MSITBlog

2 minutes reading time (414 words)

เราลืมฟังก์ชันของเราไปหรือเปล่า

สมัยก่อนนั้น ผมจะโดนเจ้านายบ่นบ่อย ๆ ว่า ยูลืมทำฟังก์ชันของยูไปหรือเปล่า

ด้วยกำพืดของผมนั้น ผมเรียนจบทางด้านวิศวกรรมมา นิสัยก็หนักไปทางชอบ รื้อ ชอบซ่อม พอเห็นเครื่องมือ เครื่องจักร เสีย ก็อดไม่ได้ที่จะเข้าไปเผือก ไปซ่อมกับเขาด้วย หรือ ถ้ามีเครื่องมือ เครื่องจักร ใหม่ ๆ เข้ามา ก็จะขอแจม ขอเข้าอบรม กับเขาด้วย ก็ของมันชอบนี่ครับ ครั้นพอแจมเข้าไปก็เพลินละซี

พอเจ้านายเห็นเข้า ก็จะโดนบ่นเอาบ่อย ๆ เช่น ไอจ้างยูมาเป็นผู้บริหารนะ ยูก็ควรไปทำฟังก์ชันของยูดีกว่าไหม … หรือ ... เดี๋ยวไอปลดยูลงไปเป็นวิศวกรเลยดีไหม ... หรือ ... เดี๋ยวไอโปรโมตวิศวกรที่ยูไปทำงานแทนเขาขึ้นมาแทนตำแหน่งยูดีไหม เพราะมันใช้ยูทำงานแทนมันได้ ... โอ๊ย สาระพัดที่สรรหามากระแนะกระแหน

ผมก็หัวเราแหะ ๆ ก็ได้แต่นึกในใจว่า ก็มันคันไม้ คันมือ มันอยากรู้นี่หว่า

ฟังก์ชัน หรือ หน้าที่ ๆ ต้องทำของผู้บริหารทั้งหลายก็คือ POSDCoRB (มีหลายแบบนะครับ แต่ผมชอบแบบนี้) ผมขอขยายความเรื่องนี้สักหน่อย ... กูลิคและเออร์วิกค์ ได้ให้แนวคิดทางด้านการบริหารต่าง ๆ เอาไว้ในหนังสือชื่อ “Paper on the Science of Administration” เรารู้จักกันดีในนามของ “POSDCoRB” อันแสดงถึงหน้าที่ หรือ ฟังก์ชันที่สำคัญของผู้บริหารที่ต้องทำมี 7 ประการด้วยกัน ได้แก่

P ก็คือ Planning หรือ การวางแผนนี่แหละครับ เมื่อเรากำหนดเป้าหมาย (Goal) แล้ว เราก็ต้องวางแผนเพื่อบรรลุเป้าหมายที่ตั้งขึ้นมา เห็นไหมครับ ตัวแรกเลย ก็คือกำหนดเป้าหมาย แล้วก็วางแผนเพื่อให้บรรลุเป้าหมายนั้นอย่างมีประสิทธิภาพ

O ก็คือ Organizing หรือ การจัดองค์กร ก็หมายถึง การกำหนดโครงสร้างองค์กรให้เหมาะสมกับงานที่องค์กรต้องทำ โดยแบ่งงานออกเป็นหมวดหมู่ (จะใช้กรอบอะไรมาแบ่ง เช่น ลักษณะงาน สินค้า คุณภาพ) ก็แล้วแต่

S ก็คือ Staffing หรือ การจัดคนเข้ามาทำงาน ง่าย ๆ ก็คือ มีการวางแผนแล้ว มีการแบ่งงานแล้ว ก็ต้องหาคนที่เหมาะสมเข้ามาทำงานนั่นเอง

D ก็คือ Directing หรือ การสั่งการ หรือ อำนวยการ มันก็ตรงตัวแหละครับ ก็คือ การสั่งหรือมอบหมายงานให้พนักงานไปทำงานผ่านทางการใช้เทคนิคต่าง ๆ เพื่อให้พนักงานทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีประสิทธิภาพ

Co ก็คือ Coordinating หรือ การประสานงาน … อันนี้ก็ตรงตัวเช่นกัน คือต้องประสานให้ส่วนต่าง ๆ ของกระบวนการทำงานมีความต่อเนื่องกันไปทางเดียวกัน เพื่อให้การดำเนินงานบรรลุเป้าหมายด้วยความเรียบร้อย ราบลื่น ไม่มีอุปสรรคติดขัด

R ก็คือ Reporting หรือ การรายงาน ถือเป็นกระบวนการและเทคนิคในการรายงานให้ผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นได้ทราบถึงผลการปฏิบัติงาน ดังนั้นส่วนนี้จึงสัมพันธ์กับเรื่องการติดต่อสื่อสารในองค์กรด้วย

