MSITBlog

1 minute reading time (242 words)

ปิดท้ายของอนุกรม “Basic Problem Solving”

เรากลับมาที่กระบวนการแก้ปัญหากันสักหน่อย ซึ่งเป็นไปตามรูปด้านล่าง คราวนี้ผมใส่เครื่องมือในกลุ่ม 7 QC Tool และ 7 (New) QC Tool เข้าไปด้วย เพื่อแสดงว่า เราจะใช้เครื่องมือตัวใดที่ขั้นตอนใด

ผ่านมาหลายสิบบล็อก เราคุยเครื่องมืออะไรกันบ้างเอ่ย ทบทวนกันหน่อยดีไหมครับ

ในขั้นตอนของการนิยามปัญหา (Defining the problem) นั้น เราก็มักใช้ 5W2H (ก็พวก What, Where, When, Why … อะไรพวกนี้แหละครับ) มาช่วยกำหนดกรอบในการเขียน

ส่วนในขั้นตอนการวิเคราะห์ปัญหา (Analyzing the problem) ดูว่าเราต้องทำอะไร (Determining what to do) การนำแผนไปปฏิบัติ (Implement the plan) และ ประเมินความคืบหน้า (Evaluating progress) เรามีเครื่องมืออีกหลายตัวเข้ามาช่วยในการทำงาน เช่น

1) 5Why … ก็เป็นการถาม ทำไมห้าครั้งเพื่อสาวไปหาสาเหตุรากเหง้า (Root Cause)

2) เทคนิค 5G … ก็เป็นการบังคับให้เราลงไปดูปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่จริง จะได้ไม่มานั่งโมเมแก้ปัญหากันอยู่แต่ในห้อง

3) การระดมความคิด (Brainstorming) … ก็เป็นการที่สมาชิกของทีมแบบข้ามสายงานช่วยกันคิดในเรื่องต่าง ๆ

4) ผังการไหลของกระบวนการ (Flow Process Chart) … เรานำมาช่วยทำความเข้าใจว่า กระบวนการเจ้าปัญหาของเราเป็นอย่างไร มีการดำเนินกิจกรรมอะไรบ้าง

5) แมตริกซ์เหตุและผล (Cause & Effect Matrix) … เรานำมาช่วยระบุว่า ปัญหามันน่าจะเกิดขึ้นที่ขั้นตอนใดของกระบวนการ ดังนั้นมันจึงนำข้อมูลจากผังการไหลของกระบวนการมาใช้งาน

6) ใบตรวจสอบ หรือ ใบเก็บข้อมูล (Check Sheet) … เรานำมาช่วยในการเก็บข้อมูล   

7) ผังฮิสโตแกรม (Histogram Chart) … เรานำมาช่วยดูความขนาดและถี่ห่าง รูปทรง การกระจายตัว เพื่อคาดการณ์แนวโน้มของสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในกระบวนการ

8) ผังพาเรโต (Pareto Chart) … เรานำมาใช้ช่วยในการจัดลำดับความสำคัญของปัญหาว่าเรื่องใดมีความสำคัญมากน้อย เราจะได้แก้ปัญหาที่มีนัยสำคัญก่อน

9) ผังก้างปลา (Fishbone diagram) หรือผังเหตุและผล (Cause – Effect Diagram) … เรานำมาใช้เพื่อหาสาเหตุที่น่าจะเป็นไปได้ที่ก่อให้เกิดสิ่งต่าง ๆ ขึ้นมา และ เรามักจะนำ 5Why มาช่วยเจาะลึกลงไปอีกเพื่อระบุถึงสาเหตุรากเหง้า

10) ผังควบคุม (Control Chart) … เรานำมาใช้ดูตัวแปรต่าง ๆ ที่เราสนใจในกระบวนการหนึ่ง ๆ ว่ามันยังอยู่ภายใต้การควบคุมของเราหรือไม่

