MSITBlog

1 minute reading time (250 words)

กลุ่มสมรรถนะที่เกี่ยวกับด้านการศึกษา

บล็อกที่แล้ว ผมนำสมรรถนะในกลุ่มที่เกี่ยวกับความมีประสิทธิผลของคนซึ่งถือว่าเป็นบันไดขั้นแรก หรือ Tier 1 มาเล่าให้ฟังไปแล้ว และจะเห็นว่า สมรรถนะในกลุ่มนี้จะเป็นเรื่องอุปนิสัยใจคอเป็นส่วนมาก 

บล็อกนี้ เรามาดูสมรรถนะในกลุ่มที่ 2 หรือ Tier 2 กัน (มันก็เหมือนกับบันไดขั้นที่ 2 ที่พนักงานต้องเดินขึ้น) สมรรถนะกลุ่มนี้จะเกี่ยวข้องกับการศึกษาจากสถานศึกษาทั่วไป เช่น การอ่าน (Reading) การเขียน (Writing) คณิตศาสตร์ (Mathematics) วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (Science & Technology) การสื่อสารในเชิงของการฟังและการพูด (Communication - Listening & Speaking) การคิดเชิงวิพากษ์และการคิดเชิงวิเคราะห์ (Critical & Analytical Thinking) ทักษะในการใช้คอมพิวเตอร์เบื้องต้น (Basic Computer Skills)

สมรรถนะด้านคณิตศาสตร์นั้น มันก็ไม่ได้เอาถึงขนาดต้องดิฟเป็น อินติเกรตเป็น ทำทรานส์ฟอร์ม ทรานส์โพส อะไรขนาดนั้น ก็ขอแค่คณิตศาสตร์ (สถิติ) เบื้องต้น เป็นพื้นฐานเอาไว้ก่อน (ก็ที่เรียนมาในระดับมัธยมนั่นแหละครับ) … แล้วค่อยเพิ่มเติมในส่วนที่เราต้องเข้าไปเกี่ยวข้อง เช่น ถ้ามาทางสายคอมพิวเตอร์ ก็ควรมีพื้นฐานเกี่ยวกับเลขฐานต่าง ๆ เป็นต้น

สมรรถนะด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีก็เอาพอรู้หลักการเบื้องต้นเอาไว้ก่อน … แล้วค่อยเพิ่มเติมเฉพาะในส่วนที่เราต้องเข้าไปเกี่ยวข้อง

ส่วนทักษะในการใช้คอมพิวเตอร์เบื้องต้น ผมว่าเด็ก ๆ ในยุคปัจจุบันก็พอใช้ได้กันอยู่แล้ว

ตัวที่เหลือคือ การฟัง การอ่าน การคิด การพูด การเขียน นี่แหละครับ ที่ผมว่ามันน่าสนใจ

ที่ผมชอบตัวแบบนี้เพราะผมทำงานในโรงงาน ลองนึกดูซิครับว่า ถ้าพนักงานอ่านคำสั่ง (Instruction) ในการทำงาน ไม่เข้าใจ จับประเด็นไม่ได้ ผมว่ามันคงยุ่งนะครับ เพราะมันจะเกิดความผิดพลาดในการทำงานเยอะมาก สารพัดปัญหาจะตามมา ... ต่อให้ผมจัดทำกระบวนการทำงานให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน (Standard Work) เพื่อให้ทุกคนทำงานเหมือนกัน มันก็ไม่เกิดประโยชน์อะไรเลย

พอสูงขึ้นมาอีกหน่อย เป็นระดับเทคนิเชียน ระดับวิศวกร แต่อ่านคู่มือต่าง ๆ ไม่เข้าใจ (หรือ อ่านเอกสารสั่งงาน) จับประเด็นไม่ได้ มันก็เกิดปัญหาอีกเช่นกัน แต่ขอบเขตของปัญหามันจะใหญ่/กว้างมากขึ้นกว่าพนักงานทั่วไป  

การเขียนก็เช่นกัน ถ้าหัวหน้างานไม่สามารถเขียนเอกสาร คู่มือการทำงาน หนังสือสั่งการ ให้คนอื่นเข้าใจได้ มันก็ยุ่งอยู่เหมือนกัน

พอมารวมเข้ากับ การสื่อสารที่ต้องอาศัยการฟังเพื่อจับประเด็น การพูดเพื่อให้ผู้อื่นเข้าใจ (หรือ กล่าวรวม ๆ กันว่า การฟัง การอ่าน เป็นการรับอินพุตเข้าเพื่อประมวลผลในสมอง แล้วอาศัย การเขียน การพูด เพื่อส่งเอาต์พุตออกมา หลังจากสมองประมวลผลแล้ว) ถ้าพนักงานทำสิ่งเหล่านี้ได้ไม่ดี ผมว่าองค์กรเดินไปได้ลำบากแล้ว

