MSITBlog

1 minute reading time (190 words)

เรานั่งเฝ้าอะไรอยู่

HD

 จุดประสงค์ในการเก็บข้อมูลเพื่อเอาไว้ใช้งานของแต่ละคน ย่อมแตกต่างกันออกไป ทั้งนี้แล้วแต่มุมมองของผู้ใช้ข้อมูลแต่ละคน แต่ละแผนก แต่ละองค์กร และเราต่างก็รู้ ๆ กันว่า แต่ละคนก็ย่อมเก็บข้อมูลตามความจำเป็นสำหรับตัวเขา เพื่อเอาไว้ใช้งานตามหน้าที่การงานของเขา

แต่ชีวิตของคน IT มันไม่ง่ายแบบนั้น เพราะพวกเรามีหน้าที่จัดหาเนื้อที่สำหรับเก็บข้อมูลและดูแลรักษาข้อมูลเหล่านั้นด้วย พอเราไปถามคน ๆ หนึ่งถามว่า เขาเก็บข้อมูลเอาไว้ทำไม เราจะได้คำตอบออกมายืดยาว มันนำไปใช้เรื่องนั้น มันเอาไปทำรายงานเรื่องโน้น มันเอาไปใช้ในกิจกรรมนู้น มันก็พอเอออวย พยักหน้า เพื่อแสดงว่า พอเข้าใจได้

สรุปก็คือ ข้อมูลที่เก็บ ๆ เอาไว้นั้น มันสำคัญต่อการทำงานของทุก ๆ คนในองค์กร เมื่อมองในแง่นี้ ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่เราชาว IT จะต้องใส่ใจดูแลข้อมูลเหล่านี้เอาไว้ให้ดี

สารพัดเรื่องที่ต้องทำ ต้องดูแลรักษาอุปกรณ์ต่าง ๆ ต้องป้องกันข้อมูลสูญหาย ต้องดูแลเรื่องความปลอดภัย ต้อง …. อีกหลายต้อง

บางทีผมนั่งมองไฟกระพริบว็อบ ๆ แว็บ ๆ ที่หน้าที่ใส่ตู้อุปกรณ์เกี่ยวกับ IT แล้วก็นึกไปสนุก ๆ ว่า ข้อมูลขนาดมหึมานั้น มันจะเป็นเรื่องจริงอยู่กี่เปอร์เซ็น มีเรื่องไม่จริงอยู่กี่เปอร์เซ็น และเป็นเรื่องเทา ๆ อยู่อีกกี่เปอร์เซ็นต์

ถ้าเอาหลักการ 20:80 มาคิดเล่น ๆ ก็น่าจะได้ว่า … 1) จริง 20% ไม่จริง 80% หรือ มองกลับทิศ 2) ไม่จริง 20% จริง 80% … ถ้างั้นจับมาผสมกัน 3) จริง 20% เทา ๆ 60% ไม่จริง 20%

ดูท่าทางดีหน่อยก็คือ ข้อ 2) ใช่ไหมครับ คือ ไม่จริง 20% จริง 80%

แต่อย่างไรก็ตาม เราก็ไม่รู้ว่า ไอ้ที่ ไม่จริงนั้น มันอยู่ที่ตรงไหนอยู่ดี ถ้ามันเป็นเรื่องที่ต้องใช้ข้อมูลมาตัดสินใจในเรื่องที่วิกฤติต่อความเป็นความตาย แล้วมีข้อมูลไม่จริงเข้ามาผสมอยู่ เราก็อาจจะตัดสินใจผิด พากันเข้าป่าเข้าดงไปเลยก็ได้นะครับ

งั้นลบทิ้งทั้งหมดเลยไหม แล้วมาตั้งต้นกันใหม่

ยากส์ส์ส์ครับ เพราะเรายังต้องการใช้ข้อมูลมาดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ อีกหลายเรื่อง มันจะจริงมันจะเท็จอะไรก็ไม่รู้แหละ แต่เราก็มีข้อมูลให้ดำเนินการต่อไปได้ เช่น สามารถนำเสนอต่อลูกค้าได้ สามารถตอบคำถามลูกค้าได้  เป็นต้น

ในแง่นี้ ข้อมูลจะผิดจะถูกไม่รู้แหละ แต่เราสามารถตอบคำถามของลูกค้าได้ แต่ถ้าไม่มีเลยเราก็ตอบคำถามลูกค้าไม่ได้ เชื่อผมเถอะครับ ในสายตาคนทั่วไปแล้ว การตอบคำถามลูกค้าไม่ได้ย่อมแย่กว่าแน่นอน

ลองสมมติสถานการณ์ขึ้นมา เช่น ลูกค้าถามเรื่องข้อมูลคุณภาพของสินค้าย้อนหลังไปสัก 2 – 3 ปี แล้วเราตอบว่า เราไม่สามารถให้ข้อมูลได้ พอลูกค้าถามว่า ทำไม สมมติว่าเราตอบว่า เราพบว่าข้อมูลต่าง ๆ ที่เก็บไว้ไม่เป็นจริง เราเลยลบทิ้งไปทั้งหมด ลองนึกดูซิครับว่า มันจะเกิดอะไรขึ้น ผมว่า โลกแตกแน่

นอกจากนั้น ผมพบเห็นเรื่องหนึ่งที่ดูแล้วน่าขำอยู่เหมือนกัน เวลาประชุมกัน คนมักจะใช้ข้อมูลไปแก้ตัว มากกว่าไปทำการแก้ไขหรือปรับปรุงให้มันดีขึ้น พอเห็นแบบนี้บ่อย ๆ เข้า ก็เลยเข้าใจว่า ถึงข้อมูลมันจะเท็จ มันจะจริง เขาก็ไม่แคร์อยู่แล้ว ขอให้ใช้แก้ตัวได้เท่านั้นเป็นพอ ... แต่ถ้าไม่มีข้อมูลให้เขาใช้แก้ตัว ผมว่า โลกแตกอีกเหมือนกัน

ผมว่าเราก็คงต้องนอนกอดข้อมูลกันต่อไป ที่ผ่านมาก็ช่างมันเถอะครับ เพราะมันย้อนกลับไปแก้ไขไม่ได้ ของใหม่ที่จะใส่เข้าไป ก็เอาให้มันถูกต้องก็แล้วกัน พอนานปีเข้า ข้อมูลเก่า ๆ มันก็จะถูกเลิกใช้ไปเองครับ

 

มองภาพใหญ่
กลับตาลปัตร

Related Posts

 

Comments

No comments made yet. Be the first to submit a comment
Already Registered? Login Here
Guest
Wednesday, 15 August 2018