MSITBlog

1 minute reading time (165 words)

ทัศนคติ

ผมทำงานในโรงงานอุตสาหกรรมมานาน สมัยแรก ๆ ก็ถูกสอนให้มองเรื่องความสูญเปล่า 7 ประการ (7 Waste) อันได้แก่

1) ความสูญเปล่าเนื่องจากการผลิตมากเกินความต้องการ (Overproduction)

2) ความสูญเปล่าเนื่องจากการเก็บวัสดุคงคลังมากเกินความจำเป็น (Inventory)

3) ความสูญเปล่าเนื่องจากมีการขนส่งมากเกินไป (Transportation)

4) ความสูญเปล่าเนื่องจากการเคลื่อนไหวที่ไม่จำเป็น (Motion)

5) ความสูญเปล่าเนื่องจากกระบวนการผลิตมากเกินไป (Processing)

6) ความสูญเปล่าเนื่องจากการรอคอย (Delay)

7) ความสูญเปล่าเนื่องจากการผลิตของเสีย (Defect)

ต่อมาก็มีการเพิ่ม ความสูญเปล่าประการที่ 8 เข้ามา คือ ความสูญเปล่าเนื่องจากการใช้คนไม่เหมาะสม (Under utilize people) หรือ ให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือ การใช้คนต่ำกว่าขีดความสามารถของเขา

แรก ๆ ที่รับรู้เรื่องนี้ ก็ยังไม่ได้คิดอะไรมาก แต่พอทำเรื่องลีน (Lean) ไปสักพัก โดยทำการพยายามลดความสูญเปล่า 7 ข้อแรกไปเรื่อย ๆ โดยทำการปรับปรุงไปเรื่อย ๆ มันกลับเห็นความสูญเปล่าประการที่ 8 เด่นชัดขึ้นมาเรื่อย ๆ

เครื่องจักรเรารู้กำลังความสามารถสูงสุดของมัน เราก็ปรับขึ้นไปให้ไปอยู่ที่ 80 - 90% ของความสามารถสูงสุดได้

เรารู้ว่าลูกค้าต้องการสินค้าอะไร จำนวนเท่าใด เราก็ผลิตเท่านั้น ซื้อวัตถุดิบเข้ามาเท่าที่จำเป็น

เรามองเห็นการขนวัตถุดิบ หรือ สินค้า เป็นระยะทางไกล ๆ เราก็ลดมันลงได้

กระบวนการใดที่ไม่จำเป็นต้องทำ เราก็เลิกทำ

มันเหมือนกับมีตัวเลขให้เราดู ให้เราเปรียบเทียบ แล้วเราก็ปรับปรุง แก้ไข ให้มันเป็นไปตามนั้น พอมันทำได้ตามตัวเลขที่กำหนดขึ้นมา ก็ถือว่า ทำงานได้ตามข้อกำหนดแล้ว

ทีนี้พอเราใส่ตัวเลข ใส่การดำเนินงานบางประการเข้าไปที่การทำงานของพนักงาน มันกลับไปปิดกันขีดความสามารถของพวกเขาเอาดื้อ ๆ เอ๊ะ เขาสามารถทำได้ดีกว่านี้ ทำได้มากกว่านี้ เขามีขีดความสามารถมากกว่านี้เยอะ แต่ทำไมเราไปบีบบังคับให้เขาทำอยู่แค่นี้เล่า โอ้ ความสูญเปล่าประการที่ 8 นี้ เราเป็นผู้สร้างมันขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว

ทุกวันนี้ เราจะเห็นว่าไม่มีทรัพยากรที่ก่อให้เกิดผลิตภาพอันใดในอุตสาหกรรมการผลิตที่ทำงานแล้วให้ประสิทธิผลต่ำไปกว่าทรัพยากรทางด้านมนุษย์เลย หรือ พูดกันให้ชัด ๆ ก็คือ พนักงานมีความสามารถสูงกว่างานที่เราให้เขาทำมาก แต่เรากลับไปกำหนดให้เขาทำงานอยู่แค่นั้น อยู่แบบนั้น (จะเนื่องด้วยอะไรก็แล้วแต่ เช่น ลักษณะงาน กฎข้อบังคับ เป็นต้น)

ผมว่ามีบริษัทจำนวนน้อยมากที่สามารถดึงเอาความสามารถและทัศนคติภายในของพนักงานออกมาใช้เพื่อบรรลุการเพิ่มผลิตภาพและผลลัพธ์ได้ตามต้องการ

ตรงนี้แหละครับที่ผมพยายามจะชี้ให้เห็น เมื่อเราให้พนักงานมาเรียนรู้แล้ว ก็ต้องเปิดโอกาสให้เขานำไปประยุกต์ใช้ด้วย  (เรียกว่า ถ้ามีไอเดียอะไร ก็ลองทำดูได้) … การนำความรู้ใหม่ ๆ มาลองทำดูนี่แหละ มันถึงจะเกิดสิ่งใหม่ ๆ (ที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม) ขึ้นมาให้เราคว้าจับ

ผมว่าเรื่องนี้ มันก็ขึ้นอยู่กับทัศนคติของผู้จัดการหรือหัวหน้างานอยู่เหมือนกันว่า เขามีทัศนคติในการใช้ทรัพยากรมนุษย์อย่างไร ผมว่าทางที่ดีแล้ว เขาควรคิดว่าการใช้ทรัพยากรมนุษย์ทั้งหลายควรเป็นไปเพื่อก่อให้เกิดโอกาสอย่างมากในการที่จะเพิ่มผลิตภาพในเรื่องหลัก ๆ ของบริษัทของเขา

ดังนั้นแทนที่จะไปจัดการกับสิ่งของหรือเทคนิคต่าง ๆ เป็นเรื่องแรก เขาควรดำเนินการจัดการกับผู้คนเสียก่อนและเรื่องที่ต้องทำก่อนอื่นก็คือ การจัดการกับการดำเนินงานต่าง ๆ และต้องใส่ใจกับมันตลอดไปเวลา

ผมว่าจริง ๆ แล้ว คนระดับผู้จัดการหรือหัวหน้างานย่อมรู้ว่าอะไรที่ทำให้เกิดประสิทธิภาพและผลิตภาพขึ้นแก่ทรัพยากรมนุษย์ในโรงงานอุตสาหกรรม แต่สิ่งที่เขามักลืมไปก็คือ การสร้างทัศนคติที่ทำให้แต่พนักงานแต่ละคนมองเห็นสิ่งที่เขาต้องทำ  มองเห็นงานของเขา และผลิตผลของเขาในมุมมองที่ผู้จัดการหรือหัวหน้างานมองสิ่งเหล่านั้น และเอื้ออำนาจให้เขาได้ใช้ศักยภาพภายในตัวเขาอย่างเต็มที่เพื่อทำให้งานของเขามีประสิทธิภาพและผลิตภาพที่ดีขึ้นกว่าเดิม นั่นก็คือความสัมพันธ์ของกลุ่มคนทำงานและผลิตผลในภาพรวมของบริษัทนั่นเอง

 

 

การเปลี่ยนแปลงที่เราต้องสร้างขึ้นมา
เน้นให้ถูกเรื่อง

Related Posts

 

Comments

No comments made yet. Be the first to submit a comment
Already Registered? Login Here
Guest
Friday, 19 October 2018