MSITBlog

1 minute reading time (206 words)

"โอกาส" ไม่เคยส่งเสียงบอกกล่าว

สมัยผมทำงานใหม่ ๆ มักจะได้ยินลูกค้าบอกว่า คุณมีโอกาสในการปรับปรุงนะ เวลาเดินไปหาเจ้านาย เจ้านายก็บอกว่า เรามีโอกาสในการปรับปรุงนะ พออ่านหนังสือ เขาก็บอกว่า โอกาสมีอยู่ตลอดเวลา เพียงแต่เรามองเห็นมันหรือไม่

พอทำงานมานานเข้า ก็มองเห็นความจริงเรื่องหนึ่ง คือ โอกาสมันมีอยู่ทั่วไป แต่ไม่เคยส่งเสียงบอกเรา เราต้องเดินออกไปมองหามัน ถ้าหามันไม่พบ ก็สร้างมันขึ้นมาซีครับ

วัน ๆ หนึ่ง เรานั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะทำงาน ทำแต่งานซ้ำ ๆ มันก็ได้แค่ทำงานเดิมได้เร็วขึ้น โอกาสที่จะทำอะไรใหม่ ๆ มันก็แทบจะไม่มีเลย ผมจึงเชียร์ให้ผู้อ่านลุกออกไปจากโต๊ะทำงาน ออกไปจากกล่อง ออกไปจาก Comfort Zone เพื่อเดินไปหาโอกาสที่จะทำสิ่งใหม่ ๆ บ้าง

โดยทั่วไปแล้ว แผนก IT จะมีหน้าที่ให้การสนับสนุนฝ่ายธุรกิจ ไม่ว่า จะเป็นคนทำงาน (ในเชิงของการใช้สารสนเทศเพื่อไปจัดการงานของเขา) หรือ กระบวนการทางธุรกิจก็ตาม (ในเชิงของการเก็บ ใช้ ประมวลข้อมูล เพื่อให้กระบวนการเดินไปได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว)

เรื่องที่พบเห็นบ่อย ๆ ก็คือ คนทำงานจะมาร้องขอให้สนับสนุนเรื่องนั้น เรื่องนี้ เช่น เขียนโปรแกรมทำอย่างนั้น ทำอย่างนี้ให้ผมหน่อย หรือ ช่วยจัดหาสิ่งนั้น สิ่งนี้ มาให้ผมหน่อย แต่ถ้าเรามองในเชิงของกระบวนการที่ดำเนินไปอยู่ทุก ๆ วันแล้ว มันแทบจะเดินไปเหมือนเดิมอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน

มันเดินอยู่แบบนี้ตั้งแต่วันแรกที่กระบวนการถูกจัดตั้งขึ้นมา จนเดี๋ยวนี้ มันก็เดินอยู่อย่างนั้น เอาต์พุตมันเปลี่ยนแปลงไป ก็เพราะอินพุตที่ป้อนเข้ากระบวนการมันเปลี่ยนแปลงไปดอก ตัวกระบวนการ (ที่แปรสภาพอินพุตให้เป็นเอาต์พุต) ไม่เคยเปลี่ยนแปลงไปเลย

ผู้คนที่มาขอให้เราช่วยทำโน่นทำนี่ให้ ก็มักจะเป็นการแก้ไข หรือ พัฒนาเรื่องเกี่ยวกับงานของเขา ในแผนกของเขา มันจึงมักจะไปในแนวตั้งทั้งสิ้น ส่วนกระบวนการทางธุรกิจซึ่งวางอยู่ตามแนวนอนและดำเนินอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ใครจะแก้ไข หรือ ปรับปรุง หรือ พัฒนาเล่า

ลองดูในองค์กรที่เราทำอยู่ซิครับ จะมีใครสักคนไหมที่ยืนกอดอกอยู่ที่สูง ๆ แล้วมองกระบวนการที่ดำเนินไปตั้งแต่ต้นจนจบ (เช่น มองในภาพรวม ตั้งแต่รับคำสั่งซื้อเข้ามา จนสินค้าส่งไปถึงมือลูกค้าและรับเงินเข้ามา) … ถ้ามี ผมว่า เขาคงมองเห็นโอกาสในการแก้ไข ปรับปรุง พัฒนา ให้กระบวนการมันมีประสิทธิภาพดีขึ้นอยู่ตลอดเวลา

เราคงไปหาที่ยืนสูง ๆ แบบนั้นไม่ได้ แต่เราสามารถทำให้สิ่งที่มันเคลื่อนไหวไปมาตามกระบวนการนั้นสามารถมองเห็นได้ ผ่านทางการใช้ตัวเลข (ข้อมูล) การใช้กราฟ (สารสนเทศ) การทำ Dash Board การทำผัง การทำโฟล์ว หรือ ที่เราเรียกกว่า Visibility นั่นเอง มันก็คือการทำให้กระบวนการสามารถมองเห็นได้ขึ้นมา

คราวนี้แหละครับ แผนที่ที่ใช้หาเจ้า โอกาสมันก็กางอยู่ตรงหน้า มันไม่บอกเราหรอกครับ เจ้า โอกาสมันยืนรอเราอยู่ตรงไหน เราต้องมองหามันเอาเอง

สิ่งที่เรามองเห็นนั้นมันก็แค่ตัวกระตุ้น หรือ Trigger point (จุดกระตุ้นต่อมสงสัยของเรา) … พอเรา เอ๊ะ ทำไมเป็นอย่างนี้หว่า” … เราก็เริ่มสงสัยแล้วว่า เจ้า โอกาสมันนี่จะอยู่ที่กระบวนการนั้น กระบวนการนี้นะ เราก็ต้องลุกจากโต๊ะเดินไปดูของจริงแล้ว พอเราเห็นของจริง มันก็จะ อ้อ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง” …

เจ้า โอกาสมันจะยืนยิ้มแฉ่งอยู่ตรงนั้นแหละครับ ประเด็นก็คือ เราจะคว้าจับ “Capture” มันได้ไหม ผมว่ามันก็ขึ้นอยู่กับขีดความสามารถของเราเหมือนกันนะ เข้าทำนองที่ว่า “"สองคนยลตามช่อง คนหนึ่งเห็นโคลนตม คนหนึ่งตาแหลมคม เห็นดวงดาวอยู่พราวพราย" ประเด็นต่อมาก็คือ เรามี ใจที่จะใช้โอกาสที่เราคว้าจับมาได้นั้น สร้างสิ่งดี ๆ ขึ้นมาหรือไม่

สุดท้าย มันก็อยู่ที่ใจนี่แหละครับ จะเดินต่อไป หรือ จะกลับเข้าไปนั่งจุ้มปุ๊กอยู่ใน Comfort Zone เหมียนเดิม ...  

 

ข้อมูลที่เราใช้เป็นแบบไหนหนอ ...
เรื่องที่ทำไม่ได้มากกว่าครึ่งคือเรื่องที่ไม่ได้ทำ

Related Posts

 

Comments

No comments made yet. Be the first to submit a comment
Already Registered? Login Here
Guest
Wednesday, 18 July 2018