MSITBlog

2 minutes reading time (395 words)

ไม่ใช่แค่วางแผนนะครับ

เราคุยกันมายืดยาวนั้น มันยังอยู่บนแกนของการรับคำสั่งซื้อ การวางแผนการผลิต การประมวลผลทางด้านธุรกรรม และการจัดการธุรกิจ โดยอาศัย IT เข้ามาสนับสนุน เพื่อให้เข้าใจมากขึ้น ลองดูจากรูปด้านล่างครับ   

เรามีช่องทางเชื่อมต่อกับโลกภายนอกและภายในเพื่อรับส่งข้อมูล (EDI, Internet, Intranet, Extranet) เรามีประตูบ้านให้ลูกค้าเข้ามาหาเราหรือแจ้งเรื่องบางเรื่องให้เขาทราบ (Web Technoly) เรามีตัวแบบในการดำเนินธุรกิจแบบ E – Commerce (B2B, B2C) เรามีซอฟต์แวร์ช่วยในการวางแผนการผลิตและฟังก์ชันทางธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการผลิต (ERP, WMS, TMS, …) เรามีซอฟต์แวร์ช่วยในเรื่องการจัดการในองค์กรธุรกิจ (MIS, DSS, EIS, ES, AI, BI, …) โดยมีโครงสร้างพื้นฐานด้าน IT เข้ามาช่วยสนับสนุนทางด้าน Business Side 

ที่ผ่านมา ผมจะเริ่มด้วยการที่ลูกค้าติดต่อเข้ามาเยี่ยมชมโรงงาน ขอใบเสนอราคา (โดยส่งเอกสารที่เกี่ยวข้อง เช่น BOM, Drawing, … มาให้) แล้วเราก็สร้าง BOM ขึ้นมาใหม่ ทำการออกแบบกระบวนการผลิต แล้วก็ทำใบเสนอราคาส่งไปให้เขา เมื่อตกลงราคา เซ็นสัญญากันแล้ว ก็เริ่มทำการทดลองผลิตเพื่อเป็นการยืนยันกระบวนการผลิตที่ออกแบบไว้ จากนั้นลูกค้าก็ส่งใบ Order มาให้เรา เพื่อบอกว่าเราต้องผลิตสินค้าอะไร จำนวนเท่าใดให้เขา เราก็จะเริ่มวางแผนการผลิต วางแผนการซื้อวัตถุดิบ วางแผนกำลังการผลิตกัน นำวัตถุดิบมาแปรรูปเป็นสินค้า แล้วก็จัดส่งไปให้ลูกค้า

ทีนี้ลองมองใหม่ ผมสมมติว่าลูกค้าปัจจุบันรายหนึ่ง ได้ส่งภาพวาดของสินค้าใหม่ของเขามาให้ฝ่ายวิศวกรออกแบบและผลิตให้ (ราคาค่อยว่ากันทีหลัง) เราลองมาดูซิครับว่า ข้อมูลมันจะไปไหลไปอย่างไร

ลูกค้าอาจจะ Upload ข้อมูลเข้ามาทางอินเตอร์เน็ต หรือ แปะเข้ามาทางเว็บไซต์ขิงเรา จากนั้นข้อมูลมันจะไหลผ่าน CRM มาสู่ระบบ ERP แล้วเข้ามาหายังส่วน Product Define ซึ่งจะใช้แยกแยะว่าสิ่งนั้น ๆ (สินค้า) จัดอยู่ในกลุ่มใด มีองค์ประกอบ และลักษณะเป็นอย่างไร

จากนั้นวิศวกรจะใช้คอมพิวเตอร์ช่วยออกแบบ (Computer Aided Design, CAD) เขียน/วาดภาพรายละเอียดออกมา แล้วก็จะนำเข้าสู่การใช้คอมพิวเตอร์ช่วยงานวิศวกรรม (Computer Aided Engineering, CAE) อันเป็นกระบวนการนำคอมพิวเตอร์มาช่วยวิเคราะห์หรือพยากรณ์ว่าสิ่งที่ออกแบบนั้นสามารถทำงานได้ตามต้องการหรือไม่ จะแก้ไข จะปรับ อะไร ก็กลับไปแก้ใน CAD แล้วส่งกลับเข้ามาที่ CAE ใหม่ ก็ทำจนกว่าจะได้ผลออกมาตามต้องการ

