MSITBlog

1 minute reading time (176 words)

ผังเชื่อมโยง (Affinity Diagram) (1)

อธิบายกันง่าย ๆ ก่อนนะครับ ผังเชื่อมโยงจะเป็นผังที่แสดงการเชื่อมโยงข้อมูลที่เกิดจากความคิด (Idea) ทั้งหลาย (ที่เกิดจากการระดมความคิด ด้านซ้ายมือ) เข้าด้วยกันเป็นกลุ่ม หรือ หมวดหมู่ แล้วก็สร้างข้อความใหม่ขึ้นมา (Heading) เพื่อใช้แทนข้อมูลกลุ่มนั้น ๆ (ด้านขวามือ)

ตามที่กล่าวมาข้างต้น เราจะใช้ผังเชื่อมโยงสำหรับการจับกลุ่มประเด็นปัญหาในสถานการณ์ที่ยุ่งเหยิง เพื่อสร้างภาพของปัญหาและทำความเข้าใจให้ชัดเจนเสียก่อน แล้วค่อยคิดแนวทางการแก้ปัญหาขึ้นมา หรือกล่าวในภาพรวมได้ว่า เราจะใช้ผังเชื่อมโยงเพื่อ

1) ใช้รวบรวมข้อมูลจำนวนมากที่เกิดจากการซักถาม พูดคุย หรือ ระดมความคิด ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะเป็นข้อมูลในเชิงคำพูดที่ได้มาจาก แนวความคิด ความเห็น เรื่องราวต่าง ๆ (ซึ่งก็คือด้านซ้ายของภาพบน)

2) จากนั้นก็ทำการจัดข้อมูลให้เป็นกลุ่มโดยอาศัยความสัมพันธ์ตามธรรมชาติที่ควรเป็น (natural relationship) อันเอื้อต่อการนำมาวิเคราะห์เพื่อหาคำตอบของปัญหาต่อไป (มันก็คือด้านขวาของภาพบนนั่นเอง)

เมื่อมองในแง่ที่กล่าวมาข้างต้น เราจะเห็นข้อดีของแผนผังกลุ่มเชื่อมโยงอยู่หลายประการ กล่าวคือ

1) เมื่อเรามองเห็นข้อมูลต่าง ๆ อาจกระตุ้นให้เกิดความแหวกแนว หรือ คิดใหม่ ๆ ออกมา

2) เมื่อมีข้อมูลมากขึ้น ก็จะทำให้สามารถมองปัญหาได้ลึกซึ้งมากขึ้น จนทำให้สามารถเข้าใจและพิจารณาข้อมูลที่เป็นคำพูดในสถานการณ์ที่สับสนออกมาเป็นกลุ่มตามธรรมชาติของปัญหาได้ จึงเป็นการยกระดับการรับรู้ของทุกคนและกระตุ้นให้กลุ่มลงมือทำ

3) เมื่อเปิดให้มีการช่วยกันคิด ช่วยกันมอง ก็จะทำให้ปัจจัยสำคัญของปัญหาถูกยกขึ้นมาพิจารณาได้อย่างถูกต้องเหมาะสม  และมั่นใจได้ว่าทุกคนที่เกี่ยวข้องมองเห็นปัญหาอย่างชัดเจน

เมื่อใดจะใช้แผนผังกลุ่มเชื่อมโยง

1) เมื่อต้องการค้นหาปัญหาที่ซ่อนอยู่เบื้องลึก เพราะการเขียนลงในกระดาษไม่ได้ระบุว่าใครเป็นผู้เขียนจึงทำให้การเปิดเผยข้อมูลทำได้ง่าย ทั้งนี้รวมไปถึงเมื่อต้องการหาแนวความคิดใหม่ ๆ จากผู้ร่วมกลุ่มด้วย

2) เมื่อต้องการให้ทุกคนรับทราบและเข้าใจปัญหาทั้งหมด เพราะได้มีการจัดเป็นหมวดหมู่เอาไว้อย่างชัดเจน

3) เมื่อต้องการให้คนในกลุ่มรู้สึกว่า ตนเองเป็นส่วนหนึ่งของปัญหานั้น ๆ จะได้ร่วมมือกันในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น

วิธีการสร้างแผนผังกลุ่มเชื่อมโยง

1) เลือกหัวข้อของปัญหาที่ต้องการยกขึ้นมาทำการแก้ไข

2) เตรียมการรวมรวมข้อมูลเชิงคำพูด (verbal data) … สิ่งแรกก็คือบัตรข้อมูล (Data Card) เพื่อเอาไว้บันทึกข้อมูลที่ได้จากการระดมความคิด โดยทั่วไปเราก็จะใช้กระดาษ Post it แบบที่มีกาวแปะด้านหลังนี่แหละครับ หามาหลายสีหน่อย อีกสิ่งหนึ่งก็คือจุดที่จะแปะบัตรข้อมูล เราอาจจะหากระดาษแผ่นใหญ่ ๆ มาเขียนหัวข้อปัญหาเอาไว้ด้านบน (ดังรูป) หรือ ใช้โต๊ะ/กระดานในห้องประชุม หรือ ผนังห้องมาแทนกระดาษแผ่นใหญ่ก็ได้ แต่ต้องมั่นใจว่าเมื่อแปะบัตรข้อมูลแล้วสมาชิกควรจะมองเห็นได้ชัดเจน