ทีนี้พอรับอินพุตเข้าไปแล้ว สมองมันก็ต้องนำมาประมวลผลผ่านทางการคิดเชิงวิพากษ์ (เป็นทักษะการคิดที่ใช้พิจารณาเพื่อตัดสินเรื่องใดเรื่องหนึ่ง โดยการไม่เห็นคล้อยตามข้อมูลต่าง ๆ ที่ได้รับเข้ามา (ในทำนอง เราไม่เชื่อข้อมูลนั้น ๆ ) มันจึงเกิดคำถามโต้แย้งต่อข้อมูลเหล่านั้น เป็นการเปิดแนวคิดออกไปสู่ด้านที่แตกต่างกัน เพื่อนำไปสู่การแสวงหาข้อมูลเพิ่มเติมที่มาจากแหล่งที่แตกต่างกัน เพื่อนำไปสู่คำตอบที่แตกต่างกัน) ส่วนการคิดแบบวิเคราะห์ (เป็นทักษะการคิดที่เกิดจากการแยกแยะส่วนต่าง ๆ ออกเป็นส่วนย่อย ๆ เพื่อตรวจสอบดูความเชื่อมโยง หรือ วิเคราะห์ความสัมพันธ์ของส่วนย่อย ๆ ข้างต้น เพื่อนำไปสู่ข้อสรุป (สาเหตุ หรือ เป้าหมาย) ที่ต้องการ)

พอนึกออกไหมครับ เมื่อรับอินพุตเข้ามา (โดยการฟัง การอ่าน) ก็ต้องคิดด้วยว่า ทำไมเขาถึงพูดอย่างนั้น เขียนอย่างนั้น สงสัย หรือ เกิดข้อสรุป อะไรก็ให้พูด ให้ถาม ให้เขียน ออกมา ไม่ใช่อ่านแล้วก็เงียบ ฟังแล้วก็เงียบ ไม่หือ ไม่อือ มันก็ไม่รู้เรื่องกันแล้ว แล้วจะทำงานกันได้อย่างไร

เรื่องพวกนี้มันควรจะถูกฝึกมาจากการเรียนในสถานศึกษา เราต้องฟังอาจารย์สอนสารพัดวิชา เราต้องอ่านหนังสือสารพัดเรื่อง เราต้องจับประเด็น เราต้องทำรายงาน เราต้องพูดหน้าห้อง ผมว่าก็เยอะอยู่นะ ดูแล้วมันไม่น่าจะมีปัญหาอะไรเลย

แต่พอเอาเข้าจริง ๆ แล้ว มันมีปัญหาเรื่องนี้เยอะอยู่ครับ ลองสังเกตดูเอาเถิด และตามความคิดของผม (อันนี้ขอเน้นว่า เป็นความคิดเห็นส่วนตัวนะครับ) ผมว่าตัวหลักก็คือ การฟังนี่และครับ

ลองสังเกตเวลาพวกเราเข้าประชุมดูก็ได้ครับ พอเวลาผ่านไปสักพักลองประเมินดูซิครับว่าจะมีสักกี่คนที่ตั้งใจฟังว่าประธานการประชุมพูดอะไรและในจำนวนนี้จะมีกี่คนที่จับประเด็นได้อย่างครบถ้วน แต่ถ้าพวกเรามีโอกาสเป็นประธานการประชุมที่ต้องนั่งอยู่หัวโต๊ะ หรือ อยู่บนเวทีแล้ว เราจะมองเห็นปฏิกิริยาของผู้เข้าร่วมการประชุมได้อย่างชัดเจน ผมว่าเมื่อผ่านไปสักพัก คงเหลือไม่ถึง 20% ละกระมังที่ยัง ฟังเราพูดอยู่

ถ้าถามผมว่าทักษะเรื่องไหนที่ควรให้การอบรมพนักงานก่อน ผมว่า ทักษะเรื่อง การฟังนี่แหละครับ น่าจัดก่อนเรื่องอื่นเลย ... ถ้าพูดตามหลักการก็มีหลายคอร์สอยู่ แต่ที่ผมชอบ (โดยส่วนตัว) ก็คือคอร์สที่เกี่ยวกับ Dialogue หรือ การสนทนา เพราะมันฝึกให้ผู้เข้าอบรมหัดฟัง หัดจับประเด็น หัดหาข้อสรุปได้ดี

กล่าวโดยสรุปแล้ว สมรรถนะกลุ่มนี้จะเกี่ยวกับ การรับอินพุตเข้ามาผ่านทางการฟัง การอ่าน แล้วเอามาประมวลผลผ่านทางการคิดเชิงวิพากษ์ เชิงวิเคราะห์ ในแง่ของความเป็นเหตุ เป็นผล เป็นตรรกะ โดยอาศัยความรู้ทางคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี เป็นฐาน แล้วก็ส่งผลที่ประมวลได้ออกมาทางการพูด การเขียน เพื่อสื่อหรืออธิบายให้ผู้อื่นเข้าใจ ... ก็ทำนองเดียวกัน เราก็จะเห็นว่า ไม่ว่าคน ๆ นี้จะทำงานในตำแหน่งใด แผนกใด องค์กรใด เขาก็ควรมีสมรรถนะในกลุ่มนี้มิใช่หรือ 

 

กลุ่มสมรรถนะที่เกี่ยวกับการทำงาน (ทั่วไป)
กลุ่มสมรรถนะที่เกี่ยวกับความมีประสิทธิผลของคน

Related Posts

 

Comments

No comments made yet. Be the first to submit a comment
Already Registered? Login Here
Guest
Saturday, 23 June 2018