MSITBlog

1 minute reading time (274 words)

เราพัฒนาสมรรถนะหรือแค่ฝึกอบรม

ทุกวันนี้เรามักจะพบว่า เมื่อเรารับพนักงานใหม่เข้ามา เราก็ส่งเขาเข้าปฐมนิเทศ ซึ่งจะเป็นไปในเชิงให้พนักงานรู้จักโครงสร้างองค์กร รู้จักงาน สิ่งอำนวยความสะดวก และกฎระเบียบต่าง ๆ

จากนั้น เราก็นำสอนเขารู้จักระบบและกระบวนการต่าง ๆ และวิธีการทำงานของงานที่เขาต้องทำ (ซึ่งเป็นการให้ความรู้ว่าเขาต้องทำงานอย่างไร ผลงานควรจะเป็นอย่างไร)

ผมอยากจะถามสักคำถามหนึ่ง คือ ทุกวันนี้เราทำการพัฒนาสมรรถนะ (อันประกอบด้วย K+S+A) ให้กับพนักงาน หรือ เพียงแค่ทำการฝึกอบรมเพื่อให้รู้ (เพียงแค่ตัว K) เท่านั้น

ถ้าคำตอบเป็นข้อหลัง ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่ตัว S กับ ตัว A (หรือ Soft Skills) มันจะลดน้อยถอยลงไม่ใช่หรือครับ

ในแง่ของ ความรู้ (หรือ ตัว K) นั้น มันเป็นการทำให้พนักงานมีความรู้ และนำไปใช้ได้ถูกต้องไม่ผิดไปจากองค์ความรู้ที่ว่าไว้ มันจะออกไปในทางที่กล่าวได้ว่า พนักงานรู้ว่าสิ่งนั้น ๆ คืออะไร (Know “what”)

แต่พอมาเป็นทักษะ (หรือ ตัว S) มันต้องมีความรู้เป็นตัวตั้งต้นก่อน แล้วมีกระบวนการนำไปใช้ให้ถูกต้อง จนเกิดความคล่องแคล่ว ก็สามารถกล่าวได้ว่า พนักงานรู้ว่าสิ่งนั้น ๆ ต้องทำอย่างไร (Know “how”) ต่อมาก็สามารถเข้าใจเหตุผลว่าทำไมถึงเป็นอย่างนั้น ทำไมต้องทำอย่างนั้น พนักงานก็จะเข้าใจถึงความเป็นเหตุเป็นผล (Know “why”)

เมื่อพนักงานมีสามสิ่งข้างต้นหลอมรวมกัน เวลาเราไปซักถาม เช่น ทำอะไร ทำอย่างไร ทำไมต้องทำอย่างนั้น ทำแล้วผลออกมาเป็นอย่างไร เขาก็จะตอบได้ ครั้นเรามองดูเขาทำงานก็จะเห็นว่า เขาทำงานได้คล่องแคล่ว ทำได้อย่างถูกต้อง สามารถแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้ เราก็กล่าวได้ว่า พนักงานคนนี้มีความสามารถ (Ability) ในการทำงานแล้ว

ถ้าเราไม่พัฒนาเขาต่อ เขาก็จะทำได้งานเดียว เรื่องเดียว เรียกว่าเก่งอยู่เรื่องเดียว เก่งอยู่ในกรอบแคบ ๆ แต่ถ้าเราให้เขาทำงานที่กว้างขึ้น (Job Enlargement) หรือ แตกต่างกันออกไปบ้าง (Job Rotation) เขาก็สามารถนำสิ่งที่เขามีอยู่ในตัวไปประยุกต์กับสถานการณ์แตกต่างกันได้ สามารถแก้ปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นได้หลากหลายมากขึ้น เรียกว่า มีประสบการณ์ที่หลากหลายมากขึ้น ระดับสมรรถนะเขาก็จะได้รับการพัฒนาให้สูงขึ้นไปอีก

ลองนึกดูครับ

พนักงานเข้ามาใหม่ หัวหน้างานให้การฝึกอบรม พนักงานมีความรู้ พอถือได้ว่า มีสมรรถนะอยู่ที่ระดับ 1 แล้ว

จากนั้น หัวหน้างานทำ OJT (On the Job Training) … พนักงานเริ่มทำเป็น

พนักงานบางคน ผลงานยังไม่ได้ตามต้องการ หัวหน้างานต้องทำ OJC (On the Job Coaching) …. พนักงานเริ่มมีทีทักษะและได้ผลงานตรงตามต้องการ …. อันนี้ก็พอถือได้ว่า มีสมรรถนะอยู่ในระดับ 2

