MSITBlog

1 minute reading time (175 words)

เราต้องวิ่งให้เร็วกว่าลูกค้า

ไอสไตน์ (Albert Einstein) กล่าวเอาไว้อย่างน่าฟังว่า พวกเราไม่สามารแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นกับพวกเราได้ โดยใช้การคิดในระดับเดียวกันกับที่เราสร้างปัญหาขึ้นมา

ถ้าเรามองให้ง่ายลงก็คือ ถ้าวันนี้เกิดปัญหาบางอย่างขึ้นกับเรา แล้วเราคิดแบบเดิม ๆ ทำแบบเดิม ๆ มันก็แก้ปัญหาไม่ได้หรอกครับ เราคงต้องทำอะไร หรือ คิดอะไรที่แตกต่างออกไปจากเดิม

ไอสไตน์ได้กล่าวเอาอีกว่า ความวิปลาสก็คือการทำในเรื่องเดิมซ้ำแล้วซ้ำอีกและคิดว่าผลลัพธ์ที่ได้มันจะแตกต่างออกไปจากเดิม” ... 

มันก็ชัดเจนดีนะครับ ... ถ้าเรายังทำอะไรแบบเดิมซ้ำแล้วซ้ำอีก (หรือ ทำกระบวนการต่าง ๆ แบบเดิม ๆ ที่เคยทำมา) แล้วคิดว่าผลลัพธ์ที่ได้มันจะเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม (เช่น ปัญหาน่าจะลดลง สินค้ามีคุณภาพดีขึ้น ลูกค้า Happy มากขึ้น) ... อันนี้เราคงเสียสติ หรือ บ้าไปแล้ว

ถ้า Y เป็น เอาต์พุต โดยมี A กับ B เป็นอินพุต ... และกระบวนการคือการบวก

เราก็เขียนได้ว่า Y = A + B

ถ้ากระบวนการไม่มีการเปลี่ยนแปลง และ ค่า A และ B ก็ไม่เปลี่ยนแปลง ... จะทำการบวกกันอีกกี่ครั้ง Y มันก็จะเท่าเดิมแหละครับ

สมมติว่า A = 5 และ B = 3 ดังนั้น ถ้าเราบวกได้ถูกต้องแล้ว Y = 5 + 3 = 8 ... จะบวกวันนี้ พรุ่งนี้ สัปดาห์หน้า เดือนหน้า ค่าของ Y มันก็ต้องเท่ากับ 8 ใช่ไหมครับ

ถ้าเราจะให้ Y เพิ่มขึ้น เราก็ต้อง เพิ่มค่า A หรือ B หรือ เปลี่ยนกระบวนการให้เป็นการคูณ การยกกำลัง ไปโน่น    

ถ้าเรานึกย้อนกลับไปในสมัยที่เราเรียนเรื่องบวกลบเลข มันก็ผิดบ้างถูกบ้าง ยิ่งตอนทำโจทย์ปัญหาก็รู้สึกว่ามันยาก ครั้นพอมาเรียนสูงขึ้นไปเกี่ยวกับเรื่องคูณเรื่องหาร ... เรากลับมาแก้ปัญหาโจทย์เรื่องเลขบวกลบ มันจะรู้สึกว่ามันแก้ปัญหาได้ง่ายขึ้นนะ ... เพราะระดับความรู้ของเราพัฒนาเพิ่มขึ้น  

ดังนั้น การฝึกอบรม/การให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องใหม่ ๆ ก็ถือว่าเป็นการทำให้พนักงานพัฒนาระดับความคิดหรือการกระทำให้ดีขึ้นกว่าเดิม เพื่อให้เขานำมาใช้แก้ปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในองค์กร และเมื่อพนักงานมีความรู้มากขึ้น การทำงานของเขาก็จะเป็นไปในทางที่ดีขึ้น (ซึ่งแตกต่างออกไปจากเดิม) … ผลลัพธ์ก็น่าจะดีขึ้นกว่าเดิม  

โดยนัยเดียวกัน ผมว่า ถ้าเราวิ่ง (หมายถึง คิดหรือทำ) ในระดับเดียวกับลูกค้าแล้ว เราก็ไม่สามารถแก้ปัญหาให้กับลูกค้าได้ เราต้องวิ่งให้เร็วกว่าเท่านั้น ถึงจะสามารถแก้ปัญหาให้กับลูกค้าได้

จริง ๆ แล้วธุรกิจปัจจุบันนี้ก็คือการแก้ปัญหาให้กับลูกค้า โดยผ่านทางการเสนอคุณค่าของสินค้าให้กับลูกค้าเพื่อสนองตอบต่อความต้องการ (ในการแก้ปัญหา) ของเขาเราหิวเราแก้ปัญหาโดยการหาอาหารมากิน เราร้อนเราจึงแก้ปัญหาโดยหาพัดลม หาแอร์มาช่วยบรรเทาความร้อน เราเจ็บป่วยไข้ไม่สบายเราจึงไปหาหมอ

นอกจากจะไม่วิ่งให้เร็วกว่าลูกค้าแล้ว เรายังยืนอยู่เฉย ๆ ไม่พัฒนาอะไรเลย มันจะไปไหวหรือ?!?

ที่คุยกันมาในหลาย ๆ บล็อกที่ผ่านมาตั้งแต่ เรื่องทำให้กระบวนการรับรู้ได้/มองเห็นได้ผ่านทางการใช้ข้อมูลต่าง ๆ แต่ข้อมูลที่มองเห็นได้นั้นก็ไม่ใช่สถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริง เราต้องออกจากเขตสุขสบายหรือออกจากกล่องเพื่อไปดูของจริง ทำความเข้าใจกระบวนการให้ดี หาทางพัฒนามันให้ดีขึ้น อะไรพวกนี้ ก็เพื่อเชียร์ให้พวกเราทำการเปลี่ยนแปลงทั้งตัวเองและกระบวนการ เพื่อทำให้มันดีขึ้น ไหลได้อย่างต่อเนื่องไม่ติดขัด มันจะได้วิ่งได้เร็ว สู้กับชาวบ้านชาวช่องเขาได้ 

 

ในที่ประชุม … คุณค่าหรืออำนาจคือผู้ชนะ
ถูกหลอกให้เชื่ออย่างสนิทใจ

Related Posts

 

Comments 1

Guest - ดุลวรรณ์ on Wednesday, 14 November 2018 15:57

ชอบวิธีคิดนี้ค่ะ อาจารย์

ชอบวิธีคิดนี้ค่ะ อาจารย์
Already Registered? Login Here
Guest
Tuesday, 07 April 2020