MSITBlog

1 minute reading time (221 words)

ถ้าเราไม่ควบคุมมัน มันก็จะเข้ามาควบคุมเรา

ผมไม่ได้เขียนบล็อกมาหนึ่งสัปดาห์ เพื่อให้ผู้อ่านได้อ่านเรื่องใหม่ ๆ กันบ้าง เพราะถ้าผมเขียนสัปดาห์ละ 3 บล็อกเหมือนที่ผ่านมา เดี๋ยวบล็อกใหม่ ๆ ที่ผมเขียนมันจะดันบล็อกที่นักศึกษาเขาเขียนตกลงไปอยู่หน้าหลัง ทำให้มองไม่เห็นและไม่ได้อ่านกัน

บล็อกที่แล้ว ผมได้กล่าวถึงปัจจัยที่เราควบคุมไม่ได้ มันมักจะลุกขึ้นมาเล่นงานเราในภายหลัง และได้แสดงรูปเพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจเอาไว้ตามรูปด้านล่าง

จากรูปเราจะเห็นว่า ถ้ากระบวนการ D ซึ่งทำหน้าที่แปรรูป Input ให้เป็น Output ได้อย่างถูกต้องแล้ว ปัจจัยที่เกี่ยวข้องทั้งหลายจะต้องเป็นปัจจัยที่อยู่ภายใต้การควบคุมของเราทั้งสิ้น (หมายถึงเราต้องสามารถควบคุมปัจจัยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องได้ทั้งหมด) ถ้าเกิดมีปัจจัยที่เราควบคุมไม่ได้ (หรือ ไม่ได้ควบคุม) เกิดลุกขึ้นมาแผลงฤทธิ์ มันก็จะทำให้ Output ของเราเปลี่ยนแปลงไปจากที่ควรจะเป็นทันที

ผมขอยกตัวอย่างการออกแบบกระบวนการทำงานในโรงงานดังรูปด้านล่าง เวลาเราออกแบบกระบวนการหนึ่ง ๆ มันจะมีกลุ่มของปัจจัยหลายกลุ่มเข้าไปเกี่ยวข้องกับกระบวนการ โดยทั่วไปจะประกอบไปด้วย Material (หรือ วัสดุใด ๆ ที่ใส่เข้าไปในกระบวนการ เช่น วัตถุดิบ เอกสาร ข้อมูล) Machine (หรือ เครื่องมือ เครื่องจักร อุปกรณ์ที่ช่วยในการทำงาน) Measurement (หรือ วิธีการวัดให้ได้มาซึ่งข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการนี้ ดังนั้น Measurement เราจึงมองในเชิงของข้อมูลที่ได้ออกมาจากกระบวนการเป็นหลัก) Man (หรือ พนักงานที่ทำงานในกระบวนการนั้น ๆ เราจะมองไปที่ความรู้ ทักษะ และคุณลักษณะเฉพาะที่ต้องการ เช่น ความใส่ใจ ความละเอียดรอบคอบ) Method (หรือ วิธีการทำงานของพนักงานที่ต้องทำงานในกระบวนการนั้น ๆ) และ Mother Nature (หรือ สภาพแวดล้อมในการทำงานนั้น ๆ เช่น แรงดันไฟฟ้า แรงลม ความเข้มของแสงสว่าง อุณหภูมิ ความชื้น  

ในโลกแห่งความเป็นจริงนั้น เราย่อมไม่สามารถควบคุมปัจจัยได้หมดทุกตัว เราจะพิจารณาควบคุมเฉพาะปัจจัยที่มีความสำคัญ หรือ ให้ผลกระทบต่อ Output อย่างชัดเจน ปัจจัยตัวใดส่งผลกระทบมากเราจะควบคุมมันแบบแทบจะไม่ให้มันกระดิกทีเดียว (เช่น ถ้าเราโปรแกรมเครื่องจักรผิด เครื่องจักรย่อมทำงานผิด Output ที่ได้ก็จะผิดไปด้วยอันนี้ ก็ต้องควบคุมไม่ให้มีความผิดพลาดเลย) ปัจจัยที่ส่งผลกระทบปานกลางเราก็จะควบคุมมันน้อยหน่อย (เช่น พนักงานเราก็เอาแค่ผ่านการฝึกอบรม เข้าใจ ทำงานได้ ก็พอแล้ว ไม่ต้องถึงขนาดทำงานได้เร็ว ทำงานได้เป๊ะ ๆ ขนาดหุ่นยนต์หรอกครับ) ปัจจัยที่ส่งผลกระทบน้อย เราก็จะควบคุมมันหลวม ๆ (เช่น อุณหภูมิในสถานที่ทำงาน ก็เอาแค่ไม่เกิน 25 องศาก็พอ) ปัจจัยตัวใดที่เราคิดว่า มันไม่ส่งผลกระทบต่อ Output เราก็ปล่อยมันเอาไว้ตามที่มันควรจะเป็น (มันจะกลายเป็นปัจจัยที่เราไม่สามารถควบคุมได้ หรือ ไม่ได้ควบคุมไปในที่สุด)

