราต้องการให้ภาพในอนาคตของบริษัทของเราเป็นอย่างไร เราก็จะได้ภาพที่บอกชาวบ้านชาวช่องเขาตามตัวอย่างที่แสดงไว้ในบล็อกที่แล้ว

เมื่อคนที่อยู่นอกองค์กรมาอ่านแล้ว เขาก็อาจคิดว่า อืม องค์กรนั้น องค์กรนี้ เขาต้องการอย่างนั้นอย่างนี้ ... มันก็ OK นะ

แต่ถ้าคนที่ทำงานอยู่ในองค์กรหรือผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียอ่านแล้ว ก็อาจจะมีคำถาม (แม้แต่ตัวผมสมัยทำงานใหม่ ๆ ก็เคยถาม) ว่า "เออ แล้วทำไมต้องทำวะ"

ลองคิดขำ ๆ ถ้ามีคนข้าง ๆ เราตอบว่า ไม่รู้วะ” … หรือ … “มันคงว่างงานกันมั๊ง” … หรือ … “คงเอาไว้แปะผนังห้องทับรอยด่างของสีมั๊ง” … หรือ ... "เอาไว้ให้ลูกค้าดูมั๊งว่าบริษัทตูก็มีกะเขาเหมือนกัน" ... หรือ ... "เพื่อให้ออดิตเตอร์มันดู" ... หรือ ...

ผมว่าผู้ฟังคงกลุ้มใจเหมือนกัน ดังนั้น คนในต้องการคำตอบครับ (ส่วนคำตอบนั้น จะแสดงให้คนนอกรู้หรือไม่ ก็แล้วแต่ความค้องการ)

สมมติว่า เราอ่านข้อความที่ประกอบด้วย Vision, Mission และ Core Values ตามที่กล่าวมาแล้ว เราตั้งคำถามว่า ทำไมเราถึงต้องทำสิ่งนี้” …

เราลองนึกดูครับ เมื่อเราทำสิ่งนั้นแล้วมันก็ควรจะเกิดผลของการกระทำอันเป็นผลลัพธ์ที่ต้องการออกมา และผลลัพธ์นั้นมันควรเป็นผลลัพธ์ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของเรา … แต่ตอนนี้องค์กรของเราซึ่งทำธุรกิจอาจยังไม่ได้ลงมือทำจริง ๆ (แต่คาดว่าจะทำอย่างนั้น อย่างนี้ ตามที่เขียนเอาไว้ในพันธกิจ) เราก็ควรจะถามแหละครับว่า เราต้องการอะไร จากการทำสิ่งนั้น มันคือเป้าหมายที่เราต้องการหรือเป้าประสงค์ทางธุรกิจ (Business Goal) ที่เราอยากได้นั่นเอง    

เป้าประสงค์ของธุรกิจ (Business Goals) มันก็มีเยอะแยะ แต่กรอบใหญ่ ๆ ที่สำคัญได้แก่ (ผมเคยเขียนไปแล้ว แต่คัดลอกมาให้อ่านกันอีกครั้ง จะได้ไม่ต้องย้อนกลับไปอ่าน)

1. เพื่อผลประโยชน์หรือกำไร (เพื่อเอามาแบ่งให้ผู้ลงทุน) เพราะถ้าไม่มีกำไรบริษัทก็คงดำเนินต่อไปไม่ได้ 

ไอ้การที่จะไปเขียนตรง ๆ ว่า เพื่อทำกำไร 3,800 ล้านเดี๋ยวเขาก็จะด่าว่า ไอ้หน้าเลือดเราก็ต้องอ้อม ๆ หน่อย เช่น เพื่อทำให้ผลประกอบการดีขึ้น หรือ เพื่อสร้างความพึงพอใจให้แก่ผู้ลงทุน อะไรแบบนี้แหละครับ

2. เพื่อให้บริษัทอยู่ต่อไปยาวนานและมั่นคง จะได้ผลิตสินค้าหรือให้บริการเพื่อสนองตอบต่อความต้องการของลูกค้าต่อไปนาน ๆ 