สมมติว่า ลูกค้าอยากได้แก้วใส่น้ำพลาสติกติกดังรูป A ใบเดียว เราก็ส่งไฟล์ CAD เข้าเครื่อง 3D Printing พิมพ์ออกมาก็จบ ถ้าลูกค้าอยากได้แก้วแบบโลหะ เราก็ส่งไฟล์ CAD เข้าเครื่อง CNC ทำการกัดแท่งโลหะออกมาเป็นตัวแก้วโลหะ ถ้าลูกค้าต้องการแก้พลาสติกแบบ C จำนวนมาก เราก็ส่งไฟล์เข้าเครื่อง CNC ทำแม่แบบเพื่อฉีดพลาสติกออกมา แล้วก็ฉีดพลาสติกออมาเป็นแก้ว

ทีนี้ถ้าลูกค้าต้องการให้เราผลิตเมาส์ละ อันนี้เราต้องนำรูปร่างที่เราออกแบบในภาพรวม มาแยกออกเป็นส่วนต่าง ๆ เช่น ฐานด้านล่าง ด้านบน แป้นกด และส่วนประกอบภายในอื่น ๆ การทำแบบนี้เรียกว่า การออกแบบสินค้าเพื่อการผลิต (Product Design for Manufacturing, PDM) อันเป็นการแยกออกเป็นชิ้นส่วนย่อย ๆ จากนั้นเราก็สร้าง BOM ขึ้นมา หรือ ต้องทำการออกแบบสินค้าเพื่อให้ผลิตได้ง่าย (คือทำให้สินค้าเหมาะสมกับเทคโนโลยีการผลิตของเรา) หรือ ทำให้ประกอบได้ง่าย อีกครั้ง ก็ว่ากันไป

ในช่วงนี้ เราอาจจะต้องร่วมมือกับซัพพลายเออร์ หุ้นส่วน (Partner) เพื่อช่วยออกแบบบางส่วนก็ได้ ตรงนี้ก็เป็นเรื่องของ Collaborative Product Commerce, CPC) หรือ การร่วมมือกันเพื่อสร้างสินค้าออกมาขายให้กับลูกค้านี่แหละ ตรงไหนที่ต้องร่วมมือกันทำงาน ก็ต้องอาศัยเทคโนโลยีเพื่อสนับสนันการทำงานเป็นกลุ่ม (Group Technology) เข้าช่วย

จากที่กล่าวมาแล้วว่า ข้อมูลจากการออกแบบโดย CAD จะถูกส่งมายัง CAM (Computer Aided Manufacturing) หรือ การใช้คอมพิวเตอร์ช่วยในการผลิต ซึ่งจะเป็นซอฟต์แวร์เพื่อควบคุมเครื่องจักร เช่น เครื่องจักรซีเอ็นซี (CNC: Computer Numerical Controlled) ซึ่งเป็นเครื่องจักรที่ใช้สำหรับกัดวัตถุดิบ (โลหะ, ไม้, พลาสติกสังเคราะห์) ให้ได้รูปร่างตามแบบชิ้นงานที่ได้ออกแบบไว้โดย CAD)) แล้ว ให้สามารถสร้างชิ้นงานหรือชิ้นส่วนได้ตามที่ได้ออกแบบไว้แล้ว

บางครั้ง เราอาจต้องใช้โปรแกรม Computer Aided Process Planning (CAPP) เพื่อแปลงข้อมูลจาก CAD เป็นการวางแผนกระบวนการผลิตก่อน แล้วจึงส่งให้ CAM

บางครั้งก็เป็นไปได้ที่ลูกค้าจะส่งไฟล์ของโปรแกรม CAD มาให้เรา ซึ่งเป็นคนละมาตรฐานกับของเรา (หรือ ง่าย ๆ ก็คือเรากับลูกค้าใช้โปรแกรมคนละตัวกัน เราก็ต้องการโปรแกรมประเภท Standard for Exchange of the Product Model Data หรือ STEP มาช่วยแปลงมาตรฐานต่าง ๆ ให้สามารถใช้ร่วมกันได้

ส่วนที่ผ่านมานั้น เราจะพิจารณาในระดับที่อยู่เหนือตัวเครื่องจักร/เครื่องมือ เช่น ชุดคำสั่งที่ใช้ควบคุมเครื่องจักรเป็นต้น คราวนี้ก็มาในระดับเครื่องจักรกัน