พอเราคิดว่าจะทำให้กระบวนการนี้ทำงานโดยอัตโนมัติ โดยทั่วไป เราจะโฟกัสไปที่ Method หรือ วิธีการทำงานก่อน (เช่น เขียนออกมาเป็นโฟล์วชาร์ต) แล้วก็ตามด้วย Man (เพราะคนจะเป็นผู้ทำตาม วิธีการ ที่กำหนดให้ เมื่อจะทำให้กระบวนการเป็นอัตโนมัติ เราก็จะพิจารณาตัดคนออกไปจาก Method) จากนั้นก็จะพิจารณาในแง่ของ Measurement (เพื่อดูว่า จะต้องให้ข้อมูลอะไรออกมา ที่เราคุ้นเคยกันก็จะเป็นพวก จัดเก็บข้อมูลหรือรายงานทั้งหลายนั่นเอง) … สมมติว่าเรามองแค่นี้ก็แล้วกัน

ทีนี้ถ้าการทำงานจริง ๆ นั้น พนักงานต้องตรวจความถูกต้องของวัสดุที่ใช้ หรือ อินพุตที่ป้อนเข้ามาจากกระบวนการก่อนหน้านี้ หรือ ต้องมีการปรับเครื่องมือบ้าง ตรวจดูข้อมูลบ้าง และถ้าพบว่ามีความผิดพลาดเกิดขึ้นก็จะทำการปรับแก้ให้ถูกต้องก่อนส่งเข้ากระบวการ …. เราจะเห็นว่าปัจจัยข้างต้นเราควบคุมได้อยู่ดี ๆ พอเราเอาระบบอัตโนมัติ (เช่น คอมพิวเตอร์และโปรแกรม) เข้าไปทำงานแทน ปัจจัยที่กล่าวมามันจะเคลื่อนย้ายจาก ปัจจัยที่ควบคุมได้ไปอยู่ในกลุ่มของ ปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ทันทีวันดี คืนดี ปัจจัยเหล่านี้มันก็จะลุกขึ้นมาก่อปัญหาให้กับกระบวนการของเรา

แต่ถ้าเรามองเห็นสิ่งเหล่านี้ก่อนแล้วและตระหนักว่ามันอาจก่อปัญหาให้เราได้ เราก็ต้องออกแบบกระบวนการอัตโนมัติข้างต้นให้สามารถรับมือกับสิ่งเหล่านี้เอาไว้ด้วย ดังนั้น จึงมีผู้กล่าวว่า ปัจจัยใด ๆ ที่เราตระหนักรู้ (Awareness) ในตัวมัน เราก็จะควบคุมมันได้ ในทางกลับกัน ปัจจัยใด ๆ ที่เราไม่สนใจมัน ไม่รับรู้มัน สักวันมันก็จะเข้ามาควบคุมเรา

เรื่องที่น่ากลัวก็คือ ปัจจัยที่เราตระหนักรู้นั้นมันมีน้อย ส่วนไอ้ที่เราไม่รู้นั้นมันดันมีมาก วันดีคืนดีมันลุกขึ้นมาอัดเราเป็นชุดจนล่วงไปกองอยู่กับพื้น จนโงหัวไม่ขึ้นเอาทีเดียว (เพราะหาไม่เจอว่ามันเกิดอะไรขึ้น หรือ ไม่รู้ว่าจะแก้ไขอย่างไร)

ลองดูโปรแกรมบางโปรแกรม หรือ App บางตัว หรือ เทคโนโลยีบางเรื่อง พอมีการนำมาใช้งานแล้ว ประโยชน์มันมีมากซึ่งเราก็เห็น ๆ กันอยู่ แต่มันก็มีเรื่องแย่ ๆ ตามมาให้เห็นด้วย เรื่องบางเรื่องมันลุกลามบานปลายจนไม่รู้ว่าใครจะเข้าไปแก้เหมือนกัน 

 

รายงานการศึกษาการทำงานของโปรแกรม Lotus Note ด้วย W...
AnyDesk

Related Posts

 

Comments

No comments made yet. Be the first to submit a comment
Already Registered? Login Here
Guest
Tuesday, 20 November 2018