B ก็คือ Budgeting หรือ การงบประมาณ ก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับเรื่องการจัดทำงบประมาณ การจัดหางบประมาณ การควบคุมเกี่ยวกับการใช้เงินใช้ทองนั่นเอง

ผมว่าจริง ๆ แล้ว เมื่อเราขึ้นเป็นหัวหน้าเขาเมื่อใด เรื่องข้างบนก็ต้องทำแหละครับ เช่น เราถูกมอบหมายเป็นหัวหน้าทีมงานไปทำอะไรสักเรื่องหนึ่ง มันก็ต้องมีการวางแผนการทำงานของทีม มีการแบ่งงาน มีการคัดเลือกสมาชิก การมอบหมายงานให้สมาชิกไปทำ มีการประสานงาน มีการรายงานความคืบหน้า มีการกำหนดค่าใช่จ่าย เห็นไหมครับ มันต้องทำฟังก์ชันเหล่านี้ทั้งนั้น เพียงแต่ Scale หรือ ขนาดมันเล็กลงหน่อย

เห็นไหมครับ จริง ๆ แล้ว เราก็ถูกฝึกให้ทำมาแล้ว โดยเริ่มทำจาก Scale เล็ก ๆ ไปก่อน เมื่อตำแหน่งใหญ่โตมากขึ้น Scale มันก็จะขยายออกไปเอง ถ้าทำเป็นแล้ว มีความชำนาญแล้ว มันก็ไม่ยากอะไร

เรื่องหนึ่งที่น่าสนใจก็คือ หัวหน้างาน หรือ ผู้บริหารหลายคนทีเดียวที่ถูกโปรโมตขึ้นมา แล้วไม่ได้รับการอบรมเรื่องเหล่านี้อย่างถูกต้องและเหมาะสม … เพราะผู้โปรโมตเขาก็คิดว่า มันเป็นเรื่องธรรมดา ๆ ที่รู้กันจากการทำงานที่ผ่านมาอยู่แล้ว 

ตอนแรกผมก็คิดแบบนั้น แต่เมื่อมาเจอเข้ากับตัวเอง ... มันกลับไม่ง่ายอย่างที่คิดครับ ... มันเหมือนกับจะทำได้ แต่พอ Scale มันใหญ่ขึ้น ต้องการความถูกต้อง แม่นยำ และละเอียดมากขึ้น ... มันกลับทำไม่เป็น (ผลงานออกมาไม่ไดี)  

โดยทั่วไปแล้ว คนที่เก่งทางเรื่องเทคนิค หรือ โตมาจากสายเทคนิค มักจะไม่ค่อยชอบเรื่องงานเอกสาร งานที่ต้องยุ่งเกี่ยวกับผู้คนสักเท่าใด (ผมเองก็ไม่เว้น ถ้าให้ทำก็สักแต่ว่าทำให้ผ่าน ๆ ไป) ถ้าไม่มีการให้การฝึกอบรมงานทางด้านการบริการ และโค้ชช่วยชี้แนะแล้ว (หรือ ถ้าหนัก ๆ อย่างผมก็บังคับเอาเลย เรียกว่า ถ้าทำไม่ได้ ปรับตัวไม่ได้ ก็ไม่ต้องอยู่ที่นี่) คนที่ถูกโปรโมตขึ้นมาก็จะกลับไปทำในสิ่งที่เขาถนัด หรือ สิ่งที่เขาชอบ

ตัวอย่างเช่น ถ้าเราโปรโมตโปรแกรมเมอร์ให้มาเป็นผู้จัดการ และไม่ได้ให้การอบรม ชี้แนะงานทางด้านบริหารแก่เขามาก่อน เขาก็จะกลับไปยุ่งกับงานของโปรแกรมเมอร์ที่เขาถนัดเสียเป็นส่วนมาก ส่วนเจ้า POSDCoRB นี่แทบจะไม่ได้ทำเลย ก็เหมือนผมที่โดนเจ้านายบ่นนั่นแหละครับ ท่านก็กลับว่า ผมจะถอด เสื้อความเป็นวิศวกรออกไม่ได้ มันก็ทำให้ใส่ เสื้อผู้บริหารไม่ได้

ในมุมมองของผมนั้น ถ้าเราจะโปรโมตใครสักคนหนึ่ง (ในสายเทคนิค สายช่าง) ขึ้นเป็นผู้บริหาร เราก็ควรจะอบรมเรื่องความรู้ เครื่องมือต่าง ๆ ที่เขาต้องใช้ในการบริหารงานให้ก่อน แล้วให้เขาลอง Acting ดูสักพักเพื่อให้เขานำความรู้ เครื่องมือต่าง ๆ ที่ได้รับการอบรมมาทดลองใช้งานดู ถ้าไปไหวก็โปรโมตไป ถ้าไปไม่ไหว ก็ไม่ต้องโปรโมต ให้เขาทำตำแหน่งเดิมดีกว่า …

