MSITBlog

1 minute reading time (279 words)

จับคู่ผู้นำกับผู้ตาม

จากเรื่องผู้ตามในบล็อกที่ผ่านมา ก็มีคนนำมาเขียนเป็นรูปผู้ตามทั้ง 5 แบบเอาไว้ดังรูปด้านล่าง พร้อมตั้งชื่อให้เสร็จสรรพ ทั้งนี้เพื่อให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น โดยแกนนอนก็มองในเชิงการทำงาน (เฉื่อยชา กับ กระตือรือร้น) ส่วนแกนตั้งก็มองในเชิงความคิด การวางแผนการทำงาน (พึ่งพาตนเองได้และมีความคิดสร้างสรรค์ กับ ต้องพึ่งพาผู้อื่น ไม่มีความคิดสร้างสรรค์)

แน่นอนแหละว่า เราย่อมต้องการผู้ตามแบบมีประสิทธิผลแหละครับ เพราะพึ่งพาตนเองได้ คิดเองได้ วางแผนกำหนดวิธีการทำงานได้ และทำงานอย่างกระตือรือร้น

แต่โดยทั่วไปองค์หนึ่ง ๆ มักจะไม่กี่คนหรอกครับ (ถ้าองค์กรไหนมีเยอะ ผมก็อนุโมธนา สาธุ ยินดีด้วยนะครับ รักษาเอาไว้ให้ดีก็แล้วกัน) … คำถามก็คือแล้วผู้ตามในแบบอื่น ๆ เราจะทำอย่างไร ... 

ในหนังสือผู้นำตามสถานการณ์ของ Hersey และ Blanchard (1982) เขากล่าวเอาไว้ว่า ผู้นำต้องปรับสไตล์ภาวะผู้นำในตัวของเขาให้สอดรับกับสถานการณ์ หรือ ผู้ตาม ซึ่งน่าจะจับคู่ได้ดังนี้

1) ถ้าไปเจอผู้ตามแบบห่างเหิน ก็ต้องใช้สไตล์การนำแบบเข้าไปมีส่วนร่วม (Participating) หรือ ให้การสนับสนุน

สไตล์นี้พอกล่าวได้โดยสรุปก็คือ ผู้นำรับฟังเรื่องราวต่าง ๆ ให้การสนับสนุน อำนวยความสะดวก และร่วมตัดสินใจ นอกจากนั้นก็ต้องให้คําชม ให้กําลังใจ

ผมละชอบนัก ใครที่เก่งแล้วทำชอบตัวห่างเหิน ผมจะยิ่งเข้าใกล้แบบขอ Jam งานด้วยทันที เพราะผมชอบคนเก่ง รับรองครับ ยิ่งหนี ผมยิ่งตาม ยิ่งถอยห่าง ผมยิ่งนั่งประกบ ก็บอกแล้วไง ผมชอบคนเก่ง รับรองไม่ปล่อยให้หลุดมือ  

2) ถ้าไปเจอผู้ตามแบบเฉื่อยชา ก็ต้องใช้สไตล์การนำแบบขายความคิด (Selling) หรือ กำกับดูแล

สไตล์นี้พอสรุปได้ว่า ต้องบอกเขาว่าเราต้องการอะไร ทำไปเพื่ออะไร ได้ประโยชน์อะไร พร้อมกับการให้คําแนะนํา อํานวยความสะดวก ให้การสนับสนุนโดยคอยเป็นพี่เลี้ยงให้ ตลอดจนกำกับดูแลอยู่ตลอด

อันนี้ผมสบายครับ เพราะผมชอบสอนอยู่แล้ว ไม้เรียวที่ถือเอาไว้หวดอากาศเพื่อขู่ผู้ตามประเภททำงานแบบเอาตัวรอด พอมาอยู่กับผู้ตามแบบนี้ก็เอาไว้แหย่ก้นบ้าง หวดอากาศให้หวาดเสียวเล่นบ้าง มันต้อง alert เข้าไว้ รักนะ เด็กโง่ จุ๊บ ๆ

3) ถ้าไปเจอผู้ตามแบบปรับตาม ก็ต้องใช้สไตล์การนำแบบบอกให้ทำ (Telling) หรือ สั่งการ

สไตล์นี้พอกล่าวรวม ๆ ได้ว่า ต้องบอก ต้องใช้คําสั่งควบคุม ต้องบอกเขาว่าเขาต้องทำอะไร แล้วคอยตรวจตราอย่างใกล้ชิด

อันนี้ผมทำได้สบายอยู่แล้ว เพราะถ้าวิเคราะห์คนตามสไตล์ DISC แล้ว เผลอตัวที่ไร มันไปตกอยู่ในกลุ่มตัว D ทุกที ไม่รู้ตัว I มันไปซ่อนอยู่ที่ไหน

4) ถ้าไปเจอผู้ตามแบบมีประสิทธิผล ก็ต้องใช้สไตล์การนำแบบมอบหมายงาน (Delegating) หรือ กระจายงานให้