 3) ประธานก็ต้องชี้แจงประเด็นปัญหาและข้อมูลที่ต้องการรวบรวมให้สมาชิกทุกคนเข้าใจอย่างชัดเจน เพื่อจะได้มีกรอบแนวคิดไปทางเดียวกันว่า ปัญหาคืออะไร และต้องการอะไร

4) จากนั้นก็ทำการระดมความคิดโดยให้สมาชิกเขียนข้อมูลจากความคิดแต่ละความคิดลงบนบัตรข้อมูล (Data Card) (หนึ่งบัตรต่อหนึ่งความคิด)

5) แล้วก็นำบัตรข้อมูลที่เขียนความคิดแล้วแปะกระจายกันลงบนกระดาษขนาดใหญ่/โต๊ะ/ผนังเพื่อให้สมาชิกเห็นทั่วกันและอ่านบัตรข้อมูลได้ทั้งหมดทุกใบ

6) จากนั้นสมาชิกก็ช่วยกันจัดข้อมูลที่สัมพันธ์กันหรือเชื่อมโยงกันให้อยู่เป็นกลุ่มเดียวกัน ข้อมูลใดไม่สามารถเข้ากลุ่มได้ ก็แยกเอาไว้

7) สมาชิกช่วยกันรวมลักษณะข้อมูลของกลุ่มนั้น ๆ แล้วตั้งชื่อใหม่ให้ครอบคลุมข้อมูลในกลุ่มนั้นทั้งหมด ชื่อใหม่ที่ตั้งขึ้นมานี้เราเรียกว่า ประโยคเชื่อมโยง (Affinity Statement) … แล้วเราก็เขียนชื่อใหม่นี้ลงไปในบัตรใหม่เพื่อแปะเอาไว้เหนือกลุ่มบัตร  บัตรใหม่นี้เรียกว่า บัตรเชื่อมโยง (Affinity Card)

8) อาจจะทำการรวมในลักษณะข้างต้นซ้ำอีกครั้ง เพื่อให้กลุ่มข้อมูลลดลงอีก (โดยทั่วไป มักจะถือเอาว่า ควรเหลือสัก 5 – 6 กลุ่ม)

ลองดูจากรูปด้านล่างครับ บัตรข้อมูลสีเหลืองจะถูกจับกลุ่มกันแล้วเขียนประโยคเชื่อมโยงของบัตรสีเหลืองในกลุ่มนี้ลงในบัตรสีฟ้า (ซึ่งบัตรสีฟ้าก็คือบัตรเชื่อมโยงของกลุ่มในกรอบของเส้นสีแดง)

แล้วทำการจับกลุ่มของกลุ่มบัตรสีฟ้าอีกครั้งและเขียนประโยคเชื่อมโยงลงในบัตรเชื่อมโยงสีชมพู (บัตรสีชมพูก็คือบัตรเชื่อมโยงของกลุ่มข้อมูลในกรอบของเส้นสีฟ้า)

จากนั้นทำการจัดกลุ่มของบัตรสีชมพูอีกครั้งแล้วเขียนประโยคเชื่อมโยงลงในบัตรสีเขียว (ตามกรอบเส้นสีดำ)

จากที่อธิบายมานี้ เราจะเห็นได้ว่า ผังเชื่อมโยงจะถูกนำมาใช้มากในตอนที่เราทำการระดมความคิดเพื่อทำการแก้ปัญหาต่าง ๆ  โดยความคิดที่ช่วยกันคิดขึ้นมานั้นมันมักจะเป็นอิสระจากกัน อันเป็นผลมาจากต่างคนต่างคิด ดังนั้นการดูข้อมูลไปทุก ๆ บัตรข้อมูลย่อมจะทำให้เราสับสน จับต้นชนปลายไม่ถูก ถ้าเราจับข้อมูลที่มีความเกี่ยวข้องกันมารวมกลุ่มกันแล้วตั้งชื่อใหม่โดยให้มันสัมพันธ์กับข้อมูลในกลุ่มนั้น ๆ ทั้งหมด ก็ย่อมจะทำให้เราเข้าใจภาพรวมของเรื่องราวต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น

คุยกันต่อในบล็อกหน้านะครับ

 

ผังเชื่อมโยง (Affinity Diagram) (2)
7 (New) QC Tools

Related Posts

 

Comments

No comments made yet. Be the first to submit a comment
Already Registered? Login Here
Guest
Friday, 06 December 2019