MSITBlog

1 minute reading time (186 words)

Cloud อีกหน่อย

บล็อกที่แล้ว เราคุยกันเรื่องคลาวด์กันไปบ้างแล้ว เรามาขยายความเพิ่มกันอีกสักหน่อย

ถ้ามองในเชิงของผู้ใช้งานแล้ว ผมว่ามันก็มีข้อดีคือ ผมสามารถกำหนดความต้องการในการใช้งาน (On – demand) ด้วยตัวของผมเอง เช่น ผมจะเพิ่มเนื้อที่ในการใช้งาน ผมก็กำหนดเอาตามที่ผมต้องการ แล้วผมก็จ่ายเงิน มันก็คล่องตัวดี

ผมสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบให้เป็นไปตามความต้องการได้อย่างรวดเร็ว (ในเชิงของความหยืดหยุ่น) เช่น อยากได้เรื่องนี้เพิ่ม อยากเพิ่มตรงโน้น ผมก็สามารถทำได้อย่างรวดเร็วและเป็นแบบอัตโนมัติด้วย

ผมสามารถเข้าถึงระบบได้จากอุปกรณ์มาตรฐานทั่วไปที่สามารถเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตได้ และเรื่องที่สำคัญก็คือ มันรวมทรัพยากรที่สำคัญ ๆ เข้าไว้ด้วยกัน อยู่ที่เดียวกัน ทำให้ผมมีความคล่องตัวในการใช้งาน

ขณะเดียวมันก็มีข้อจำกัดอยู่เช่นกัน เช่น เรื่องความปลอดภัยของข้อมูล (ผมมองในเชิงว่า ข้อมูลมันหลุดมือจากเรา ไปอยู่ในมือคนอื่น ความเชื่อมั่นของเราก็จะลดลง ทั้ง ๆ ที่เขาอาจจะดูแลดีกว่าที่เราทำอยู่ในปัจจุบันก็ได้) ปัญหาเรื่องความต่อเนื่อง (เช่น ถ้าเราเปลี่ยนจากผู้ให้บริการเจ้าหนึ่งไปเป็นอีกเจ้าหนึ่งซึ่งมีมาตรฐานต่างกัน มันย่อมเกิดข้อจำกัดขึ้น) ความคล่องตัว (เมื่อเทียบกับถ้าเรามีทรัพยากรเป็นของเราเอง) เป็นต้น

ครั้งแรกที่ผมใช้คลาวด์ ก็แค่เก็บข้อมูลขององค์กรเอาไว้ (ตอนนั้นก็กลัว ๆ อยู่ ก็เลยเอาแต่ข้อมูลที่ไม่วิกฤติต่อความเป็นความตายขององค์กรไปเก็บไว้) ต่อมาก็เริ่มนำข้อมูลที่เกี่ยวกับการทำงานร่วมกันในโซ่อุปทานขึ้นไปเก็บเอาไว้ เพื่อให้สมาชิกในโซ่อุปทานใช้งานร่วมกัน (ขอให้นึกง่าย ๆ ก็คือ โปรแกรม ERP ของสมาชิกในโซ่อุปทานสามารถใช้งานข้อมูลนี้ร่วมกันได้ ก็ทำให้การทำงานเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ) … ต่อมาจึงเริ่มใช้โปรแกรมของผู้ให้บริการ ในเชิงของการเอาต์ซอร์ตงานออกไป และในที่สุดก็เริ่มใช้โปรแกรมของเขาบางโปรแกรมเพื่อใช้ประมวลผลข้อมูลต่าง ๆ  

ผมสังเกตุว่า เมื่อเวลาผ่านไปองค์กรต่าง ๆ ก็เริ่มปรับตัวมีการสร้างสรรค์นวัตกรรมขึ้นมา (เช่น ทำเว็บ ทำ App ทำ e-commerce ทำ m-commerce ตามกระแสธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ๆ) จึงเกิดความต้องการใช้ IT ที่ง่ายและไม่ต้องมาวุ่นวายกับมันมาก (เอาแบบง่าย ๆ ก็คือปั้นความต้องการขึ้นมา แล้วก็โยนโครมเข้าไปในคลาวด์ ก็ได้มาแล้ว) แต่ขณะเดียวกันก็ต้องการประสิทธิภาพทางด้านการจัดระเบียบ/จัดระบบได้ดีขึ้นและมีความประหยัดสูง ตรงนี้ก็ทำให้คลาวด์ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ ส่งผลให้ผู้สร้างโปรแกรมหลายรายหันมาพัฒนาโปรแกรมให้เหมาะสมกับการใช้งานบนคลาวด์ เช่น Cloud ERP, SCM บนคลาวด์ เป็นต้น

นอกจากนั้น (โดยอาศัยแนวคิดของคลาวด์) มันยังเกิด Cloud Manufacturing ขึ้นมาด้วย .. ซึ่งมันเป็นการพัฒนาต่อยอดขึ้นมาเรื่อย ๆ จาก Traditional Manufacturing มาเป็น Intelligence Manufacturing (หรือ e – Manufacturing) มาเป็น Smart Manufacturing และกำลังจะเป็น Cloud Manufacturing

จำได้ไหมครับ ตอนที่มี SaaS ผมก็แย่แล้ว เพราะไม่รู้จะทำอะไร ก็เลยไปโฟกัสในเชิงของการเอา IT ไปช่วยในการผลิต คราวนี้พอมี Cloud Manufacturing ขึ้นมาอีก (ให้นึกง่าย ๆ ว่า ผู้ว่าจ้างโยนงานขึ้นคลาวด์ เพื่อไปออกแบบ ไปผลิต ที่ไหนก็ได้ในโลกนี้) อันนี้คงจะสร้างความปวดหัวให้กับคนที่ทำงานในโรงงานขึ้นไปอีกมากทีเดียวเชียว … และนับวัน IT จะเข้าไปเกี่ยวข้องมากขึ้นเรื่อย ๆ 

ยุค Industrial 3.0 นั้น โรงงานเป็นแบบอัตโนมัติทั้งหมด หรือ e - Manufacturing หรือ Intelligence Manufacturing

ยุค Industrial 4.0 โรงงานต้องเป็น Smart Manufacturing แล้ว และมีการใช้ Cloud computing แล้ว

ดังนั้น Cloud Manufacturing จึงน่าจะเป็นยุค 4.5 หรือ 5.0 ไปแล้วกระมัง

 

Mobile Devices เป็นตัวเร่ง?
การประมวลผลบนคลาวด์ (Cloud Computing)

Related Posts

 

Comments

No comments made yet. Be the first to submit a comment
Already Registered? Login Here
Guest
Monday, 10 December 2018