MSITBlog

1 minute reading time (167 words)

Value Chain Model (1)

A

เรื่องที่ผ่านมานั้น ผมเล่าเรื่องต่าง ๆ ผ่านทางการมองผ่านกรอบของ IT ว่า เรามีซอฟต์แวร์ มีฮาร์ดแวร์ อะไรให้ใช้บ้าง แต่ละตัวใช้ทำอะไร ทั้งนี้เพื่อให้พอเข้าใจการใช้งานคร่าว ๆ คราวนี้ ผมจะเล่าผ่านกรอบการมองทางด้านการดำเนินธุรกิจบ้าง โดยอาศัยอุตสาหกรรมการผลิตเป็นกรอบในการเล่าเรื่อง …. ซึ่งเชื่อมต่อไปยัง Industrial 4.0 ต่อไป

เรื่องที่เราต้องยอมรับกันก็คือ ฟังก์ชันหนึ่งของ IT ก็คือการให้การสนับสนุนกระบวนการทางธุรกิจให้ดำเนินไปอย่างรวดเร็ว และการให้การสนับสนุนนี้ก็ทำได้หลายทางด้วยกัน … ผมจะค่อย ๆ เล่าให้ฟังนะครับ แต่ตอนนี้อยากให้ผู้อ่านลองสมมติตัวเองว่า องค์กรของเราดำเนินธุรกิจโดยผลิตสินค้าเพื่อขายให้กับลูกค้านะครับ

 

ในยุคปัจจุบันนี้ เราจะเน้นไปในเรื่อง "คุณค่า (Value)" เป็นหลัก หมายความว่า เราต้องพิจารณาว่า คุณค่าอะไรที่เราต้องนำเสนอให้ลูกค้า หรือ ถ้ามองย้อนกลับขึ้นไปก็ต้องถามว่า ลูกค้าต้องการสินค้าของเราไปใช้เพื่ออะไร แล้วเราก็ต้องทำสิ่งนั้นใส่เข้าไปในตัวสินค้าของเรา 

ถ้าเรามองแบบนี้ ก็หมายความว่า การผลิตสินค้าก็คือกระบวนการในการเพิ่มคุณค่าเข้าไปในตัวสินค้าไปเรื่อย ๆ นี้ไว้ก่อน … ตัวแบบที่มองแบบนี้คือ Value Chain ของ Michael Porter ตามที่แสดงไว้ในดังรูปด้านล่าง

ตัวแบบนี้ แสดงให้เห็นถึงกิจกรรมภายในขององค์กรที่ทำการเพิ่มคุณค่าให้กับสินค้าขึ้นไปเรื่อย ๆ (โดยการเปลี่ยนอินพุตให้เป็นเอาต์พุตในกระบวนการทั้งหลาย) จนได้สินค้าที่แล้วเสร็จออกมา ตัวแบบนี้ประกอบไปด้วยกิจกรรมสองกลุ่ม คือ กลุ่มกิจกรรมหลัก (Primary Activities) และกิจกรรมสนับสนุน (Support Activities)

กลุ่มกิจกรรมหลัก ประกอบด้วย

ลอจิสติกส์ขาเข้า (Inbound Logistics) ได้แก่กิจกรรมที่เกี่ยวกับ การรับวัตถุดิบ การจัดเก็บเข้าคลังสินค้า การควบคุมสินค้าคงคลัง เป็นต้น

การดำเนินการ (Operations) ได้แก่กิจกรรมที่เกี่ยวกับ การเปลี่ยนอินพุตให้เป็นสินค้าที่แล้วเสร็จเพื่อสร้างคุณค่าตามที่ลูกค้าต้องการ

ลอจิสติกส์ขาออก (Outbound Logistics) ได้แก่กิจกรรมที่เกี่ยวกับ การนำสินค้าที่แล้วเสร็จไปสู่ลูกค้า ทั้งนี้รวมถึง การจัดเก็บในคลังสินค้าและการเติมเต็มคำสังซื้อ (Order Fulfillment)

การขายและการตลาด (Marketing and Sales) ได้แก่กิจกรรมที่เกี่ยวกับผู้ซื้อสินค้า และรวมถึง การโฆษณา การตั้งราคา การเลือกช่องทางกระจายสินค้า เป็นต้น

การให้บริการ (Service) ได้แก่กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับ การดูแลรักษาและการปรับปรุงคุณค่าของสินค้าให้ดีขึ้น ทั้งนี้รวมถึง การให้การสนับสนุนลูกค้า การซ่อมแซมแก้ไข การรับประกัน เป็นต้น

กลุ่มกิจกรรมสนับสนุน ประกอบด้วย

การจัดหา (Procurement) ได้แก่ การจัดซื้อวัตถุดิบและอินพุตที่เกี่ยวข้องเพื่อนำมาใช้ในกิจกรรมสร้างคุณค่าเข้าไปในตัวสินค้า

การพัฒนาเทคโนโลยี (Technology Development) ได้แก่ การวิจัยและพัฒนาสินค้า การทำให้กระบวนการเป็นอัตโนมัติ ตลอดถึงกิจกรรมต่าง ๆ อันเป็นไปเพื่อสนับสนุนกลุ่มกิจกรรมหลัก

การจัดการทรัพยากรมนุษย์ (Human Resource Management) ได้แก่การสรรหาพนักงาน การว่าจ้าง การพัฒนาและกอบรมพนักงาน และเรื่องเกี่ยวกับเงินเดือนและสวัสดิการ เป็นต้น

โครงสร้างพื้นฐานขององค์กร (Firm Infrastructure) เช่น การเงิน กฏหมาย การควบคุมคุณภาพ เป็นต้น

เราจะเห็นว่า วัตถุดิบที่รับเข้ามามันจะวิ่งผ่านกลุ่มของกิจกรรมหลักไปเรื่อย ๆ จนกลายเป็นสินค้าที่แล้วเสร็จแล้วส่งไปให้ลูกค้า ในขณะเดียวกันก็จะมีกิจกรรมอีกกลุ่มหนึ่งที่ต้องดำเนินการเพื่อให้กิจกรรมหลักดำเนินไปได้อย่างรวดเร็ว ไม่ติดขัด

ถ้าเราใช้กรอบนี้ มาพิจารณากระบวนการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น เราก็จะพอมองเห็นว่า เราจะใช้ IT เข้าไปช่วยได้อย่างไรบ้าง บล็อกต่อไป ผมจะเชื่อม IT เข้ากับกิจกรรมหลักตามตัวแบบของ Porter นะครับ เพื่อชี้ให้ผู้อ่านเห็นว่า IT จะเข้าไปสนับสนุนกระบวนการทางธุรกิจได้อย่างไร     

Value Chain (2)
Global Connect

Related Posts

 

Comments

No comments made yet. Be the first to submit a comment
Already Registered? Login Here
Guest
Thursday, 16 August 2018