MSITBlog

2 minutes reading time (456 words)

องค์กรของเราต้องมีกลยุทธ์ไหม?

ผมประสบกับปัญหาบางประการทำให้ว่างเว้นจากการเขียนบล็อกไปพักหนึ่ง ในช่วงนี้ผมได้พบปะกับผู้คนมากหน้าหลายตา ทั้งเจ้านายเก่าบ้าง เพื่อฝูงเก่า ๆ บ้าง ลูกศิษย์เก่า ๆ ตั้งแต่รุ่นแรกมาถึงรุ่นปัจจุบัน ทำให้โอกาสนั่งได้นั่งคุยกันบ้าง ซักถามแลกเปลี่ยนข้อมูลกันบ้าง ผมคิดว่า มีบางเรื่องที่สามารถหยิบประเด็นมาเขียนบล็อกเพื่อเล่าสู่กันฟังได้

ประเด็นแรกที่ผมขอหยิบยกขึ้นมาก็คือ (มีคนถามผมว่า) องค์กรจำเป็นต้องมีกลยุทธ์ไหม? …

มันเป็นคำถามที่ตอบลำบากเหมือนกัน ในความคิดผมนั้น ผมว่าจำเป็นหรือควรจะมีนะครับ ... แต่พอตอบแบบนี้ ก็อาจจะมีคนแย้งว่า องค์กรที่เขาทำงานอยู่ไม่เห็นต้องมีเลย องค์กรนี้ก็อยู่กันมานานและมีกำไรทุกปีด้วย เขาพูดแบบนี้ก็ถูกในมุมมองของเขาเหมือนกันนะครับ เพราะเขาไม่เคยมี เขาก็ไม่เห็นว่าทำไมจึงต้องมี ก็ไม่ใช่เรื่องผิดปกติอะไร

เรามาคุยกันสักหน่อยดีกว่า

คำว่า “กลยุทธ์” นั้น ว่ากันว่ามาจากภาษากรีกคือคำว่า “Strategos” ซึ่งเกิดจากคำว่า “Stratos” อันหมายถึง “army” หรือ “กองทัพ” มาผสมกับคำว่า “agein” ซึ่งหมายถึง “lead” หรือ “นำหน้า” เมื่อผสมรวมกันก็น่าจะหมายไปในเชิง การนำกองทัพเข้าทำศึกสงคราม (เพื่อให้ชนะศึก) มันก็คงเหมือนกับ ผู้บริหารระดับสูงต้องนำธุรกิจของตนเข้าสู่สงครามการแข่งขันทางธุรกิจละกระมัง จึงมีนักวิชาการทางการบริหารแปลโดยหมายเอาว่า “leading the total organization” หรือ “การนำทางให้องค์กรโดยรวม” อันมีนัยทั้งเชิงจุดมุ่งหมายและวิธีการว่า ต้องการที่จะทำ “อะไร” ให้สำเร็จ และ จะต้องทำ “อย่างไร”

Certo and Peter (1991) ให้นิยามว่า กลยุทธ์ หมายถึง วิธีการดำเนินงานที่มั่นใจได้ว่าจะนำไปสู่ความสำเร็จตามวัตถุประสงค์ขององค์กร

Wright และคณะ (1992) ให้นิยามว่า กลยุทธ์ หมายถึง แผนของผู้บริหารระดับสูงที่จะนำไปสู่ผลลัพธ์ต่าง ๆ ที่สอดคล้องกับภารกิจและเป้าประสงค์ขององค์กร

ดังนั้นเราจะพอจะสรุปได้ว่า กลยุทธ์จะหมายถึง แผนงาน หรือ แนวทาง หรือ วิธีการที่จะนำองค์กรไปสู่ผลลัพธ์ที่สอดคล้องกับกิจกรรมที่องค์กรทำอยู่ (ภารกิจ) และเป้าหมายโดยรวม (หรือ ภาพรวม) ที่องค์กรกำหนดเอาไว้

เจ้าตัว ภาพรวมนั้น เราก็จะหมายเอาว่า ภาพใหญ่ในอนาคตของธุรกิจของเราในอนาคตระยะยาว (ก็ขึ้นอยู่กับเราจะกำหนดเอาว่าระยะยาวนั้น มันจะยาวเท่าใด 3 ปี 5 ปี 10 ปี หรือ 20 ปี) ควรจะมีรูปร่างหน้าตาเป็นแบบใด