ไสตล์นี้พอสรุปได้ก็คือ ให้เกียรติ ให้ความเชื่อถือไว้วางใจในความรู้ความสามารถและความรับผิดชอบของเขา โดยมอบหมายงานให้เขาทำอย่างอิสระและให้ตัดสินใจเอง ไม่ต้องเข้าไปก้าวก่าย

ก็บอกแล้วว่าผมชอบคนเก่ง ยิ่งสั่งได้อย่างใจ ยิ่งชอบ ยิ่งเป็นประเภทสั่งปั๊บ จบปุ๊บ ยิ่งโดนใจ เพราะทำให้ผมก็มีเวลาไปสั่งและสอนพวกปรับตาม ไปสอนพวกเฉื่อยชา ไปควงไม้เรียวขู่พวกเอาตัวรอด ไปนั่งเฝ้าพวกห่างเหิน ว่ะ มันสนุกจริง ๆ  

ผมว่าถ้าผู้นำสามารถปรับเปลี่ยนสไตล์การนำได้ จะนำผู้ตามแบบไหน มันก็ไม่แปลกอะไร ผู้นำแบบนี้จึงเรียกว่า ผู้นำตามสถานการณ์นั่นเอง

ทีนี้ลองจินตนาการกันเล่น ๆ ผู้บริหารใช้การนำแบบ ทุบหรือ สั่งการตะพึดตะพือ มันก็จะไปเหมาะกับผู้ตามแบบปรับตาม ในทำนอง ท่านอยากได้แบบไหน เดี๋ยวจัดให้ผู้ตามแบบมีประสิทธิผลก็จะเผ่นก่อนละครับ เชื่อผมเถอะคนประเภทคิดเองได้ทำเป็น ทำไว ไปอยู่ที่ไหนเขาก็อ้าแขนรับ

ต่อมาผู้ตามแบบเอาตัวรอด ก็เอาตัวรอดออกจากบริษัทตามไปด้วย อย่าลืมนะครับ พวกนี้เก่งนะครับ ทั้ง เขี้ยว และ เจ้าเล่ห์ ทีเดียวรับรองว่า เขาไหลได้ ไหลเป็น และไหลออกไปแน่ (เมื่อมีโอกาส) เผลอ ๆ จะไหลออกไปก่อนด้วย ทำเป็นเล่นไป

ผู้ตามแบบห่างเหินก็จะทำตัวห่างเหินมากขึ้น ยิ่งอยู่ยิ่งอึดอัด ขาดกำลังใจ ในที่สุดก็ห่างเหินจนออกไปบริษัทไปอยู่ที่อื่น เพราะอย่างน้อย เขาก็คิดได้ ทำเป็นแหละครับ แม้ว่าจะทำงานช้าหน่อยก็ตาม แต่เวลาไปสมัครงาน ไปสัมภาษณ์ มันยังไม่ได้ทำงานนี่ครับ ครั้นพอเข้าไปได้เขาก็ต้องปรับตัวแหละครับ

ผู้ตามแบบเฉื่อยชา คิดไม่เป็น ทำไม่ได้ ทำงานงานก็ช้า เขาก็อยู่ด้วยความเกรงกลัว อกสั่นขวัญแขวน ถ้ามีที่ให้ไปได้ก็ไป ถ้ายังไม่มีก็อยู่ไปก่อน พูดตรง ๆ เขาไม่มี ใจ ให้กับองค์กรแล้ว ก็อยู่ไปวัน ๆ

พอนานเข้า องค์กรเขาก็จะเหลือแต่ผู้ตามที่ปรับตามและผู้ตามแบบเฉื่อยชา (ลองย้อนกลับไปดูรูปซีครับ) ผู้ตามกลุ่มนี้จะต้องพึ่งพาคนอื่นอยู่ตลอด ไม่มีความคิดริเริ่ม ไม่มีความคิดสร้างสรรค์ ครับผม ๆ แล้วก็ทำตามไปวัน ๆ มันจะไหวเหรอครับ

ถ้ายังจำบล็อก จะ ทุบหรือ จะ ไดรว์ได้ ก็คงจะเข้าใจนะครับ ว่าทำไมผมจึงถามเพื่อผมว่า ผู้บริหารของเอ็งชอบ ทุบหรือ ชอบ ไดรว์” … พอเขาตอบว่า ชอบ ทุบ” … ผมก็ไม่เอาด้วยแล้วครับ ผมแก่แล้ว

 

สอนคนที่ไม่มี ใจและ ไม่รู้จัก คิดให้กลับมามีใจผูกพันกับองค์กร คิดเองได้ ทำเป็น มันง่ายอยู่หรือครับ ผมว่า ต้องมีอาการอ๊วกพุ่ง หรือ กระอักออกมาเป็นเลือดแบบหนังจีนกำลังภายในกันบ้างแหละครับ กรี๊ด กัวคับกัว (ฮา)

 

จับถูกหรือจับผิด
ภาวะผู้ตาม (Followship)

Related Posts

 

Comments

No comments made yet. Be the first to submit a comment
Already Registered? Login Here
Guest
Monday, 10 December 2018