MSITBlog

1 minute reading time (95 words)

เสาะหาและพัฒนา

คนบางคนอาจจะมีแนวความคิดดี ๆ แล้วไม่มีโอกาสนำเสนอขึ้นมา คนบางคนก็มีจุดแข็งบางเรื่องอยู่ในตัวเขาแต่ก็ไม่มีโอกาสนำสิ่งเหล่านั้นมาใช้งาน

นี่เป็นมุมมองหนึ่ง

ในขณะที่คนบางคนซึ่งมีตำแหน่งเป็นผู้บริหาร เอาแต่นั่งบริหารจัดการหรือประชุมอยู่แต่ในห้อง ทำการสั่งงานในเชิงการใช้รีโมตคอนโทรล (เช่น ทางโทรศัพท์ ทางอีเมล) จึงไม่มีโอกาสออกมาพบปะพูดคุยกับพนักงานของเขาเลย

นี่เป็นอีกมุมมองหนึ่ง

ประเด็นที่น่าสนใจก็คือ คนสองกลุ่มนี้จะมีโอกาสพบปะพุดคุยกันมากน้อยเท่าใด พนักงานจะมีโอกาสนำเสนอความคิดดี ๆ ให้ผู้บริหารฟังในตอนไหน พนักงานจะใช้จุดแข็งของเขามาช่วยพัฒนาองค์กรให้ดีขึ้นได้อย่างไร องค์กรจะพัฒนาสินทัพย์เหล่านี้ให้งอกงามขึ้นมาเพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ต่อองค์กรได้อย่างไร

ทีนี้ลองนึกดูว่า เราจะทำอย่างไรกันดี ให้พนักงานเดินเข้าไปห้องผู้บริหารเพื่อนำเสนอแนวคิด หรือ บอกว่า ตัวเขาเก่งเรื่องนั้นเรื่องนี้ ตัวเขาอยากจะทำสิ่งนั้น สิ่งนี้หรือ ผมว่ามันไม่ค่อยเวิร์กหรอกครับ

ผมนึกถึงตัวผมเองสมัยยังเป็นพนักงานระดับธรรมดา ๆ อยู่นั้น ห้องที่ผมไม่อยากเข้าไปเลยก็คือห้องที่ผู้บริหารนั่งอยู่กับห้องที่ผู้บริหารเขาคุยกัน พูดตรง ๆ มันอึดอัด ตอนนั้นก็คิดว่าช่องว่างของตำแหน่งงานมันเป็นตัวกีดขวางในความรู้สึก

พอทำงานต่อมาอีกสักช่วงหนึ่ง ก็ได้พบรุ่นพี่คนหนึ่งซึ่งมีตำแหน่งเป็นผู้บริหาร ด้วยความที่เป็นรุ่นพี่รุ่นน้องกันและคุ้นเคยกันมาก่อน คราวนี้เวลาเข้าไปคุยในห้องเขา มันก็รู้สึกธรรมดา ๆ ไม่รู้สึกอึดอัดอะไร กลับคุยกันด้วยความสนุกสนานด้วยซ้ำไป .. ก็เลยมาสรุปได้ว่า จริง ๆ แล้วมันเป็นความคุ้นเคยและไว้วางใจกันมากกว่า

ทีนี้ความสัมพันธ์แบบนี้ใครจะเริ่มก่อน ถ้าผมเป็นพนักงานธรรมดา ๆ แล้วจะให้ผมเดินไปหาผู้บริหารแล้วบอกว่า ผมอยากจะสร้างความสนิทสนมคุ้นเคยกับท่านเหมือนญาติพี่น้องเพื่อนฝูงของผมคนหนึ่งครับ แล้วก็จับมือ เช็กแฮนด์ กัน ให้ผมมีลูกบ้าขนาดไหนผมก็ทำไม่แบบนั้นโดยเด็ดขาด เพราะถึงผมจะบ้าแต่ผมก็มั่นใจว่าผมไม่โง่นะครับ

เคยมีคนกล่าวเอาไว้ว่า ผู้บริหารย่อมสร้างสะพานเพื่อใช้เดินไปหา (ทำความรู้จัก) พนักงานของเขา ถ้าคำกล่าวนี้ใช้ได้ ก็แสดงว่า ผู้บริหารควรลุกเดินออกไปจากห้องของตนเอง แล้วเดินไปทำความรู้จักมักคุ้นกับพนักงานของเขา

จากนั้นก็ลองเสาะหาดูว่าอะไรคือ ความคิดสร้างสรรค์ หรือ จุดแข็งของพนักงาน หรือ เพื่อนร่วมงานของเขา แล้วก็หาทางพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ หรือ จุดแข็งต่าง ๆ ขึ้นมาเพื่อช่วยให้พวกเขาเหล่านั้นได้ทำสิ่งที่ดีขึ้นและเป็นประโยชน์ต่อองค์กร

เห็นไหมครับ นอกจากไม่ฆ่า (ความคิดดี ๆ คนที่อยากทำดีแล้ว ยังเสาะแสวงหาเพื่อพัฒนาให้ดีขึ้นอีกต่างหาก

 

สงสัยจะตกยุคสมัย
นักฆ่านวัตกรรม

Related Posts

 

Comments

No comments made yet. Be the first to submit a comment
Already Registered? Login Here
Guest
Saturday, 15 December 2018