การที่เราไม่ได้รับการอบรมเขาก่อนที่จะขึ้นเป็นผู้บริหาร อันนี้จะไปโทษเขาว่าบริหารงานไม่เป็นก็ไม่ได้ คงต้องโทษผู้ที่โปรโมตเขา หรือ ระบบการฝึกอบรมขององค์กรนั้น ๆ แต่อีกประเภทหนึ่ง คือ ให้การฝึกอบรมแล้ว ชี้แนะแล้ว ก็ยังปรับตัวไม่ได้ ทำไม่ได้ (จริง ๆ แล้วก็คือ ไม่ชอบงานแบบนี้ จึงไม่อยากทำ) … แบบนี้เราก็อยู่ไปโปรโมตเขาเลย ผมว่าเสียทั้งสองฝ่าย คือ องค์กรก็เสียวิศวกรดี ๆ ไปคนหนึ่ง แล้วก็ได้ผู้บริหารแย่ ๆ มาคนหนึ่ง ไม่คุ้มเลยครับ

ผมมีเรื่องเล่าขำ ๆ อยู่เหมือนกัน วันหนึ่ง ผมก็คุยกับผู้จัดการคนหนึ่งที่เป็นลูกน้องผมว่า เอ็งอย่าลืมโฟกัสเรื่องฟังก์ชันการบริหารนะ อย่ามัวเพลินไปขลุกอยู่กับงานช่างมากนัก เดี๋ยวมันจะเข้าข่ายที่เขาพูดกันว่า หาผู้บริหารที่เป็นวิศกรนั้นหาง่าย (หมายความว่า เป็นผู้บริหารแล้ว ก็ยังทำตัวเป็นวิศวกรอยู่) แต่หาวิศวกรที่เป็นผู้บริหารนั้นหายาก (หมายความว่า เป็นผู้บริหารแล้ว ก็ยังสามารถใช้พื้นฐานความรู้เชิงวิศวกรรมเข้ามาช่วยทำฟังก์ชันการบริหารได้เป็นอย่างดี มีตรรกะ/เหตุผลชัดเจน)”

พอผมพูดจบมันสวนเลยครับ ถึงเป็นผู้บริหารสันดานวิศวกรอย่างผม แต่ผมก็ยังทำงานนะครับ ดีกว่าไอ้พวกทำตัวเป็น Messenger วัน ๆ เอาแต่คาบข่าววิ่งกลับไปกลับมาเหมือนหมาคาบจดหมาย ไม่เห็นทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลย” … ผมหัวเราก๊ากซีครับ มันเปรียบเทียบซะเห็นภาพขนาดนั้น

แต่เพื่อให้มันระบายอารมณ์หน่อย ผมก็ถามว่า เอ็งพูดเรื่องอะไรวะ ตูงง … ช่วยขยายความหน่อยซิ

เขาตอบด้วยเสียงประชดประชันว่า ก็ไอ้พวกวัน ๆ เช้ามาก็วิ่งไปรับ (คาบ) คำสั่งมาจากเจ้านายมา แล้วก็ (คาบ) มาบอกลูกน้องว่าเจ้านายใหญ่สั่งให้ทำเรื่องนั้น เรื่องนี้ พอเย็นมาก็วิ่ง (คาบ) เอาผลงานของลูกน้องกลับไปรายงานเจ้านายเป็นความดีความชอบของตัวเอง ลูกน้องมันด่ากันทั้งแผนก ผมว่าอาจารย์ก็รู้ว่าผมหมายถึงใคร   

ผมก็พูดต่อว่า อ้าว แล้วเอ็งไปเผือกอะไรกับเขาละ เขาอาจทำฟังก์ชันการวางแผน การใช้คน และการประสานงานได้อย่างยอดเยี่ยมก็ได้

เขาตอบว่า เฮ่ย มันไม่ใช่แบบนั้นนะซี อันนี้น่าจะเป็นฟังก์ชัน เลียได้อย่างยอดเยี่ยมละกระมัง เห็นแล้วหมั่นใส้ หงุดหงิด รำคาญหู รำคาญตา เข้าใจไหมครับ” ….

ผมก็รุกต่อว่า เอ็งก็อย่าไปมองเขาซิ

เขาบอกว่า ผมก็ไม่อยากจะมองมันหรอกครับ แต่มันเห็นเอง แล้วมันก็อดไม่ได้ …. แจ๊ด ๆ แว๊ด ๆ

หูอื้อเลยตู เออ เอาเข้าไป แหมฟังก์ชันนี้ฝรั่งเขาก็ไม่ได้นิยามเอาไว้ซะหน่อย แต่รู้สึกว่าเป็นที่นิยมกันอยู่นะครับ

 

ได้ทำ ... ทำได้ ... ทำเป็น
กรอบความคิดที่มีเราเป็นตัวตั้ง

Related Posts

 

Comments

No comments made yet. Be the first to submit a comment
Already Registered? Login Here
Guest
Friday, 21 September 2018