MSITBlog

2 minutes reading time (311 words)

เรื่องที่ทำไม่ได้มากกว่าครึ่งคือเรื่องที่ไม่ได้ทำ

เมื่อวานนี้ เวลาในคาบเรียนเหลืออยู่นิดหน่อย ผมจึงได้เล่าเรื่องการมองอุปนิสัยคนผ่านทาง DISC (ลองในเน็ตดูนะครับ มีให้อ่านหลายเว็บ จะซื้อหนังสือเป็นภาษาไทยมาอ่านก็ได้ครับ) ให้นักศึกษาฟังเพื่อจะได้ปรับตัวเองเวลาไปพูดคุยกับคนที่มีนิสัยแตกต่างจากเรา

วิธีการของ DISC (แบบสั้น ๆ) จะแบ่งคนออกเป็น 4 ประเภทคือ ประเภท D (Dominance) จะเป็นคนที่กระตือรือร้น เน้นงาน ชอบสั่งการ คนประเภท I (Influence) จะออกไปทางร่าเริง ช่างพูด ชอบโน้มน้าวในคน จะเน้นไปทางจิตใจของคนมากกว่าเน้นงาน ประเภท S (Steadiness) จะเงียบ ๆ เฉย ๆ ชอบฟัง ไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง ก็จะเน้นไปทางจิตใจของคนเหมือนกัน และประเภท C (Compliance) จะใส่ใจในรายละเอียด มีความระมัดระวัง ชอบอยู่ในกฏระเบียบ จะเห็นว่าเน้นไปในเรื่องาน

ว่ากันว่า โดยทั่วไปแล้ว คนประเภท S จะมีมากที่สุด ประมาณเกือบ ๆ 70% ทีเดียว ถ้าเราเอาตัวเลขนี้ใส่เข้าไปในองค์กรของเรา คนในองค์กรของเราประมาณเกือบ 70% จะไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง คือ ปล่อยให้พวกผมทำงานตามปกติของผมไปเถอะ อย่ายุ่งกับผมมากนักเลย ... พอไปเจอเจ้านายประเภท "งานต้องได้ผล (คนไม่ Happy ช่างมัน)" คือ เน้นที่เรื่องงานเป็นหลัก ก็วงแตกซีครับ ... มันต้องเจอเจ้านายประเภทตัว I มองว่า "งานต้องได้ผล คนต้อง Happy ด้วย" แบบนี้จึงค่อยไปกันได้หน่อย

พวกเราลองเหลือบตามองไปที่เจ้านายหน่อยเป็นไร ... ท่านเป็นคนสไตล์ D (หนักไปทางมุ่งงาน ... บี้งานสถานเดียว) หรือ สไตล์ I (หนักไปทางมุ่งคน ... ปากหวานไปวัน ๆ) หรือ ผสมกันระหว่า D กับ I ... (ได้ทั้งงาน ได้ทั้งคน ... เจ้านายแบบนี้ จะออกไปทาง ลูกน้องทั้งรักทั้งเกรง (เกรงนะครับไม่ใช่กลัว ถ้าลูกน้องทั้งเกลียดและกลัวน่าจะเป็นสไตล์ D สุดโต่ง)  

รองลงมาอยู่แถว ๆ 17 – 18% จะเป็นประเภท C ซึ่งชอบอยู่ในกฎ ในกติกา ถ้าให้คิดใหม่ ทำใหม่ ที่ต้องฉีกกฎไปบ้าง แหกกฎไปบ้าง ก็ไม่ค่อยอยากเล่นด้วย เมื่อรวมสองประเภทนี้เข้าด้วยกัน เราจะมีคนประเภทตั้งรับ (Reactive) อยู่แถว ๆ ประมาณ 80% ทีเดียว

พอเข้าใจอย่างนี้แล้ว ก็จะเห็นเป็นเรื่องธรรมดาที่องค์กรของเราประกาศหรือชวนกันทำโน่นทำนี่แล้ว แป๊บ ๆ ก็จางหายไป สารพัดนโยบาย สารพัดคำขวัญ ก็กลายเป็นป้ายสวย ๆ ที่แปะเอาไว้ข้างฝาเพื่อให้ดูดีเท่านั้น

เรื่องต่าง ๆ ที่อยากทำมากว่าครึ่งทำไม่ได้ ก็เพราะพวกเราไม่ได้ทำมันต่างหาก

เมื่อย่อลงมาที่ตัวเรา ถ้าสังเกตหน่อยก็จะเห็นแบบเดียวกัน เราคิดจะทำเรื่องโน้น เรื่องนี้มากมาย แรก ๆ ก็อยาก แล้วก็เบื่อ ๆ อยาก ๆ แล้วก็ไม่อยาก ในที่สุดก็ไม่ได้ทำสักที

