MSITBlog

1 minute reading time (273 words)

ข้อมูลตัดสินใจเองไม่ได้ เราคือผู้ตัดสินใจ

ผมต้องไปต่างจังหวัดสัก 2 – 3 วัน โดยเดินทางตั้งแต่วันอาทิตย์เช้ามืด และไม่สะดวกที่จะนำคอมพิวเตอร์ไปด้วย ทำให้ผมไม่สามารถ Post วันจันทร์ได้ ผมของ Post ล่วงหน้าก็แล้วกัน (เย็นวันเสาร์)  

บล็อกที่แล้ว เราพูดกันถึงเรื่องข้อมูลและเครื่องมือที่นำมาใช้ช่วยวิเคราะห์ปัญหา (หรือ แก้ปัญหา) … แต่การให้เหตุ ให้ผล (เมื่อจากการนำข้อมูลมาใช้) ว่านั่นคือปัญหา นี่คือสาเหตุ ก็คือตัวเรานั่นเอง

เมื่อกล่าวโดยทั่วไปแล้ว กรอบความคิดในการแก้ปัญหาของเรามักจะเป็นแบบนิรนัย หรือ แบบอนุมาน (Deductive Reasoning) หรือ การให้เหตุผลจากบนลงล่าง (top-down logic) เป็นการนำความรู้พื้นฐานซึ่งอาจเป็นกฎ ข้อตกลง ความเชื่อ หรือบทนิยาม ซึ่งเป็นสิ่งที่รู้มาก่อน และยอมรับว่าเป็นความจริงเพื่อหาเหตุผลนำไปสู่ข้อสรุป เป็นการอ้างเหตุผลที่มีข้อสรุปตามเนื้อหาสาระที่อยู่ภายในขอบเขตของข้ออ้างที่กำหนด

เพื่อความเข้าใจ ผมมีรูปสามเหลี่ยมมุมฉากดังรูปด้านล่าง โดยมีมุม B = 60 องศา และ มีมุม C = 90 องศา คำถามก็คือ มุม A มีค่าเท่าใด ….

ความรู้จากวิชาตรีโกณมิติที่เรียนมา เมื่อจับมุมของสามเหลี่ยมมารวมกันจะต้องเท่ากับ 180 องศา หรือ A + B + C = 180

สมมุติฐาน … A = 180 – B – C

สังเกตุ … B = 60 องศา ส่วน C เป็นมุมฉาก ซึ่งมีค่าเท่ากับ 90 องศา

จึงสรุปหรือยืนยันว่า … A = 180 – 60 -90 = 30 องศา

หรือ เขียนรูปได้เป็น

เห็นไหมครับ มันจะไล่จากบนลงมาด้านล่าง และจุดหนึ่งที่ผมอยากจะใช้ให้เห็นก็คือ ถ้าระดับที่อยู่เหนือขึ้นไป ผิด หรือ ไม่ถูกต้องระดับที่อยู่ต่ำลงมาก็มักจะผิดไปด้วย

บนสุดครับ ถ้าทฤษฏี หรือ หลักการ ไม่ถูกต้อง ด้านล่างที่ตามมา มันก็เพี้ยนไปหมดแหละครับ

ถ้าทฤษฏีหรือหลักการถูก ถ้าตั้งสมมติฐานผิด หรือ ไม่ครบ ด้านล่างมันก็มีโอกาสเพี้ยนไปอีกแหละครับ

แม้ว่าทฤษฏีหรือหลักการถูก กับทั้งตั้งสมมติฐานถูกและครบถ้วนด้วย … แต่ถ้าได้ข้อมูลมาผิด หรือ ไม่ครบ การยืนยันมันก็มีโอกาสผิดไปด้วย

อีกแบบหนึ่งที่ตรงข้ามกัน คือ การให้เหตุผลแบบอุปนัย

การให้เหตุผลแบบอุปนัย หรือ อุปมาน (Inductive reasoning) หรือ การให้เหตุผลจากล่างขึ้นบน (bottom-up logic) เป็นวิธีการสรุปผลมาจากการค้นหาความจริงจากการสังเกตหรือการทดลองหลายครั้ง แล้วนำมาสรุปเป็นความรู้แบบทั่วไป

เนื่องจากการให้เหตุผลแบบอุปนัยเป็นการสรุปผลเกิดจากหลักฐานข้อเท็จจริงที่มีอยู่ ดังนั้นการหาข้อสรุปหรือความจริงโดยใช้วิธีการให้เหตุผลแบบอุปนัยนั้น ไม่จำเป็นต้องถูกต้องทุกครั้ง ข้อสรุปจะเชื่อถือได้มากน้อยเพียงใดนั้นขึ้นอยู่กับลักษณะของข้อมูล หลักฐานและข้อเท็จจริงที่นำมาอ้างซึ่งได้แก่ จำนวนข้อมูล และ ข้อมูล