พอพูดเรื่องนี้ ทำให้ผมนึกถึงตอนเด็ก ๆ สมัยเรียนชั้นประถมศึกษา พอมีงานวันเด็กที่โรงเรียน คุณครูก็จะให้เราไปเล่นเกมเพื่อแจกของรางวัล ก่อนแจกรางวัลก็จะมีคำถามยอดฮิตที่ผมจำได้ก็คือ "โตขึ้นอยากเป็นอะไร" ผมก็ตอบว่า "อยากเป็นครู" (ตอนนั้นก็ไม่รู้หรอกครับว่า เป็นครูมันต้องทำอย่างไร) ... เห็นไหม นี่คือ "ภาพรวม" ที่ผมมองเห็นในระยะยาวแถว ๆ 20 ปี

คุณครูก็ถามว่า "ทำไมถึงอยากเป็นครู" ผมก็ตอบว่า "ครูเก่ง เพราะถามอะไรตอบได้หมด" ... อันนี้มันเป็นความเชื่อของผมในตอนนั้น

พอโตขึ้นมาเรียนในระดับมัธยม ก็มีการแนะแนวบ้าง พี่ ๆ มาให้ข้อมูลบ้าง ... คราวนี้พอคุณครูถามว่า "เรียนจบแล้ว อยากเป็นอะไร" ก็ตอบว่า "อยากเป็นวิศวกร" (เช่นกัน ตอนนั้นก็ไม่รู้หรอกครับว่า วิศวกรเข้าทำอะไร รู้แต่ว่าเพื่อน ๆ ทั้งแก๊งมันอยากเป็นกันทุกคน เพราะเงินเดือนสูงดี ตูก็เอามั่ง) ... คราวนี้ ระยะยาวผมหดเหลือ 7 - 8 ปีเอง  

ทีนี้พอเรากำหนดได้แล้ว มันก็เหมือนเป็นเป้าหมาย หรือ หลักชัยที่เราจะต้องนำพาองค์กรเดินไปให้ถึง หรือ ไปยืนอยู่ที่จุดนั้น ไอ้เจ้ากลยุทธ์มันก็คือแผน หรือ แนวทาง หรือ วิธีการ เพื่อให้เราเดินทางไปสู่เป้าหมายได้สำเร็จนั้นเอง ซึ่งมันจะประกอบไปด้วยการตัดสินใจและกำหนดกิจกรรมต่าง ๆ ที่เราเลือกเพื่อให้บรรลุเป้าหมายในระยะยาว (long – term goal) ของเรา

เมื่อมองในแง่นี้ กลยุทธ์จึงเป็นเส้นทางเดินที่เราเลือกเดินไปสู่เป้าหมายนั่นเอง

สังเกตนะครับ ... เส้นทาง (คือ แผน แนวทาง วิธีการ) ที่เราเลือกเดิน … ก็แสดงว่า เราต้องสร้างเส้นทางขึ้นมาหลาย ๆ เส้นทางก่อน แล้วก็เลือกเอาเส้นทางที่คิดว่า ดีที่สุด เหมาะสมที่สุด กับองค์กรหรือธุรกิจของเรา มาใช้งาน

ถ้าเราไม่กำหนดเป้าหมายในอนาคตว่าเราจะไปยืนอยู่ที่จุดไหนแล้ว เราจะออกเดินทางไปในทิศทางใดก็ได้ จะกำหนดวิธีการให้เลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา เดินหน้าบ้าง ถอยหลังบ้าง หยุดนอนเล่นบ้างก็ได้ อยากทำอะไรก็ทำไปเถอะไปเถอะ เดี๋ยวมันก็หมดวัน หมดเดือน หมดปี แล้วค่อยมาดูว่า ที่ผ่านมาเราเดินทางมาได้ไกลเท่าไหร่แล้ว

ถ้าจะให้นึกภาพออก มันคงเหมือนกับผมขับรถออกจากบ้าน จะเลี้ยวซ้ายหรือขวาก็แล้วแต่อารมณ์ในตอนนั้น ผมขับรถไปเรื่อย ๆ ถนนเส้นไหนว่าง ก็เลี้ยวไป นึกอยากจะแวะอยากจะจอด ก็แวะไปจอดไป ตามอารมณ์ มันจะขึ้นเหนือบ้าง ลงใต้บ้าง ไปตะวันออกบ้าง วกมาทางตะวันตกบ้าง ก็ว่ากันไป … พอหมดวันก็ดูเกจ์วัดระยะทาง วุ๊ย ... วันนี้ขับมาได้ตั้ง 100 กว่ากิโลเมตรแล้วนะ  