แบบนี้ก็ทำนองว่า ถ้ามีผู้ซื้อสินค้าของเราไปเรื่อย ๆ เราก็ขายได้เรื่อย ๆ กำไรก็เอาพอให้บริษัทอยู่ต่อไปได้ แบบนี้เราคงต้องพูดไปในเชิงการสร้างสินค้าให้ถูกใจลูกค้า (ผ่านทางเรื่อง คุณภาพ รูปลักษณ์ ยี่ห้อ พนักงานที่มีความสามารถ) หาซื้อง่าย (ช่องทางจัดจำหน่าย) ราคาโดนใจ เพื่อให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำแล้วซ้ำอีก

3. เพื่อให้ธุรกิจของบริษัทเจริญเติบโต

แบบนี้ก็จะไปเน้นไปที่การขยายกิจการให้ใหญ่ขึ้น มีสาขาเพิ่มมากขึ้น มีพนักงานเพิ่มมากขึ้น ข้อความที่ใช้สื่อสารก็เป็นไปในเชิงมุ่งเน้นการเติบโต เจาะตลาด ขยายตลาด อะไรไปแหละครับ

4. เพื่อความรับผิดชอบต่อสังคม จึงดำเนินธุรกิจไม่ขัดต่อ กฎหมาย ข้อบังคับ ประเพณี ศีลธรรม อันดีงามของสังคม จึงเน้นไปถึงการคำนึงถึงผู้บริโภค คำนึงถึงสภาพแวดล้อม การพัฒนาชีวิตและความเป็นอยู่ของสังคมให้ดีขึ้น

กรอบใหญ่ ๆ มันก็จะเป็นแบบนี้ ทีนี้เวลาเขียนมันก็จะไม่เขียนลงไปทื่อ ๆ แบบนั้น … มันจะเชื่อม (link) อยู่กับพันธกิจ หรือ ภารกิจที่เราเขียนขึ้นมา เพราะพันธกิจ หรือ ภารกิจ มันจะบอกว่า ตอนนี้เรากำลังทำอะไรอยู่ หรือ เราต้องทำอะไรบางสิ่งบางอย่าง เพื่อให้บรรลุวิสัยทัศน์ เมื่อทำกิจกรรมนั้น ๆแล้ว มันก็ต้องมีผลลัพธ์ที่เราอยากได้เกิดขึ้นมาใช่ไหมครับ … อันนี้แหละครับ เราเอามาเป็นเป้าประสงค์ได้ ... และก็กล่าวได้ว่า เป้าประสงค์กับพันธกิจมันต้องไปทางเดียวกันนะครับ

เช่น บริษัทหนึ่งเขาตั้งวิสัยทัศน์ว่า อยกจะเป็นบริษัทที่มีนวัตกรรมระดับแถวหน้าของเอเซีย พันธกิจเขาก็ควรออกไปในแนวค้นคว้า วิจัย และพัฒนา เป้าประสงค์ของบริษัทของเขาก็คือ ผลงานวิจัยใช่ไหมครับ

มันก็ถามต่อแหละครับ เราจะรู้ได้อย่างไรว่าว่า เราบรรลุเป้าประสงค์ หรือ เป้าหมาย ที่ต้องการแล้ว อ้าว เราก็ต้องกำหนดอะไรที่มันวัดความก้าวหน้าได้ซิ เช่น มีนักวิจัยกี่คน มีบทความตีพิมพ์กี่บทความ มีการจดลิขสิทธ์กี่เรื่อง มีสินค้าที่เป็นนวัตกรรมใหม่ ๆ ออกสู่ตลาดกี่ตัว มันต้องสอดรับกับเป้ากระสงค์นะครับ  

เราจะเห็นว่า วัตถุประสงค์ (Objective)” เป็นการระบุผลที่แคบกว่าเป้าประสงค์ มีขอบเขตชัดเจนแน่นอนกว่า (เช่นกัน ส่วนนี้ผมหมายถึง Business Objective นะครับ) ข้อสำคัญก็คือ ต้องวัดความก้าวหน้าและการบรรลุผลได้ สามารถระบุสิ่งที่ต้องการออกมาเป็นรูปธรรม (เพื่อให้วัดได้) มีการกำหนดระยะเวลาที่ได้ผลงานออกมาชัดเจน