11) ผังการกระจาย (Scatter Plot) … เราใช้เพื่อดูว่าตัวแปรต่าง ๆ ที่เรากำลังพิจารณานั้น มันมีความสัมพันธ์กันมากน้อยเพียงใด

12) ผังกลุ่มเชื่อมโยง (Affinity Diagrams) … เรานำมาใช้เพื่อจัดกลุ่มข้อมูลในเชิงคำพูด/ความคิดที่ไม่เป็นตรรกกะ หรือ เป็นเหตุเป็นผลซึ่งกันและกัน เพื่อทำให้เราทำความเข้าใจข้อมูลเชิงคำพูด/ความคิดได้ง่ายขึ้น

13) ผังความสัมพันธ์ระหว่างกัน (Interrelationship Diagram) … เราใช้เพื่อหาตัวผลักดันหลัก (ต้นเหตุ) และผลกระทบท้ายสุด

14) ผังความสัมพันธ์ (Relations Diagrams) … เรานำมาใช้เพื่อดูความสัมพันธ์ของข้อมูลในเชิงคำพูด/ความคิดที่เป็นตรรกกะ หรือ เป็นเหตุเป็นผลซึ่งกันและกัน เพื่อทำให้เราทำความเข้าใจความสัมพันธ์ของข้อมูลเชิงคำพูด/ความคิดได้ง่ายขึ้น

15) ผังต้นไม้ (Tree Diagrams) … เรานำมาใช้ในการวางแผนในการแก้ปัญหา โดยเริ่มจากการกำหนดแผนในภาพใหญ่แล้วกำหนดกิจกรรมย่อยลงไปเรื่อย ๆ

16) ผังแมตริกซ์ (Matrix Diagrams) … เรานำมาใช้เพื่อช่วยในการดูความสัมพันธ์ของสิ่งต่าง ๆ เพื่อช่วยในการตัดสินใจเลือกในสิ่งที่เหมาะสม

17) ผังลูกศร (Arrow Diagrams) … เรานำมาใช้เพื่อกำหนดแผนในการปฏิบัติการ

18) ผังแกนต์ (Gantt Chart) … เรานำมาใช้เพื่อช่วยในการติดตามความคืบหน้าของการปฏิบัตรการ

19) ผังโปรแกรมการตัดสินใจเชิงกระบวนการ (Process Decision Program Charts, PDPC) … เรานำมาช่วยกำหนดแผนรองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน

20) การวิเคราะห์ข้อมูลแบบแมตริกซ์ (Matrix Data Analysis) … คล้าย ๆ กับผังแมตริกซ์แต่ใช้ข้อมูลอันเป็นตัวเลขเข้ามาช่วยอธิบายความสัมพันธ์

ปิดท้ายก็อยากจะบอกว่า เครื่องมือที่ผมเล่าให้ฟังผ่านมานี้ มันเป็นแค่เครื่องมือพื้นฐานเท่านั้น (และก็ไม่ใช่มีเท่านี้ ยังมีอีกหลายตัวด้วยกัน) ผู้อ่านก็อย่าเพิ่งหยุดนะครับ ศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมให้มากขึ้นไปอีกเรื่อย ๆ (เช่น เครื่องมือทางสถิติ เครื่องมือแก้ปัญหาเฉพาะด้าน) มันก็จะช่วยให้เรามีเครื่องมือที่นำมาใช้แก้ปัญหาได้อย่างเหมาะสมตามความซับซ้อนของปัญหาที่เกิดขึ้น

ผมคงต้องหยุดเขียนสักพัก ขอเคลียร์งานก่อนนะครับ ตอนนี้งานท่วมหน้าตัก

 

การวิเคราะห์ข้อมูลแบบแมตริกซ์ (Matrix Data Analysi...

Related Posts

 

Comments

No comments made yet. Be the first to submit a comment
Already Registered? Login Here
Guest
Friday, 23 August 2019