แต่ถ้าผมกำหนดเป้าหมายเสียก่อน เช่น ผมต้องการไปเที่ยวที่เชียงใหม่ ทิศทางที่ไปสู่จังหวัดเชียงใหม่ก็จะกลายเป็นทิศทางที่ผมต้องเดินทางไป (คือผมต้องมุ่งหน้าขึ้นเหนือ ไม่ใช่เดินทางสะเปะสะปะไปทางตะวันออกบ้าง ตะวันตกบ้าง หรือ วกลงใต้บ้าง มันทำให้ผมเสียเวลา สิ้นเปลืองทรัพยากร โดยไม่จำเป็นและเมื่อผมทราบทิศทางแล้ว ผมก็จะสามารถตัดสินใจได้ว่า ผมควรต้องเลือกวิธีการเดินทางแบบไหนเพื่อทำให้เดินไปยังเป้าหมายเหมาะสมกับตัวผม (เช่น ผมต้องเลือกว่า จะขับรถไปเอง หรือ จะไปรถไฟ หรือ จะไปรถทัวร์ หรือ จะนั่งเครื่องบินไป เมื่อผมตัดสินใจเลือกทางเลือกได้แล้ว ก็ต้องกำหนดกิจกรรมที่ต้องทำต่อไป เช่น ถ้าขับรถไปก็ต้องดูแผนที่ เตรียมรถ หรือ จะนั่งรถทัวร์ก็ต้อง เลือกบริษัททัวร์ จองตั๋ว เป็นต้น)

ในการทำธุรกิจ เราก็ต้องกำหนดเป้าหมายในระยะยาวขึ้นมาก่อนว่า จะต้องการเห็นภาพของธุรกิจของเราเป็นอย่างไร จากนั้นเราก็ต้องตัดสินใจว่าเราจะเดินไปสู่เป้าหมายข้างต้นอย่างไร (เลือกกลยุทธ์) เราต้องทำอะไรบ้าง จะต้องทำอะไรก่อนหลัง (วางแผนกลยุทธ์) เพื่อจะเดินไปสู่จุดนั้น ถ้าพูดให้สั้นลงอีกก็จะหมายถึงภาพใหญ่หรือภาพรวมที่เกี่ยวกับการทำในสิ่งที่ควรทำหรือทำในสิ่งที่เหมาะสม (Doing the right things) นั่นเอง

ทีนี้ลองมานึกเล่น ๆ สมมติเอาว่า ผมกำลังขับรถบัสอยู่ (ตัวรถบัสคือองค์กร การขับรถก็คือการนำองค์กรเดินทางไป ผมก็คือผู้นำองค์กร) ในรถนั้นมีคน (ซึ่งก็คือพนักงานในองค์กร) นั่งทำกิจกรรมของพวกเขามาด้วย แล้วคุณขอขึ้นรถมาด้วย (สมัครเข้ามาทำงาน) ผมก็จอดรับ (รับคุณเข้ามาเป็นพนักงาน) และให้คุณไปนั่งยังที่ว่างในกลุ่ม ๆ หนึ่ง (ให้คุณดำรงตำแหน่งใด ๆ ในแผนกหนึ่ง ๆ) เพื่อให้กลมกลืนคุณก็จะทำกิจกรรมตามกลุ่มนั้น ๆ ไป

คุณจะเห็นรถเคลื่อนไปข้างหน้า (องค์กรกำลังดำเนินไป) แม้จะเลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวาบ้าง จอดพักซื้ออาหารขึ้นมากินบ้าง จอดเติมน้ำมันบ้าง แต่ได้ระยะทาง (ได้ผลกำไร) โดยมีผมเป็นคนขับ (เป็นผู้นำ/ผู้บริหาร) คุณจะมองเห็นผู้คนทำกิจกรรมของเขา (และคุณก็ทำ) อยู่ตลอดเวลา มันก็เหมือนสภาพที่คุณเห็นการทำงานในองค์กรของคุณทุก ๆ วันนี่แหละครับ

เมื่อคุณมองผมขับรถ แล้วคุณอาจจะรู้สึกว่า โอ้ .. คุณพนม ขับรถดีนะ มีความเข้าใจกฏจราจร มีความระมัดะวัง พูดคุยกับผู้โดยสารตลอดเวลาว่าตอนนี้เราขับมาได้ไกลเท่าไหร่แล้ว มันก็เหมือนคุณมองผู้บริหารของคุณแหละครับ โอ้ เขาบริหารเก่งนะ สามารถนำพาองค์กรเดินทางมาได้ถึงปัจจุบันนี้ ทำกำไรได้ทุกปี

คุณไม่เคยถามผมว่า จุดหมายปลายทางของรถคันนี้อยู่ที่ไหน ตอนนี้มันขับอยู่บนเส้นทางใด ขับมาถึงไหนแล้ว คุณนั่งมากับผมเรื่อย ๆ … ลองคิดดูว่า สักวันหนึ่งผมจอรถแล้วขอให้คุณลงจากรถ (หมายถึง ให้คุณออกจากงาน) … คุณจะลงมายืนอยู่บนถนนด้วยความงุนงงว่า นี่มันที่ไหนหนอ ตูมายืนอยู่ตรงนี้ได้อย่างไร ตูจะทำอะไรต่อไปดี มันคงรู้สึกมืดแปดด้านไม่รู้จะทำอย่างไรดีใช่ไหมครับ

