MSITBlog

1 minute reading time (282 words)

เทคโนโลยีเว็บ ทำให้ลมตีกลับ

A

ที่ผ่านมาผมมักใช้คำว่า เว็บมาเรื่อย ๆ เว็บช่วงแรกนั้น ผู้สร้างเว็บทำได้ก็แค่เอาเนื้อหาต่าง ๆ ใส่เข้าไปในเว็บ จอภาพก็แสดงเนื้อหานิ่ง ๆ ผู้อ่านก็อ่านได้อย่างเดียว (เหมือนกับเราอ่านหนังสือพิมพ์นี่แหละ จะเข้าไปเขียนโน่นนี่นั่นเพิ่มเข้าไปก็ไม่ได้) มันก็เหมือนผู้สร้างเว็บพูดอยู่ฝ่ายเดียว ผู้อ่านจะคุย จะถามอะไรก็ไม่ได้

ด้วยเหตุนี้ การค้าขายในช่วงแรก ๆ ผู้ขายก็แค่ระบุบนเว็บว่า มีอะไรขายบ้าง ราคาเท่าใด ถ้าใครสนใจก็ติดต่อมาตามที่อยู่ด้านล่าง หรือ โทร หรือ Fax มาเบอร์นี้ จบ

ต่อมาก็มีการพัฒนาเว็บให้เนื้อหามันปรับเปลี่ยนได้ ใส่รูป ใส่วิดีโอได้ การแสดงสินค้าก็ใส่รายละเอียดได้มากขึ้น ทำให้สวยงามขึ้น และที่สำคัญก็คือผู้ใช้สามารถอินพุตหรือใส่ข้อความเข้าไปในเว็บได้ คราวนี้มันเหมือนพูดจาตอบโต้กันได้ระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย เขาก็เรียกว่าเว็บแบบนี้ว่าเป็นรุ่นสอง หรือ Web 2.0 … แล้วก็เรียกเว็บแบบแรกว่า เป็นรุ่นหนึ่ง หรือ Web 1.0 … ช่วงแรก ๆ ผมว่าผู้ที่ใช้เทคโนโลยีของ Web 2.0 ได้ประโยชน์อย่างเต็ม ๆ ก็คือ Wiki นี่แหละ เพราะผู้อ่านเข้าไปช่วยกันเพิ่มข้อมูลจนกลายเป็นฐานข้อมูลที่มีประโยชน์ต่อคนทั่วโลก

ลองเทียบดูนะครับ ก่อน ๆ ลูกค้าสอบถามข้อมูลเข้ามาทาง Fax ทางโทรศัพท์ ทางเอกสาร จะตอบช้าบ้าง ไม่ตอบบ้าง ก็ไม่มีใครรู้ แต่คราวนี้ลูกค้าสามารถติดต่อผ่านเว็บได้ ขืนทำงานแบบเช้าชาม เย็นไม่ต้อง ก็ไม่มีใครเขามาสนใจหรอก ตัวเลือกมีเยอะแยะไป ใครบริการได้ดีกว่า (เร็วกว่า ถูกกว่า มากกว่า …. ) ก็จะได้เปรียบในการแข่งขัน กระแสมันก็ตีกลับซีครับ จากที่พูดอย่างเดียว ลูกค้าจะคิดยังไงก็ไม่รู้ คราวนี้ลูกค้าพูดบ้าง ก็โดนบี้ละซีทีนี้

สังเกตไหมครับ ในปัจจุบันนี้ พอเราเข้าไปดูข้อมูลบางเว็บ เขาจะมีกรอบเล็ก ๆ โผล่ขึ้นมาทางด้านล่างขวาของจอภาพ แล้วถามว่า เราต้องการข้อมูลเพิ่มไหม จะคุยกับเขาไหม แม้ว่า มันจะเป็นการคุยกับคอมพิวเตอร์ (เราไม่ได้คุยกับคนจริง ๆ ที่พิมพ์ข้อมูลผ่านแป้นพิมพ์) ก็ตามแต่ก็จะเห็นว่า มันเป็นการพยายามให้ข้อมูลแก่ลูกค้าให้มากที่สุดและเร็วที่สุดด้วย

ตัวอย่างของลมตีกลับที่ชัดเจนเรื่องหนึ่ง ถ้าใครทำงานมานาน ๆ อย่างผมนี้ สมัยก่อนเราจะเห็นว่า เวลาพนักงานเข้าไปทำงานในองค์กรหนึ่ง ๆ ฝ่าย IT จะเป็นผู้ผลักดันพนักงาน เช่น คุณเข้ามาแล้ว คุณใช้ E -Mail บนเครื่องคอมพิวเตอร์แบบนี้ ๆ นะ ต้องใช้โปรแกรมนี้ ๆ เพื่อทำอย่างนี้นะ พนักงานก็เรียนไปใช้ไปตามที่กำหนดไว้ … IT จะเป็นฝ่ายผลักดัน (Drive) พนักงานให้ทำตามสิ่งที่กำหนดไว้

พอยุคสมาร์ตโฟนได้รับความนิยม กระแสมันตีกลับ พนักงานกลับมาบอกว่า คุณต้องทำให้โปรแกรมมันใช้งานบนมือถือได้นะ และทั้งสองค่ายด้วย โปรแกรมนั้น โปรแกรมโน้น ต้องออกเว็บได้นะ เวลาอยู่นอกบริษัทจะได้เข้ามาใช้งานได้ โปรแกรมนั้นมันช่วยงานแผนก ของฟรีด้วย ไปเอามาใช้โดยด่วน เห็นไหมครับ พนักงานกลายเป็นผู้ผลักดัน IT ไปแล้ว