ถ้ามองให้ขำ ๆ มันก็สนุกดีเหมือนกัน ลองดูที่งานก็ได้ วัน ๆ หนึ่งมีงานเข้ามามากมาย แทนที่จะทำทีละงานให้เสร็จเป็นเรื่อง ๆ ไป ก็ทำตัว (หรือ ถูกบังคับ) ให้กลายเป็นทศกัณฐ์ มีหลายมือ จึงทำงานไปพร้อม ๆ กัน ในที่สุดผลงานออกมาก็ไม่ได้เรื่องสักอย่าง 

โอ๊ย ไม่มีเวลา ก็ต้องไปอบรมเรื่องการจัดการบริการเวลา (Time Management) … แล้วก็ไม่ได้เอามาใช้

โอ๊ย ไม่รู้จักการจัดการจัดลำดับความสำคัญของงาน ก็ต้องไปอบรมอีก แล้วก็ไม่ได้เอามาใช้ หรือ ไม่สามารถใช้ได้ เพราะเจ้านายสไตล์ D ก็บอกว่า งานทุกงานมีลำดับความสำคัญเท่ากันหมด คือ เร่งด่วนที่สุด ให้เร็ว ให้ไว อย่าช้า ... งานก็กองสูงขึ้นท่วมหัว

ไม่ไหวแล้ว ... เดินไปร้านหนังสือ ก็เหลือบไปเห็นหนังสือชื่อ The One Thing (แปลเป็นไทยแล้ว ชื่อว่า ได้ทุกสิ่งด้วยสิ่งเดียว) เขียนว่า ทำทีละเรื่อง ทำเรื่องสำคัญ ๆ ก่อน อ่านจบแล้วก็เดินไปให้เจ้านาย

ท่านครับ ถ้าผมจะทำเรื่องเดียวที่มี Top Priority ท่านจะให้ผมทำเรื่องใดก่อน

โอ้คุณทำเรื่องนี้ก่อน แล้วก็ตามด้วยเรื่องโน้น แล้วก็ตามด้วยเรื่องนั้น แล้วก็ตามด้วยเรื่องนู้น ก็ขอให้เร่งมือหน่อย ผมต้องการใช้งาน

กลับมานั่งโต๊ะยังไม่ถึงชั่วโมง เจ้านายก็โทรมาแล้ว ... เรื่องนั้น เรื่องนี้ เรื่องโน้นไปถึงไหนแล้ว (แสดงให้เห็นเป็นนัยว่า ผม Follow up นะ) … แล้วก็ "งั้นขอให้คุณทำเรื่องนั้นก่อน เก็บเรื่องนี้เอาไว้ก่อน" อีกชั่วโมงโทรมาอีกแล้ว ผมขอเรื่องโน้นก่อนนะ สามสี่เรื่อง ยังไม่เสร็จสักเรื่อง มันก็กลับเข้าสู่ลูปเดิม  

ปวดหัว สงสัยจะเลือกผิดเล่ม ... เดินกลับไปร้านหนังสืออีกครั้ง คราวนี้เจออีกเล่มเขียนชื่อไว้น่าอ่านคือ Start With Why (แปลเป็นภาษาไทย ชื่อว่า ทำไม ต้องเริ่มด้วย ทำไม”)  … เขาบอกว่า ถ้ามีปัญหาก็ให้ตั้งต้นด้วยการถามว่า "ทำไม"

ก็เริ่มเลยครับ ... ทำไมชีวิตตูต้องต้องวุ่นวายแบบนี้ ... คำตอบก็คือ งานเยอะ

ทำไมงานเยอะ คำตอบก็คือ เพราะเจ้านายสั่งให้ทำเยอะ ...

ทำไมเจ้านายสั่งให้ทำเยอะ คำตอบก็คือ เพราะตูเข้ามาทำงานในองค์กรนี้

ในที่สุดก็ได้คำตอบสุดท้าย ถ้าไม่อยู่ในองค์กรนี้ ก็ไม่มีเจ้านาย ก็ไม่ต้องปวดประสาท งั้นก็ไปดีกว่า ... โอ๊ะ เล่มนี้เวิร์กสุด ๆ (ฮา) 

ผมล้อเล่นนะครับ หนังสือเขาเขียนเอาไว้ดี ว่าง ๆ ก็ลองหามาอ่านดูนะ

 

"โอกาส" ไม่เคยส่งเสียงบอกกล่าว
Mindset

Related Posts

 

Comments

No comments made yet. Be the first to submit a comment
Already Registered? Login Here
Guest
Tuesday, 20 November 2018