ผมมีรูปที่คัดลอกมาจากอินเตอร์เน็ต (https://www.dummies.com/business/start-a-business/business-plans/set-goals-and-objectives-in-your-business-plan) มาให้ดูวิธีการเชื่อมเข้าด้วยกันระหว่าง Mission Goal และ Objective ครับ

คำถามต่อไปก็คือ เราจะใช้แนวทางใดเพื่อให้บรรลุ Goal และ Objective ข้างต้น มันจะวิ่งเข้าสู่การวางแผนกลยุทธ์ขององค์กรแหละครับ

บางองค์กรก็กำหนดกลยุทธ์ก่อน (โดยถามว่า เพื่อให้ภาพที่เราต้องการ (Vision, Mission) เป็นจริงขึ้นมา เราต้องใช้กลยุทธ์ใด) แล้วก็เอา Goal ที่กำหนดจากกลยุทธ์ (Strategic Goal) มาเขียนเป็น Goal ขององค์กร … ที่ทำแบบนี้เพราะมันมี Strategic Time กำกับอยู่ ก็เลยกำหนดเอาไว้แค่ช่วงนี้ เพื่อทำการวัดผล ... อันนี้ก็แล้วแต่คิด แล้วแต่มุมมอง แล้วแต่ชอบครับ ... ส่วนผมเคยทำแบบไหน ผมก็เขียนแบบนั้นแหละครับ เพราะมันเล่าให้ฟังได้ง่ายดี

อ้อ ... ลูกศิษย์ขี้สงสัยของผม เดินมาถามผมว่า เราจะกำหนด Mission ก่อน Vision ได้ไหม

ผมก็ตอบว่า "อืม น่าสนใจ"

ถ้าผมไปเจอเพื่อนคนหนึ่งซึ่งตั้งบริษัทอยู่แล้ว ผมอาจถามเขาว่า บริษัททำอะไรวะ (Mission ของบริษัทเขา) แล้วในอนาคตเอ็งต้องการให้บริษัทของเอ็งเป็นแบบไหนวะ (Vision ของบริษัทเขา) … แบบนี้ Mission มาก่อน Vision ไหม

แล้วถ้าผมไปเจอเพื่อนอีกคนหนึ่งอยากตั้งบริษัท ผมอาจถามเขาว่า บริษัทในฝันของเอ็งหน้าตาควรเป็นอย่างไรวะ (Vision) พอเขาตอบแล้ว ผมก็อาจถามต่อไปว่า แล้วบริษัทของเอ็งต้องทำยังไงบ้าง มันถึงจะบรรลุความันของเอ็งได้ (Mission) … แบบนี้ Vision มาก่อน Mission ไหม

แล้วถ้าผมไปเจอเพื่อนอีกคนหนึ่ง แล้วถามว่า ตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง เขาบอกว่าเพิ่งออกจากงานมาแล้วอยากตั้งบริษัท ผมถามเขาว่า ทำไมจึงคิดอย่างนั้น เขาตอบว่า เขาเก่งในเรื่องการเขียนโปรแกรมที่สามารแก้ปัญหาให้กับลูกค้าได้ (Value and Belief นำมาก่อน) เขาจึงอยากตั้งบริษัทรับจ้างพัฒนา Application (Mission ของเขาตามมา) โดยเชื่อว่า …… (Vision) …. แบบนี้ เราขึ้นด้วย Value and Belief ก็ได้ใช่ไหม

ผมถามกลับไปว่า "จากที่ผมเล่าให้คุณฟังมานี้ คุณว่ามันทำได้ไหมครับ" ...

 

ระดับของกลยุทธ์
พันธกิจ (Mission)

Related Posts

 

Comments

No comments made yet. Be the first to submit a comment
Already Registered? Login Here
Guest
Sunday, 17 February 2019