แต่ถ้าคุณถามผม แล้วผมบอกคุณว่า ไม่เห็นจำเป็นต้องรู้จุดหมายปลายทางและเส้นทางที่กำลังใช้อยู่นี้เลย คุณนั่งไปเรื่อย ๆ เถอะ คุณไม่เดือดร้อนอะไรนี่นา ของก็มีให้กินให้ใช้ คุณก็ทำกิจกรรมตามเพื่อน ๆ ของคุณไปก็แล้วกัน เดี๋ยวผมจะขยับให้คุณเลื่อนขึ้นมาข้างด้านหน้า (เลื่อนขั้น เลื่อนตำแหน่ง) คุณจะได้เห็นวิธีการขับรถ มองเห็นภาพถนน วิวทิวทัศน์ ข้างหน้าได้ชัดเจนมากขึ้น ...

ถามว่า คุณคิดว่าคุณจะขอลงจากรถคันนี้ (ลาออก) แล้วไปหารถคันอื่นโดยสารไปไหม ...

ถ้าคุณคิดว่ายังไม่สมควร (ยังอยากอยู่ในองค์กรนี้ต่อไป ด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่) คุณก็โดยสารไปกับรถต่อไปจนเขาให้คุณลงจากรถ (เกษียณ หรือ ให้ออก) ... ถึงตอนนั้น หลังจากคุณลงมาแล้วคุณรู้ไหมว่าคุณอยู่ที่ไหน (คุณมีตำแหน่งในการทำกิจกรรมเหมาะสมไหม คุณความสามารถในการทำกิจกรรมบนรถมากน้อยเพียงใด) มันเพียงพอที่จะให้รถคันอื่นเขารับคุณขึ้นรถของเขาไหม หรือ มันเพียงพอที่จะทำให้คุณทำโน่นทำนี่ต่อไปได้ไหม ...

แต่ถ้าคุณคิดว่า สมควรเปลี่ยนรถ ...ก็เปลี่ยนเสียเถอะ อย่านิ่งนอนใจอยู่เลย ...

อันนี้ คุณคงต้องคิดดูเอาเองแล้ว

แต่ถ้าผมบอกคุณว่า จุดหมายปลายทางผมอยู่ที่เชียงใหม่ เมื่อถึงเชียงใหม่แล้วเราจะได้เที่ยว ได้พัก ได้กิน กันอย่างไรบ้าง (เมื่อองค์กรบรรลุเป้าหมายแล้ว องค์กรจะได้อะไร คุณจะได้อะไร) ตอนนี้เราใช้เส้นทางใดในการเดินทาง (แผนกลยุทธ์ของเราคืออะไร) ตอนนี้เราเดินทางกันมาถึงไหนแล้ว (มีตัววัดที่ชัดเจน มองเห็นได้) อีกนานเท่าใดจึงจะถึงจุดหมายปลายทาง (สามารถคาดการณ์ได้) ในระหว่างนี้คุณต้องทำกิจกรรมอะไรบ้าง ต้องพัฒนาฝีมืออย่างไร ต่อไปต้องไปช่วยกลุ่มไหน (เพื่อช่วยให้ไปถึงจุดหมายปลายทาง) 

ถึงตอนนี้ คุณยัง OK อยู่ไหม ... ถ้า OK คุณก็เดินทางไปกับรถคันนี้เพื่อเดินทางไปสู่จูดหมายต่อไป แต่ถ้าคุณไม่ OK คุณก็สามารถขอลงจากรถคันนี้ได้ โดยคุณรู้ว่า จุดที่เหมาะสมที่คุณควรลงมันคือที่ไหน โดยคุณรู้ว่าคุณมีความรู้ ความสามารถ อย่างพอเพียงที่จะวางแผนต่อไปได้  

กลับมาถึงคำถามที่ว่า องค์กรของเราต้องมีกลยุทธ์ไหม? ผู้บริหารของเราต้องกำหนดวิสัยทัศน์ เป้าหมาย และวางแผนกลยุทธ์ไหม? เราควรรู้เรื่องพวกนี้ไหม ผมว่า พวกเราคงตอบคำถามนี้ได้เองแล้วนะครับ 

 

ภาพในอนาคตที่อยากเป็นคืออะไร?
รายงานการศึกษาการทำงานของโปรแกรม Lotus Note ด้วย W...

Related Posts

 

Comments

No comments made yet. Be the first to submit a comment
Already Registered? Login Here
Guest
Friday, 23 August 2019