พอลูกค้ากลับมาบี้เอาบ้าง คราวนี้บริษัทต่าง ๆ ก็ต้องกลับเข้ามามองกระบวนการธุรกิจของตนเองว่า ทำอย่างไรจะให้มันไว มันเร็วกว่านี้ ผู้บริหารระดับสูงก็เริ่มสั่งการว่า แผนกต่าง ๆ ต้องทำงานของตนเองให้เร็วและต้องสนับสนุนกระบวนการทางธุรกิจให้ไวขึ้นด้วย ยังจำรูปนี้ได้ไหมครับ ท่อระหว่างแผนกมันตัน ๆ (เพราะไม่ค่อยประสานงานกัน) ก็ถูกสั่งให้ทำการทะลุทะลวงให้กระบวนการตามแนวนอนมันไหลให้เร็วขึ้น ตามที่แสดงไว้ในรูปถัดไป

นั่นหมายความว่า ทุก ๆ แผนกต้องทำงานของตนเองให้เร็วขึ้นและต้องเป็นไปเพื่อสนับสนุนกระบวนการทางธุรกิจให้วิ่งเร็วขึ้นด้วย คราวนี้มันเริ่มใช้กระบวนการธุรกิจเป็นตัวตั้ง เป็นตัวหลัก ... งานในแผนกของตนเองกลับมาเป็นตัวสนับสุนเพื่อให้กระบวนการธุรกิจไหลไปได้เร็วและราบลื่น

หลักการมันก็ง่าย ๆ ใช่ไหมครับ ... ก็แค่เชื่อมต่อซอฟต์แวร์และข้อมูลเข้าหากัน .... แค่นี้ข้อมูลมันไหลลื่นเหมือนน้ำไหลในท่อเดียวกันแล้ว 

ก็เพราะต่างคนต่างทำ ต่างคนต่างพัฒนาเฉพาะในแผนกของตัวเองนี่แหละ มันจึงกลายเป็นของเก่าก็มี ของใหม่ก็มาก มันทำให้เชื่อมเข้าหากันไม่ได้ หรือ ไม่สนิท ข้อมูลก็เก็บไม่เหมือนกัน โครงสร้างของฐานข้อมูลก็ไม่เหมือนกัน รูปแบบก็ต่างกัน ตัวฐานข้อมูลก็ต่างกัน มันบูรณาการ (Integrate) เข้าหากันไม่ได้ งานเข้าซีครับ

เจ้านายสายฮ็อต ผู้มีต่อมหงุดหงิดตื้น จุดเดือดต่ำ ความร้อนขึ้นเร็ว ได้เรียกประชุมเพื่อตามงาน

เอ้า ของคุณสร้างมายังไง ทำงานยังไง เล่าให้ฟังซิ ... ให้ไว ให้ไว ... เก่งไม่กลัว กลัวช้า ” … เจ้านายซัก

ผมจ้างบริษัทข้างนอกเขาเขียนให้ครับ” … หัวหน้าแผนกตอบ

ก็ไปเรียกเขาแก้ไขให้ซิ จะรออะไรอยู่ล่ะ รู้ทั้งรู้ว่าเราต้องรีบ” … เจ้านายเริ่มออกอาการ ต่อมหงุดหงิดเริ่มเต็ม

ครับ เมื่อวานโทรไป ไม่มีคนรับสาย ได้ข่าวว่าปิดบริษัทไปแล้ว” … หน้าหน้าแผนกหน้าเหลือสองนิ้ว เมื่อเริ่มเห็นสีหน้าเจ้านาย

แล้วคุณละ” … เจ้านายหันมาถามหัวหน้าแผนกอีกคนซึ่งยืนทำหน้าอยากตายอยู่ใกล้ ๆ

ของผมนั้นเขียนกันเองครับ แต่ประเด็นก็คือว่าคนเขียนลาออกไปนานแล้ว” …

อ้าว ก็โทรไปหาเขาซิโว๊ยเฮ้ย ขอให้เขาช่วยหน่อย แค่นี้ก็ต้องให้บอก” … เจ้านายออกอาการความร้อนพุ่งพรวด

สงสัยเขาเปลี่ยนเบอร์ครับ เพราะคนรับสายบอกว่ารับจ้างทำโลงศพ ไม่รับจ้างเขียนซอฟต์แวร์ส่งไปให้คนตายใช้งาน

เจ้านายเริ่มควันออกหู "เออ ... แล้วผมจะหามาเขียนส่งไปให้คุณใช้ตอนนั้นก็แล้วกัน คงเร็ว ๆ นี้แหละ"

พลางหันมาถามอีกคนหนึ่ง แล้วคุณละ

ผมใช้ซอฟต์แวร์เถื่อนมาตั้งนานแล้วครับ ผมรู้แค่ว่า ใส่ข้อมูลเข้าไป มันก็พิมพ์ออกมา เรื่องอื่นอย่ามาถามเลยครับ ผมไม่รู้

เจ้านายมองหน้าคนโน้นที คนนี้ที แล้วก็สติแตก องค์ลง แว๊ด ๆ แจ๊ด ๆ !@#! % … วงแตกครับ

ปวดเฮด เวียนหัว
อาจารย์เเละนักศึกษาได้รับการตอบรับเเละนำเสนอผลงานว...

Related Posts

 

Comments

No comments made yet. Be the first to submit a comment
Already Registered? Login Here
Guest
Wednesday, 15 August 2018