ตัวอย่างง่าย ๆ ก็ตอนเราไปซื้อผลไม้ เช่น ส้ม นี่แหละครับ เช่น เราเห็นแม่ค้าขายส้มอยู่กองหนึ่ง เรามองแล้วผลมีรูปร่างดี และน่าจะหวาน เราจึงคิดว่า ถ้าแม่ค้าหยิบส้มมาจากกอง (นี่คือการสังเกต) แล้วปลอกให้เราชิมและมันหวาน (นี่คือรูปแบบ) เราก็จะเชื่อว่า ส้มในกองนั้นมีรสหวาน (นี่คือสมมติฐาน) แล้วก็ตัดสินใจซื้อ

เราจะเห็นว่า มันไล่จากการสังเกตข้างล่างขึ้นไปสรุปหลักการหรือทฤษฏีข้างบน

เอาละครับ ถ้าผมจับสองแนวทางนี้มาต่อกันเป็นในลักษณะของตัว “V”

สมมุตว่า มีปัญหาเรื่องหนึ่งเกิดขึ้น พอดีผมมีความรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้บ้าง (สมมติว่า ผมเรียกหลักการ A) ผมก็ตั้งสมมติฐานว่า มันน่าจะเป็นแบบนั้น แบบนี้นะ แล้วผมก็ไปเก็บข้อมูลลองมาจำลองดู (หรือ ไปยืนดูเวลาทำงานจริง ๆ) ถ้าผลออกมายืนยันว่า สมมติฐานเป็นจริง ก็จบ ทีนี้ถ้ามันเป็นเท็จ (หรือ ไม่เป็นจริง) มันก็ต้องปฏิเสธสมมติฐานใช่ไหม (หรือ กล่าวว่า มันไม่ได้มาจากหลักการ A) … อันนี้เราทำ Deductive

แต่เมื่อผมดูผลการทดลองแล้ว เอ๊ะ ผมสังเกตเห็นรูปแบบอะไรบางอย่างที่แปลกออกไป ไอ้รูปแบบนี้ มันไปเข้ากับสมมติฐานอีกแบบหนึ่ง ซึ่งมาจากหลักการ B (ซึ่งไม่ใช่หลักการ A ที่เราปฏิเสธสมมติฐานไปแล้ว) … อันนี้เราทำ Inductive

คราวนี้ ผมก็เอาหลักการ B เป็นตัวตั้ง กำหนดสมมติฐาน แล้วก็ทำ Deductive อีก  ถ้ามันใช้ก็จบ ถ้าไม่ใช่มันก็ทำ Inductive อีก สลับกันไปมาแบบนี้และครับจนกว่าจะได้คำตอบที่ต้องการ

หลักการแบบนี้ดูเป็นเป็นวิทยาศาสตร์หน่อยไหมครับ ตอนที่ผมทำงานนั้น สินค้าที่เรารับจ้างผลิตที่มีความซับซ้อนมาก เขาต้องการคุณภาพสูง และเขาขายก็ราคาแพง (เราเรียกว่า สินค้าเกรดพรีเมี่ยม) เวลามันเกิดปัญหาขึ้นมา ลูกค้าเขาก็ต้องการให้เราทำการแก้ปัญหาแบบนี้และครับ ต้องตั้งหลักการขึ้นมาก่อน แล้วก็ตั้งสมมติฐาน ต้องพิสูจน์สมมติฐาน วิ่งขึ้นวิ่งลงแบบนี้แหละครับ ... ผมว่ามันแสดงถึงความเป็นมืออาชีพของเขานะครับ ... เราก็ต้องแสดงความเป็นมืออาชีพของเราเช่นกันนะครับ ไม่งั้นเขาจะดูหมินดูแคลนเอาได้ ... อย่าไปกลัวครับ ศึกษาหาความรู้แล้วก็ทำไปเถอะ เดี๋ยวก็เก่งเองละครับ ...

เราจะคุยกันต่ออีกสักหน่อยในบล็อกหน้านะครับ

 

สมมติฐานและการยืนยัน
ข้อมูลกับเครื่องมือ

Related Posts

 

Comments

No comments made yet. Be the first to submit a comment
Already Registered? Login Here
Guest
Friday, 15 November 2019