การทำงานในระยะแรก ๆ เมื่อพบเจอปัญหา ก็มักจะยังแก้ไขเองไม่ได้ หัวหน้างานก็เข้าไปแนะนำ ไปอธิบายเหตุผล สอนให้เขาแก้ปัญหา จนในที่สุด เขาก็เข้าใจถึงความเป็นเหตุ เป็นผล จนสามารถแก้ปัญหาด้วยตัวของเขาเองได้ เมื่อถึงขั้นนี้ก็พอถือได้ว่า เขามีสมรรถนะมาอยู่ที่ระดับ 3 แล้ว ถึงตอนนี้ก็เรียกได้ว่า เขามีความสามารถ (Ability) ทำงานได้ด้วยตัวของเขาเองแล้ว ผลงานที่ได้ก็จะคงเส้นคงว่า เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด

จากนั้นผมให้ทำงานที่แตกต่างไปบ้าง เพื่อให้เขามีประสบการณ์เพิ่มเติมในเชิง OJE (On the Job Experience) …. พนักงานจะมีทักษะหลายหลายมากขึ้น สามารถนำความรู้ในสถานกรณ์ต่าง ๆ มาประยุกต์ใช้ ทำให้เขาสามารถพัฒนาตนเองทำให้ผลงานออกมาดีขึ้น (ดีกว่ามาตรฐานที่กำหนดไว้) สามารถแก้ปัญหาได้มากขึ้น ตัวเขาก็จะมีความเชื่อมั่นมากขึ้น อันนี้ก็พอจะกล่าวว่า เขามีสมรรถนะในระดับ 4 (สามารถพัฒนาตนเอง เพื่อสร้างผลงานได้ดีกว่ามาตรฐาน) แล้ว

ถ้าหัวหน้างานเริ่ม Assign ให้เขาไปช่วยให้แนะนำพนักงานที่ทำงานแล้วมีปัญหา หรือไปช่วยสอนพนักงานใหม่ หรือ ส่งไปประชุมเพื่อเป็นตัวแทนพนักงาน ก็จะเป็นการพัฒนาระดับสมรรถนะของเขาให้สูงขึ้นไปสู่ระดับ 5 (สามารถแนะนำ/สอน/พัฒนาคนอื่นได้)

ถ้าผมเป็นผู้จัดการจะโปรโมตใครสักคนขึ้นมาเป็นหัวหน้างานในตำแหน่งที่ว่างลง ผมก็คงเล็งระดับ 5 ก่อนแหละครับ ถ้าไม่มีจริง ๆ ก็ระดับ 4 เอ้า แต่จะเห็นความแตกต่างเรื่องหนึ่งก็คือ ระดับ 4 นั้น น่าจะมีปัญหาเรื่องการสอนงานให้กับลูกน้อง อันนี้ผมคงต้องส่งเขาไปอบรมแล้วให้ทดลองทำดูก่อนแหละครับ เพราะผมพบบ่อย ๆ เหมือนกันว่า เก่งนะเก่งจริง แต่สอนคนไม่เป็น คำถามก็คือแล้วเขาจะสอน จะพัฒนาลูกน้องเขาได้อย่างไร ในที่สุดก็โยนไปให้เป็นหน้าที่ของ HR … ผมรับรองว่า ส่วนมากลูกน้องเขาจะมีสมรรถนะอยู่แค่ระดับ 2 เท่านั้น มีส่วนน้อยที่ไปอยู่ระดับ 3 …

แต่จริง ๆ แล้ว พนักงานส่วนมากต้องอยู่ระดับ 3 นะครับ ถ้าตัดเกรดแล้ว ระดับ 3 ก็คือว่า ทำได้ตามมาตรฐาน หรือ เกรด C ระดับ 4 นี้ถือว่าเกรด B คือ ผลงานดีกว่ามาตรฐาน ระดับ 5 นี่ถือว่า เกรด A แล้ว มันก็ย่อมมีน้อยหน่อย

ผมว่า พนักงานทุกคนพัฒนาได้นะครับ ว่าแต่เราพัฒนาเขาหรือเปล่า หรือ ให้เขาทำงานไปตามยถากรรม ไม่ดูดำดูดีอะไรเขาเลย   

 

เกวียนหัก
การถอดแบบ (Clone) คนที่ทำงานดี

Related Posts

 

Comments

No comments made yet. Be the first to submit a comment
Already Registered? Login Here
Guest
Thursday, 16 August 2018