กลับมาที่ตัวอย่าง ลูกค้าต้องการแก้วใส่น้ำโลหะใบหนึ่ง เราก็ทำการออกแบบโดยใช้ CAD แล้วดูความถูกต้องเหมาะสมโดยใช้ CAE จากนั้นก็ใช้ CAM สั่งการมายังเครื่อง CNC ให้กัดโลหะออกมาเป็นแก้วโลหะ เราจะเห็นว่า ถ้าระบบมันเชื่อมต่อกับ เครื่องมือ/เครื่องจักรซึ่งเป็นแบบอัตโนมัติ เช่น CNC, 3D Printer, Robot Arm ได้ ข้อมูลมันจะไหลจาก CAD/CAE/CAM มายังเครื่องจักรที่ควบคุมโดยคอมพิวเตอร์ เครื่องจักรก็สามารถสร้างงานออกมาได้ทันที

ถ้าเรามองเฉพาะส่วนของ Manufacturer ในกรอบล่างสุด เราจะเห็นว่า การผลิตของเราจะมีความคล่องตัวมาก เพราะเราสามารถสั่งให้ปรับเปลี่ยนรูปแบบสินค้าได้โดยอาศัยการสั่งการผ่านคอมพิวเตอร์จากการทำงานในชั้นที่อยู่เหนือขึ้นไป ระบบแบบนี้เราเรียกว่า Flexible Manufacturing System หรือ FMS หรือ ระบบการผลิตที่มีความยืดหยุ่น นั่นเอง

ว่ากันจริง ๆ แล้ว พอผมอายุมากขึ้น มองอะไร ๆ มันเหมือนกลับทิศไปหมด สมัยก่อนตอนผมยังหนุ่ม ๆ ก็มองกันว่า โรงงานใดที่ผลิตสินค้าได้เยอะ ๆ (Mass Production) ใช้เวลาน้อย ๆ มีคุณภาพสูง ๆ แบบนี้เรียกว่าสุดยอด แต่พอแก่เฒ่าอย่างปัจจุบัน (ในยุค 4.0) กลับกลายเป็นว่า ถ้าโรงงานเจ๋งจริง ก็ต้องผลิตสินค้าให้ได้ตามที่ลูกค้าต้องการซิ แม้จะชิ้นเดียวก็ตาม มันเปลี่ยนจาก Mass Production มาเป็น Discrete Production ไปแล้ว ตัวอย่างมีให้เห็นเยอะไป เช่น บริษัทผลิตรองเท้าระดับโลกก็สามารถผลิตรองเท้าตามแบบของเราได้ (คู่เดียว) หรือ บริษัทรถยนต์ระดับโลกก็สามารถผลิตรถยนต์ตามแบบที่เราต้องการได้ (คันเดียว) … (ขอวงเล็บหน่อย ถ้าเรามีเงินจ่ายนะ

ตอนนี้โลกมันกลับตาลปัตรไปแล้วกระมัง ถ้าเป็นสมัยก่อน ใครมาบอกให้โรงงานผลิตสินค้าให้ชิ้นเดียว คนในโรงงานต้องคิดว่า ลูกค้าคงเพี้ยนไปแล้วกระมัง โถ ๆ คุณลูกค้าที่รัก หลักร้อย หลักพัน ทางโรงงานยังไม่อยากจะคุยด้วยเลยครับ … แต่ตอนนี้ ก็คงต้องตอบว่า ยินดีครับคุณลูกค้าที่รัก เดี๋ยวผมจัดการให้ ... แต่แพงนา คุณแน่ใจนะว่า ยินดีที่จะจ่าย

แต่ถ้าดูตามที่ผมอธิบายมานั้น มันก็ทำได้จริง ๆ ครับ โดยอาศัยเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่เจริญรุดหน้ามาตามกาลเวลาเข้าช่วย เช่น อยากได้แก้วน้ำแปลก ๆ สักใบ พอผมออกแบบเสร็จโยนใส่ 3D Printer เพื่อให้พิมพ์ออกมา แล้วก็นำมาวาดลวดลาย เคลือบเงาให้สวยงาม มันจบได้ครับ … เอ ... หรือว่า พวกเรามาเปิดโรงงานเล็ก ๆ ที่บ้านกันไหมครับ แก้เหงา

 

ฝัน ... (ไปเถอะ)
ยืดหัวท้าย ด้วย SCM

Related Posts

 

Comments

No comments made yet. Be the first to submit a comment
Already Registered? Login Here
Guest
Thursday, 20 February 2020